เท้ง ยันลุยสอบต่อ TH-AI แนะปชช.ตระหนักก่อนลงทะเบียน เหตุ TOR ระบุตัวตนผู้ใช้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5857352
.

.
‘เท้ง’ ยันเดินหน้าสอบ TH-AI Passport ต่อ ชี้ ชัดล็อกสเปก-แฝงฮั้วประมูล แนะ ปชช.ตระหนักก่อนลงทะเบียนหลัง TOR ระบุรู้ตัวคนใช้-ข้อมูล
.
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ต่อ และไม่กังวลเรื่องการฟ้องมาตรา 157 ว่า ตอนนี้พวกเราเตรียมคำร้องเพื่อยื่นร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบ โดยมี นพ.
วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้ดำเนินการหลัก และทีมงานสำคัญอีกหนึ่งคนคือ น.ส.
รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ทำในเรื่องนี้อยู่ฝั่งรัฐบาลเองคงมีอำนาจเต็มในการเดินหน้าโครงการต่ออยู่แล้ว แต่พวกเราในฐานะฝ่ายค้าน ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะยื่นเรื่องให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อ
.
เมื่อถามว่า หากดูฝ่ายกฎหมายแล้วมีข้อไหนที่สามารถเอาผิดได้บ้างหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่าทำผิด TOR นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากเนื้อหาหรือว่าข้อมูลที่เราเห็นอยู่ ก็ค่อนข้างที่จะชี้ชัดได้ว่าเป็นการล็อคสเปกจริงๆ ตนอ่านไม่ได้ลงรายละเอียดมาก แต่ถ้ามีการอัพเดทเพิ่มเติมนอกเหนือจากโครงการ TH-AI Passport แล้ว ตอนนี้พรรคประชาชนเราก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในเครือข่ายของบริษัทที่มารับงานโครงการ TH-AI Passport จริงๆ แล้วมีรับงานส่วนอื่นของภาครัฐในกระทรวงอื่นๆ ด้วย ซึ่งโครงการเหล่านั้นมีรูปแบบในการเสนอราคา และประมูลค่อนข้างชี้ชัดให้เห็นว่ามีการฮั้วประมูลหรือล็อกสเปคเกิดขึ้น
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับข้อกังวลว่าข้อมูลจะรั่วไหลออกไปนอกประเทศ แต่ทางกระทรวงดีอีก็ยืนยันว่าไม่รั่วไหลแน่นอน นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนให้ประชาชนเลือกที่จะเชื่อว่าเราสามารถเชื่อฝั่งไหนได้ เพราะหากดูตามข้อกำหนดใน TOR เองก็เขียนไว้ค่อนข้างชัดที่ทำให้เราตั้งข้อสังเกตและข้อกังวลว่าการลงทะเบียนการใช้ AI ในโครงการนี้ไม่ว่าจะฝั่งรัฐหรือผู้ให้บริการ สามารถรู้ได้ว่าใครเข้ามาใช้ รู้ว่าใช้คำสั่งอะไรบ้าง ตนคงจะไปตอบแทนไม่ได้ว่าตกลงแล้วคำชี้แจงของรัฐบาลที่ชี้แจงออกมาจริงหรือไม่จริง แต่อยากให้ประชาชนที่กำลังไปลงทะเบียนโครงการนี้ ตระหนักไว้เสมอว่ามีรายละเอียดใน TOR กำหนดไว้แบบนี้อยู่ แล้วข้อมูลที่เรากำลังจะเข้าไปใช้บริการนั้นรักษาข้อมูลความลับส่วนบุคคลเราไว้มากน้อยแค่ไหน
.
