จากลูกชายคนตัดไม้ สู่เจ้าของบริษัทอสังหาที่เป็นหนี้มากที่สุดในโลก
สำนักข่าว Xinhua ของทางการจีนรายงานว่า ฮุ่ยวัย 67 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อภาษาจีนกลางว่า สวี่เจียอิ้น ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตและถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต หลังรับสารภาพเมื่อเดือนเมษายนในข้อกล่าวหาหลายกระทง ซึ่งรวมถึงการยักยอกทรัพย์สินของบริษัทและการให้สินบน
ในส่วนของบทลงโทษทางการเงิน Evergrande Group ถูกปรับ 8,820 ล้านหยวน (ประมาณ 4.31 หมื่นล้านบาท) ขณะที่ Hengda Real Estate ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ ถูกปรับอีก 7,000 ล้านหยวน (ประมาณ 3.42 หมื่นล้านบาท) รวมเป็นเงินราว 15,820 ล้านหยวน (ประมาณ 7.74 หมื่นล้านบาท)
ค่าปรับดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในบทลงโทษทางการเงินต่อองค์กรที่สูงที่สุดเท่าที่ศาลจีนเคยกำหนดในคดีอาญา โดยศาลระบุว่าจะติดตามเรียกคืนผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบต่อไป และหากเรียกคืนได้ไม่ครบก็จะสั่งให้ชดใช้ส่วนที่ขาด
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ศาลยังมีคำพิพากษาต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ Evergrande รวม 56 ราย ซึ่งรวมถึงบุตรชาย 2 คนของฮุ่ย โดยกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 22 เดือนถึง 18 ปี พร้อมโทษปรับหรือริบทรัพย์สินตามคำพิพากษา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้คำวินิจฉัยของศาลชี้การตกแต่งบัญชีต่อเนื่อง 5 ปี
ตามคำพิพากษา ศาลระบุว่าการกระทำความผิดของ Evergrande, Hengda และฮุ่ย เกิดขึ้นในช่วงปี 2016 – 2021 ผ่านการฉ้อโกงทางการเงินขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการตกแต่งงบการเงิน, สร้างมูลค่าสินทรัพย์ให้สูงเกินจริง และปกปิดหนี้สินภายในอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ของตน
ข้อหาที่ศาลวินิจฉัยว่ามีความผิดครอบคลุมทั้งการระดมเงินฝากจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย, การฉ้อโกงในการระดมทุน, การออกหลักทรัพย์โดยทุจริต และการเปิดเผยข้อมูลสำคัญโดยมิชอบ
ศาลยังระบุว่า Evergrande และฮุ่ยเข้าไปมีอำนาจควบคุมสถาบันการเงิน แล้วดึงสินเชื่อและเงินกองทุนประกันภัยออกมาใช้ในกลุ่มบริษัทอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานให้สินบน, การปล่อยกู้โดยมิชอบ และการใช้เงินทุนผิดวัตถุประสงค์
อีกประเด็นที่ศาลชี้คือ ฮุ่ยอาศัยตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัทวางแผนการฉ้อโกงทางการเงิน และยักยอกทรัพย์สินของบริษัทในรูปของการจ่ายเงินปันผล
รายงานของ Xinhua ระบุว่ามูลค่าความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้สูงมากเป็นพิเศษ, พฤติการณ์ร้ายแรงอย่างยิ่ง, ก่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างหนัก และสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างรุนแรง จึงต้องลงโทษอย่างหนักตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2024 หน่วยงานกำกับดูแลของจีนเคยกล่าวหาบริษัทลูกหลักของ Evergrande ในจีนแผ่นดินใหญ่ว่าบันทึกรายได้สูงเกินจริงกว่า 560,000 ล้านหยวน (ประมาณ 2.74 ล้านล้านบาท) ในช่วงปี 2019 – 2020 จากการรับรู้ยอดขายล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นคดีตกแต่งบัญชีที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีขนาดใหญ่กว่ากรณี Enron ในสหรัฐฯ
ผลพวงจากกรณีดังกล่าวยังลามไปถึง PricewaterhouseCoopers ผู้ตรวจสอบบัญชีของ Evergrande มายาวนาน ที่ถูกปรับ 441 ล้านหยวน (ประมาณ 2.16 พันล้านบาท) ในจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อปี 2024 และถูกหน่วยงานกำกับดูแลฮ่องกงปรับเพิ่มอีก 310 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงเมื่อต้นปีนี้
