สังคมออฟฟิศฝึกให้เราวัดแทบทุกอย่าง
ยอดขาย ผลงาน คะแนนประเมิน
แม้กระทั่งความสำคัญของตัวเองในสายตาคนอื่น
พอไม่ถูกชวนเข้ากลุ่ม
ไม่ถูกแท็กในรูป
หรือชื่อเราไม่ปรากฏอยู่ในบางวงสนทนา
ใจก็เผลอสรุปผลเหมือนปลายไตรมาสว่า
“ความสัมพันธ์ของเราคงไม่ผ่าน KPI แล้ว”
แต่โลกทุนนิยม
ทำให้ทุกคนต่างเร่งทำเป้าหมาย
เร่งเอาตัวรอด
และจัดตารางชีวิตของตัวเอง
การที่ใครบางคนเงียบไป
จึงไม่จำเป็นต้องแปลว่าเราไม่มีความหมายเสมอไป
ถ้ามองแบบพุทธเบา ๆ ความสัมพันธ์ก็ไม่ต่างจากสิ่งอื่น
มีช่วงที่เกิดขึ้น เติบโต แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนรูปไป
บางคนเข้ามาร่วมงานกับเราเพียงบางโปรเจกต์
ไม่ได้แปลว่าเขาต้องอยู่ในทุกบทของชีวิต
หลัง ๆ เลยเลิกเช็กชื่อครับ
ใครว่างก็คุย
ใครไม่ว่างก็ปล่อยให้เขาใช้ชีวิต
ส่วนเราก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี
โดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนความสัมพันธ์
เพราะบางครั้ง คนที่เราควรเช็กว่ายังอยู่หรือไม่
อาจไม่ใช่ใครบางคน…แต่คือใจของเราเอง
ทุกวันนี้
คุณยังเผลอวัดคุณค่าตัวเองจากการถูกนึกถึงอยู่ไหมครับ?
บอกเล่ากันได้นะครับ.....
เมื่อเราเลิกเช็กว่าใครยังอยู่…ชีวิตกลับเบาขึ้นอย่างประหลาด
ยอดขาย ผลงาน คะแนนประเมิน
แม้กระทั่งความสำคัญของตัวเองในสายตาคนอื่น
พอไม่ถูกชวนเข้ากลุ่ม
ไม่ถูกแท็กในรูป
หรือชื่อเราไม่ปรากฏอยู่ในบางวงสนทนา
ใจก็เผลอสรุปผลเหมือนปลายไตรมาสว่า
“ความสัมพันธ์ของเราคงไม่ผ่าน KPI แล้ว”
แต่โลกทุนนิยม
ทำให้ทุกคนต่างเร่งทำเป้าหมาย
เร่งเอาตัวรอด
และจัดตารางชีวิตของตัวเอง
การที่ใครบางคนเงียบไป
จึงไม่จำเป็นต้องแปลว่าเราไม่มีความหมายเสมอไป
ถ้ามองแบบพุทธเบา ๆ ความสัมพันธ์ก็ไม่ต่างจากสิ่งอื่น
มีช่วงที่เกิดขึ้น เติบโต แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนรูปไป
บางคนเข้ามาร่วมงานกับเราเพียงบางโปรเจกต์
ไม่ได้แปลว่าเขาต้องอยู่ในทุกบทของชีวิต
หลัง ๆ เลยเลิกเช็กชื่อครับ
ใครว่างก็คุย
ใครไม่ว่างก็ปล่อยให้เขาใช้ชีวิต
ส่วนเราก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี
โดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนความสัมพันธ์
เพราะบางครั้ง คนที่เราควรเช็กว่ายังอยู่หรือไม่
อาจไม่ใช่ใครบางคน…แต่คือใจของเราเอง
ทุกวันนี้
คุณยังเผลอวัดคุณค่าตัวเองจากการถูกนึกถึงอยู่ไหมครับ?
บอกเล่ากันได้นะครับ.....