เมื่อถามว่า ขณะนี้ยอดลงทะเบียนประมาณ 1 ล้านคน ถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ จากที่ตั้งเป้าไว้ 5 ล้านคน นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเป้าก็อยู่ตามที่ประชาชนจะลงทะเบียนแต่โจทย์ใหญ่และสิ่งที่สำคัญมากกว่า หากดูจากคำชี้แจงของรัฐบาลแล้วที่พยายามบอกว่าทำโครงการนี้ออกมาเพื่อยกระดับทักษะคนไทยให้คนไทยเข้าไปใช้ AI เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราก็เห็นด้วยในส่วนนี้
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญมากกว่าในการเอา AI มาปรับใช้ นอกเหนือจากการสร้างความตระหนักรู้ คือใช้ AI อะไรที่ทำให้เกิดประโยชน์มากกว่าการใช้คำสั่งหรือพร็อมพ์ (Prompt) เช่น การบริหารจัดการภัยพิบัติ หรือการตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือแม้แต่การทุจริตสอบท้องถิ่น จะเห็นว่ามีคนเปิดเว็ปไซต์ตรวจสอบและเปิดเผยบุคคลต่างๆ ที่มีการพัวพัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการใช้ AI เจนระบบขึ้นมาทั้งนั้น ซึ่งทำขึ้นมาจากภาคประชาชนและภาคประชาสังคมทำกันเอง แต่ลองคิดดูว่าโครงการในลักษณะนี้หากถูกริเริ่มโดยภาครัฐที่มีงบประมาณและอำนาจ โดยเอา AI เข้าไปจับจะเกิดประโยชน์มากกว่าหรือไม่ ถ้ารัฐเลือกที่จะทำในสิ่งที่ควรจะต้องทำมากกว่านี้
.
.
ณัฐพงษ์ ชี้ ปชช.ยินดีจ่ายสวัสดิการ สส. หากทำหน้าที่คุ้มภาษี หนุนสร้างระบบรองรับคนธรรมดาเข้าทำงานการเมือง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5857402
.
‘เท้ง’ ชี้ประชาชนยินดีจ่ายสวัสดิการ สส. หากทำหน้าที่คุ้มภาษี-ตรงไปตรงมา หนุนสร้างระบบรองรับคนธรรมดาเข้าสู่ออกแบบการเมือง โดยไม่ต้องพึ่งเงินสีเทา หลัง ‘วันนอร์’ เสนอของบ 600 ล้านเข้ากองทุนบำนาญ
.
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นาย
วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร เสนอของบ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญ ส.ส. ว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด ไม่ใช่เฉพาะ ส.ส. ด้วย อยากให้คนทำงานกินภาษีประชาชน ทำงานคุ้มค่ากับภาษี ทุกบาททุกสตางค์ สส. ซึ่งเป็นข้าราชการการเมือง ก็ไม่ต่างกับข้าราชการอื่น ก็ต้องทำงานคุ้มค่า คุ้มภาษีของประชาชนทุกคน
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าประชาชนทุกคนยินดีจะจ่ายสวัสดิการให้กับ ส.ส.ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ถ้าได้เห็นนักการเมืองที่เข้าไปเป็นปากเสียงให้ในสภา ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา มีความกล้าหาญทางการเมือง พร้อมออกมาต่อสู้เรียกร้องให้กับประชาชน ตอนนี้สาเหตุที่อาจจะมีข้อถกเถียงเรื่องกองทุนหรืออะไรต่างๆ ก็ต้องยอมรับว่า ประชาชนอาจยังไม่มีความเชื่อมั่นกับนักการเมือง
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตนอยากยืนยันหลักข้อหนึ่งว่า เราเองอาจจะยังไม่เชื่อมั่นระบบคนดีเข้ามาเป็นนักการเมือง แน่นอนว่าเราอยากได้คนดีเข้ามาทำงานการเมือง แต่เราอยากได้ระบบที่ดี คำว่าระบบที่ดี ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นใครไม่ได้มีต้นทุนสูงในชีวิต ไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ไม่ได้เกิดมาในตระกูลการเมืองที่ใหญ่โต แต่เป็นคนธรรมดาที่สามารถเข้ามาทำงานการเมืองได้ และไม่หาช่องทางในการเรียกรับเงินทอน หรือเงินสีเทาต่างๆ เพื่อให้มีเงินมาทำพื้นที่
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า เราอยากเห็นระบบที่ออกแบบมาให้ ส.ส. ทุกคน มีสวัสดิการที่ทำให้มีความพร้อมในการทำงานอย่างเต็มที่ เพียงพอ ถ้าสามารถหาทางออกได้ ตอบโจทย์กับสิ่งที่อยู่ในใจประชาชน ประชาชนเห็นว่า ส.ส.สามารถทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ก็จะหมดไป
.
.
เท้ง บุกแม่อาย รับฟังปัญหาแพร่ระบาดยาเสพติด ทหารผาเมือง เล่านาทีเดือด ปะทะแก๊งค้ายายึดไอซ์ 300กก.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5856954
.
เท้ง บุกแม่อาย รับฟังปัญหาแพร่ระบาดยาเสพติด ด้าน ทหารผาเมือง เล่านาทีปะทะเดือดแก๊งค้ายายึดไอซ์ 300 โล เผยยอดจับยาบ้ายังไม่จบปีพุ่งแซงปี 68 แล้ว
.
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ด่านหน้า และรับฟังปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ภารกิจเริ่มต้นในช่วงบ่าย
.
โดยนาย
ณัฐพงษ์ และคณะได้เข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ณ จุดตรวจและสกัดกั้นยาเสพติด อำเภอแม่อาย พร้อมทั้งหารือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส.) ผู้แทนตำรวจภูธรภาค 6 ผู้แทนตำรวจปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนตำรวจตระเวนชายแดน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ผู้บังคับการหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 (นพค.32) และนายอำเภอแม่อาย เพื่อบูรณาการข้อมูลและแนวทางการทำงานร่วมกัน
.
ต่อมาเวลา 14.00 น. นาย
ณัฐพงษ์ และคณะลงพื้นที่หมู่บ้านป่ากุ๋ย ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย เพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์จริงในพื้นที่ชายแดน เพื่อรับฟังสรุปการลักลอบนำเข้าตามช่องทางธรรมชาติ
.
โดย พันเอก
กิตติ นาใจ ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่สาม กล่าวว่า เรามีภารกิจหลักคือเฝ้าตรวจและป้องกันชายแดน แต่ภารกิจอีกอย่างหนึ่งของเราคือ การแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งรวมถึงปัญหายาเสพติดด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงานต่างด้าว หรือกฎหมายอื่นๆ
.
ในส่วนของแนวทางการปฏิบัติเรื่องการสกัดกั้นยาเสพติด แบ่งเป็น 3 แนวคือ แนวที่ 1 ภายนอกประเทศ เราใช้การปฏิบัติงานด้านการข่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งเตือนข่าวสารการปฏิบัติของกลุ่มขบวนการหรือกำลังฝ่ายตรงข้าม แนวที่ 2 ตามแนวชายแดนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ จะเป็นการใช้กำลังของทหารในการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ดูแลพื้นที่ และแนวที่ 3 พื้นที่ตอนในของอำเภอชายแดน เป็นการปฏิบัติงานร่วมกันในส่วนของ นบ.ยส.35 ซึ่งเป็นการร่วมกันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เช่น การตั้งด่านตรวจ การปิดล้อมตรวจค้น หรือกลุ่มขนส่งทางโลจิสติกส์ อันนี้เราจะใช้ในพื้นที่ตรงนี้ครับ เป็นภารกิจแนวทางการใช้กำลังของเรา
.
พันเอก
กิตติ กล่าวต่อว่า ส่วนของวิธีการนั้น เนื่องด้วยพื้นที่รับผิดชอบของเรามีทั้งเขตแดนทางบกและเขตแดนทางน้ำ โดยทางน้ำจะเป็นในส่วนของแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และทางด้าน สปป.ลาว จะเป็นแม่น้ำโขง รวมทั้งเป็นแนวถัดจากอำเภอเวียงแก่นไป ก็จะเป็นชายแดนที่เป็นป่าเขา วิธีการลำเลียงทางบก กลุ่มขบวนการที่เราตรวจพบจะมี 2 ลักษณะ คือ ขนาดเล็กประมาณ 3-5 คน และขนาดใหญ่ประมาณ 10-15 คน
.
รูปแบบจะมีทีมลำเลียง ทีมคุ้มกัน และคนนำทาง ลักษณะของเขาจะเป็นรูปแบบนี้ ตามภูมิประเทศอย่างที่ท่านเห็น ก็ใช้ช่องว่างหลบซ่อนเดินเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งเนื่องจากชายแดนของเราไม่มีรั้ว ไม่มีอะไร เขาก็จะใช้ช่องทางตามธรรมชาติเดินเข้ามา สำหรับบริเวณทางน้ำ ถ้าเป็นแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก ช่วงฤดูแล้งน้ำจะแห้ง บางจุดสามารถเดินข้ามได้ ส่วนถ้าเป็นฤดูน้ำ เช่นปัจจุบัน หรือในแม่น้ำโขงจะใช้เรือจากฝั่งแหล่งพักประเทศเพื่อนบ้านขนยาข้ามมา แล้วมาพักตามท่าข้ามที่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล หรือพื้นที่ที่ยากต่อการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ แล้วจะมีกลุ่มขบวนการลำเลียงต่อไปอีกทอด ซึ่งบริเวณนี้เราสามารถจับกุมกลุ่มขบวนการ และสกัดกั้นยาเสพติดได้
.
ขณะที่พันเอก
ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการกองกำลังผาเมือง กล่าวว่า ลำดับเหตุการณ์ประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราได้รับแจ้งเตือนข่าวสารจากหน่วยเหนือของเราว่ากลุ่มขบวนการจะใช้พื้นที่บริเวณแห่งนี้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากนั้นเราจึงทำการตรวจสอบข่าวสารกับพันธมิตรด้านการข่าว ปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการด้านตรงข้ามของประเทศเพื่อนบ้าน มีความพยายามที่จะลำเลียงเล็ดลอดยาเสพติดจำนวนหนึ่งเข้ามายังบริเวณพื้นที่ฝั่งเรา จากนั้นเราจึงวางแผนจัดกำลังเข้ามาทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ก็จะครอบคลุมพื้นที่บริเวณแนวสันเขาทางฝั่งซ้ายมือ จนไปถึงแนวสันเขาทางฝั่งขวามือเพื่อสกัดกั้น
.
โดยการวางกำลังและเฝ้าตรวจกลุ่มขบวนการที่จะเล็ดลอดลำเลียงยาเสพติด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม กลุ่มขบวนการเล็ดลอดลำเลียงยาเสพติดก็ปรากฏความเคลื่อนไหวว่ากลุ่มขบวนการประมาณ 25-30 คน ได้มีการขนย้ายลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งตรงข้ามเข้ามายังฝั่งเรา
.
พันเอก
ไมตรี กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อมาถึงบริเวณจุดดังกล่าวคือบริเวณด้านหน้าที่เป็นบริเวณลงไปในหุบ กลุ่มขบวนการเดินเข้ามาใกล้กับฝ่ายเรา เราจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น แต่เนื่องจากเขามาจำนวนเยอะ และมีกลุ่มติดอาวุธคุ้มกัน เขาจึงยิงตอบโต้เรา จากนั้นเราได้ใช้อาวุธตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง หลังเสียงปืนสงบลง เราจึงขอกำลังเพิ่มเติมอีก 2 ชุด แต่เนื่องจากเป็นการปฏิบัติการในเวลากลางคืน
JJNY : 5in1 เท้งยันลุยสอบต่อTH-AI│ชี้ปชช.ยินดีจ่ายสวัสดิการ│เท้งบุกแม่อาย│ชงมาตรการสกัดยา│เท้งขอเคลียร์งานก่อนลงพื้นที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5857352
.
.
‘เท้ง’ ยันเดินหน้าสอบ TH-AI Passport ต่อ ชี้ ชัดล็อกสเปก-แฝงฮั้วประมูล แนะ ปชช.ตระหนักก่อนลงทะเบียนหลัง TOR ระบุรู้ตัวคนใช้-ข้อมูล
.
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ต่อ และไม่กังวลเรื่องการฟ้องมาตรา 157 ว่า ตอนนี้พวกเราเตรียมคำร้องเพื่อยื่นร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบ โดยมี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้ดำเนินการหลัก และทีมงานสำคัญอีกหนึ่งคนคือ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ทำในเรื่องนี้อยู่ฝั่งรัฐบาลเองคงมีอำนาจเต็มในการเดินหน้าโครงการต่ออยู่แล้ว แต่พวกเราในฐานะฝ่ายค้าน ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะยื่นเรื่องให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อ
.
เมื่อถามว่า หากดูฝ่ายกฎหมายแล้วมีข้อไหนที่สามารถเอาผิดได้บ้างหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่าทำผิด TOR นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากเนื้อหาหรือว่าข้อมูลที่เราเห็นอยู่ ก็ค่อนข้างที่จะชี้ชัดได้ว่าเป็นการล็อคสเปกจริงๆ ตนอ่านไม่ได้ลงรายละเอียดมาก แต่ถ้ามีการอัพเดทเพิ่มเติมนอกเหนือจากโครงการ TH-AI Passport แล้ว ตอนนี้พรรคประชาชนเราก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในเครือข่ายของบริษัทที่มารับงานโครงการ TH-AI Passport จริงๆ แล้วมีรับงานส่วนอื่นของภาครัฐในกระทรวงอื่นๆ ด้วย ซึ่งโครงการเหล่านั้นมีรูปแบบในการเสนอราคา และประมูลค่อนข้างชี้ชัดให้เห็นว่ามีการฮั้วประมูลหรือล็อกสเปคเกิดขึ้น
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับข้อกังวลว่าข้อมูลจะรั่วไหลออกไปนอกประเทศ แต่ทางกระทรวงดีอีก็ยืนยันว่าไม่รั่วไหลแน่นอน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนให้ประชาชนเลือกที่จะเชื่อว่าเราสามารถเชื่อฝั่งไหนได้ เพราะหากดูตามข้อกำหนดใน TOR เองก็เขียนไว้ค่อนข้างชัดที่ทำให้เราตั้งข้อสังเกตและข้อกังวลว่าการลงทะเบียนการใช้ AI ในโครงการนี้ไม่ว่าจะฝั่งรัฐหรือผู้ให้บริการ สามารถรู้ได้ว่าใครเข้ามาใช้ รู้ว่าใช้คำสั่งอะไรบ้าง ตนคงจะไปตอบแทนไม่ได้ว่าตกลงแล้วคำชี้แจงของรัฐบาลที่ชี้แจงออกมาจริงหรือไม่จริง แต่อยากให้ประชาชนที่กำลังไปลงทะเบียนโครงการนี้ ตระหนักไว้เสมอว่ามีรายละเอียดใน TOR กำหนดไว้แบบนี้อยู่ แล้วข้อมูลที่เรากำลังจะเข้าไปใช้บริการนั้นรักษาข้อมูลความลับส่วนบุคคลเราไว้มากน้อยแค่ไหน
.
เมื่อถามว่า ขณะนี้ยอดลงทะเบียนประมาณ 1 ล้านคน ถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ จากที่ตั้งเป้าไว้ 5 ล้านคน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเป้าก็อยู่ตามที่ประชาชนจะลงทะเบียนแต่โจทย์ใหญ่และสิ่งที่สำคัญมากกว่า หากดูจากคำชี้แจงของรัฐบาลแล้วที่พยายามบอกว่าทำโครงการนี้ออกมาเพื่อยกระดับทักษะคนไทยให้คนไทยเข้าไปใช้ AI เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราก็เห็นด้วยในส่วนนี้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญมากกว่าในการเอา AI มาปรับใช้ นอกเหนือจากการสร้างความตระหนักรู้ คือใช้ AI อะไรที่ทำให้เกิดประโยชน์มากกว่าการใช้คำสั่งหรือพร็อมพ์ (Prompt) เช่น การบริหารจัดการภัยพิบัติ หรือการตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือแม้แต่การทุจริตสอบท้องถิ่น จะเห็นว่ามีคนเปิดเว็ปไซต์ตรวจสอบและเปิดเผยบุคคลต่างๆ ที่มีการพัวพัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการใช้ AI เจนระบบขึ้นมาทั้งนั้น ซึ่งทำขึ้นมาจากภาคประชาชนและภาคประชาสังคมทำกันเอง แต่ลองคิดดูว่าโครงการในลักษณะนี้หากถูกริเริ่มโดยภาครัฐที่มีงบประมาณและอำนาจ โดยเอา AI เข้าไปจับจะเกิดประโยชน์มากกว่าหรือไม่ ถ้ารัฐเลือกที่จะทำในสิ่งที่ควรจะต้องทำมากกว่านี้
.
.
ณัฐพงษ์ ชี้ ปชช.ยินดีจ่ายสวัสดิการ สส. หากทำหน้าที่คุ้มภาษี หนุนสร้างระบบรองรับคนธรรมดาเข้าทำงานการเมือง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5857402
.
‘เท้ง’ ชี้ประชาชนยินดีจ่ายสวัสดิการ สส. หากทำหน้าที่คุ้มภาษี-ตรงไปตรงมา หนุนสร้างระบบรองรับคนธรรมดาเข้าสู่ออกแบบการเมือง โดยไม่ต้องพึ่งเงินสีเทา หลัง ‘วันนอร์’ เสนอของบ 600 ล้านเข้ากองทุนบำนาญ
.
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร เสนอของบ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญ ส.ส. ว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด ไม่ใช่เฉพาะ ส.ส. ด้วย อยากให้คนทำงานกินภาษีประชาชน ทำงานคุ้มค่ากับภาษี ทุกบาททุกสตางค์ สส. ซึ่งเป็นข้าราชการการเมือง ก็ไม่ต่างกับข้าราชการอื่น ก็ต้องทำงานคุ้มค่า คุ้มภาษีของประชาชนทุกคน
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าประชาชนทุกคนยินดีจะจ่ายสวัสดิการให้กับ ส.ส.ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ถ้าได้เห็นนักการเมืองที่เข้าไปเป็นปากเสียงให้ในสภา ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา มีความกล้าหาญทางการเมือง พร้อมออกมาต่อสู้เรียกร้องให้กับประชาชน ตอนนี้สาเหตุที่อาจจะมีข้อถกเถียงเรื่องกองทุนหรืออะไรต่างๆ ก็ต้องยอมรับว่า ประชาชนอาจยังไม่มีความเชื่อมั่นกับนักการเมือง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตนอยากยืนยันหลักข้อหนึ่งว่า เราเองอาจจะยังไม่เชื่อมั่นระบบคนดีเข้ามาเป็นนักการเมือง แน่นอนว่าเราอยากได้คนดีเข้ามาทำงานการเมือง แต่เราอยากได้ระบบที่ดี คำว่าระบบที่ดี ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นใครไม่ได้มีต้นทุนสูงในชีวิต ไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ไม่ได้เกิดมาในตระกูลการเมืองที่ใหญ่โต แต่เป็นคนธรรมดาที่สามารถเข้ามาทำงานการเมืองได้ และไม่หาช่องทางในการเรียกรับเงินทอน หรือเงินสีเทาต่างๆ เพื่อให้มีเงินมาทำพื้นที่
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า เราอยากเห็นระบบที่ออกแบบมาให้ ส.ส. ทุกคน มีสวัสดิการที่ทำให้มีความพร้อมในการทำงานอย่างเต็มที่ เพียงพอ ถ้าสามารถหาทางออกได้ ตอบโจทย์กับสิ่งที่อยู่ในใจประชาชน ประชาชนเห็นว่า ส.ส.สามารถทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ก็จะหมดไป
.
.
เท้ง บุกแม่อาย รับฟังปัญหาแพร่ระบาดยาเสพติด ทหารผาเมือง เล่านาทีเดือด ปะทะแก๊งค้ายายึดไอซ์ 300กก.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5856954
.
เท้ง บุกแม่อาย รับฟังปัญหาแพร่ระบาดยาเสพติด ด้าน ทหารผาเมือง เล่านาทีปะทะเดือดแก๊งค้ายายึดไอซ์ 300 โล เผยยอดจับยาบ้ายังไม่จบปีพุ่งแซงปี 68 แล้ว
.
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ด่านหน้า และรับฟังปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ภารกิจเริ่มต้นในช่วงบ่าย
.
โดยนายณัฐพงษ์ และคณะได้เข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ณ จุดตรวจและสกัดกั้นยาเสพติด อำเภอแม่อาย พร้อมทั้งหารือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส.) ผู้แทนตำรวจภูธรภาค 6 ผู้แทนตำรวจปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนตำรวจตระเวนชายแดน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ผู้บังคับการหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 (นพค.32) และนายอำเภอแม่อาย เพื่อบูรณาการข้อมูลและแนวทางการทำงานร่วมกัน
.
ต่อมาเวลา 14.00 น. นายณัฐพงษ์ และคณะลงพื้นที่หมู่บ้านป่ากุ๋ย ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย เพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์จริงในพื้นที่ชายแดน เพื่อรับฟังสรุปการลักลอบนำเข้าตามช่องทางธรรมชาติ
.
โดย พันเอกกิตติ นาใจ ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่สาม กล่าวว่า เรามีภารกิจหลักคือเฝ้าตรวจและป้องกันชายแดน แต่ภารกิจอีกอย่างหนึ่งของเราคือ การแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งรวมถึงปัญหายาเสพติดด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงานต่างด้าว หรือกฎหมายอื่นๆ
.
ในส่วนของแนวทางการปฏิบัติเรื่องการสกัดกั้นยาเสพติด แบ่งเป็น 3 แนวคือ แนวที่ 1 ภายนอกประเทศ เราใช้การปฏิบัติงานด้านการข่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งเตือนข่าวสารการปฏิบัติของกลุ่มขบวนการหรือกำลังฝ่ายตรงข้าม แนวที่ 2 ตามแนวชายแดนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ จะเป็นการใช้กำลังของทหารในการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ดูแลพื้นที่ และแนวที่ 3 พื้นที่ตอนในของอำเภอชายแดน เป็นการปฏิบัติงานร่วมกันในส่วนของ นบ.ยส.35 ซึ่งเป็นการร่วมกันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เช่น การตั้งด่านตรวจ การปิดล้อมตรวจค้น หรือกลุ่มขนส่งทางโลจิสติกส์ อันนี้เราจะใช้ในพื้นที่ตรงนี้ครับ เป็นภารกิจแนวทางการใช้กำลังของเรา
.
พันเอกกิตติ กล่าวต่อว่า ส่วนของวิธีการนั้น เนื่องด้วยพื้นที่รับผิดชอบของเรามีทั้งเขตแดนทางบกและเขตแดนทางน้ำ โดยทางน้ำจะเป็นในส่วนของแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และทางด้าน สปป.ลาว จะเป็นแม่น้ำโขง รวมทั้งเป็นแนวถัดจากอำเภอเวียงแก่นไป ก็จะเป็นชายแดนที่เป็นป่าเขา วิธีการลำเลียงทางบก กลุ่มขบวนการที่เราตรวจพบจะมี 2 ลักษณะ คือ ขนาดเล็กประมาณ 3-5 คน และขนาดใหญ่ประมาณ 10-15 คน
.
รูปแบบจะมีทีมลำเลียง ทีมคุ้มกัน และคนนำทาง ลักษณะของเขาจะเป็นรูปแบบนี้ ตามภูมิประเทศอย่างที่ท่านเห็น ก็ใช้ช่องว่างหลบซ่อนเดินเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งเนื่องจากชายแดนของเราไม่มีรั้ว ไม่มีอะไร เขาก็จะใช้ช่องทางตามธรรมชาติเดินเข้ามา สำหรับบริเวณทางน้ำ ถ้าเป็นแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก ช่วงฤดูแล้งน้ำจะแห้ง บางจุดสามารถเดินข้ามได้ ส่วนถ้าเป็นฤดูน้ำ เช่นปัจจุบัน หรือในแม่น้ำโขงจะใช้เรือจากฝั่งแหล่งพักประเทศเพื่อนบ้านขนยาข้ามมา แล้วมาพักตามท่าข้ามที่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล หรือพื้นที่ที่ยากต่อการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ แล้วจะมีกลุ่มขบวนการลำเลียงต่อไปอีกทอด ซึ่งบริเวณนี้เราสามารถจับกุมกลุ่มขบวนการ และสกัดกั้นยาเสพติดได้
.
ขณะที่พันเอกไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการกองกำลังผาเมือง กล่าวว่า ลำดับเหตุการณ์ประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราได้รับแจ้งเตือนข่าวสารจากหน่วยเหนือของเราว่ากลุ่มขบวนการจะใช้พื้นที่บริเวณแห่งนี้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากนั้นเราจึงทำการตรวจสอบข่าวสารกับพันธมิตรด้านการข่าว ปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการด้านตรงข้ามของประเทศเพื่อนบ้าน มีความพยายามที่จะลำเลียงเล็ดลอดยาเสพติดจำนวนหนึ่งเข้ามายังบริเวณพื้นที่ฝั่งเรา จากนั้นเราจึงวางแผนจัดกำลังเข้ามาทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ก็จะครอบคลุมพื้นที่บริเวณแนวสันเขาทางฝั่งซ้ายมือ จนไปถึงแนวสันเขาทางฝั่งขวามือเพื่อสกัดกั้น
.
โดยการวางกำลังและเฝ้าตรวจกลุ่มขบวนการที่จะเล็ดลอดลำเลียงยาเสพติด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม กลุ่มขบวนการเล็ดลอดลำเลียงยาเสพติดก็ปรากฏความเคลื่อนไหวว่ากลุ่มขบวนการประมาณ 25-30 คน ได้มีการขนย้ายลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งตรงข้ามเข้ามายังฝั่งเรา
.
พันเอกไมตรี กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อมาถึงบริเวณจุดดังกล่าวคือบริเวณด้านหน้าที่เป็นบริเวณลงไปในหุบ กลุ่มขบวนการเดินเข้ามาใกล้กับฝ่ายเรา เราจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น แต่เนื่องจากเขามาจำนวนเยอะ และมีกลุ่มติดอาวุธคุ้มกัน เขาจึงยิงตอบโต้เรา จากนั้นเราได้ใช้อาวุธตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง หลังเสียงปืนสงบลง เราจึงขอกำลังเพิ่มเติมอีก 2 ชุด แต่เนื่องจากเป็นการปฏิบัติการในเวลากลางคืน