จากลูกชายคนตัดไม้ สู่เจ้าของบริษัทอสังหาที่เป็นหนี้มากที่สุดในโลก
ฮุ่ยเกิดเมื่อปี 1958 ในมณฑลเหอหนานและเติบโตมาในความยากจน โดยเป็นลูกชายของคนตัดไม้ที่ลาออกจากงานในโรงงานเหล็กเมื่อปี 1992 ตามแรงจูงใจจากแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของ เติ้งเสี่ยวผิง ก่อนเริ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองกว่างโจว และก่อตั้ง Evergrande ขึ้นในปี 1996
เขาสร้างตัวจากการฉวยจังหวะการขยายตัวของเมืองในจีนช่วงปลายทศวรรษ 1990 ด้วยการกว้านซื้อที่ดินหลายร้อยแปลงมาพัฒนาเป็นอะพาร์ตเมนต์สำหรับชนชั้นกลางที่กำลังก่อตัวขึ้น
ในช่วงรุ่งเรืองที่สุด Evergrande เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของจีนเมื่อวัดจากยอดขายตามสัญญา ด้วยโครงการกว่า 1,300 แห่งใน 280 เมือง และยังขยายอาณาจักรไปสู่ธุรกิจอื่นตั้งแต่น้ำดื่มบรรจุขวด สโมสรฟุตบอลอาชีพ ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า
แต่การขยายตัวดังกล่าวตั้งอยู่บนการก่อหนี้จำนวนมหาศาล จนกลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้สูงที่สุดในโลก โดยในเดือนมิถุนายน 2023 หนี้สินรวมแตะระดับ 332,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10.93 ล้านล้านบาท)
รอยร้าวปรากฏขึ้นในปี 2021 เมื่อบริษัทไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้สกุลดอลลาร์ได้ ก่อนจะผิดนัดชำระหนี้ในช่วงปลายปีเดียวกัน และหลังความพยายามปรับโครงสร้างหนี้ล้มเหลว ศาลสูงฮ่องกงก็มีคำสั่งให้บริษัทเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีเมื่อเดือนมกราคม 2024 ก่อนถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในเดือนสิงหาคม 2025
สำหรับความมั่งคั่งของฮุ่ยนั้น ส่วนใหญ่มาจากการถือหุ้นใหญ่ใน Evergrande และเงินปันผลที่ได้รับนับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในฮ่องกงเมื่อปี 2009 โดยการคำนวณของ Bloomberg ระบุว่าเขาได้รับเงินปันผลไปแล้วกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.30 แสนล้านบาท) ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คำพิพากษาครั้งนี้ยังไม่ได้ทำให้ข้อพิพาททางกฎหมายที่รายล้อม Evergrande สิ้นสุดลง เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างกระบวนการชำระบัญชี โดยมีเจ้าหนี้ทั้งในและนอกจีนตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อหวังได้เงินคืนบางส่วน
ขณะที่ในฝั่งฮ่องกง คำสั่งศาลเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อนได้ขยายขอบเขตคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์สินของ ติงอวี้เหมย อดีตภรรยาของฮุ่ย ไปยัง 4 เขตอำนาจศาล ได้แก่ เจอร์ซีย์, ยิบรอลตาร์, แคนาดา และสิงคโปร์ ซึ่งเธอมีทรัพย์สินในบัญชีธนาคารรวมกันเกิน 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.24 พันล้านบาท)
สัญญาณจบยุคโตด้วยหนี้ของอสังหาฯ จีน
ในมุมของตลาด นักวิเคราะห์มองว่าคำพิพากษาครั้งนี้ไม่น่าจะสร้างแรงกระเพื่อมเพิ่มเติมต่อภาคอสังหาริมทรัพย์จีนมากนัก
โดย เอ็ดเวิร์ด ชาน ผู้อำนวยการจาก S&P Global Ratings ระบุว่าปัญหาสภาพคล่องของ Evergrande เมื่อปี 2021 คือสัญญาณสิ้นสุดของโมเดลธุรกิจแบบ ‘สามสูง’ ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จีน ซึ่งหมายถึงหนี้สูง, การใช้เงินกู้สูง และการหมุนสินทรัพย์เร็ว
เช่นเดียวกับ เจฟฟ์ จาง นักวิเคราะห์หุ้นจาก Morningstar ที่มองว่าผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์จีนไม่มีนัยสำคัญ เพราะ Evergrande ผิดนัดชำระหนี้และไม่ได้ซื้อที่ดินแปลงใหญ่มาหลายปีแล้ว พร้อมคาดว่ากระบวนการชำระบัญชีจะยืดเยื้อและใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะสะสางสิทธิ์ในทรัพย์สินได้
ด้าน เหยียน เยว่จิ้น รองประธานสถาบันวิจัยและพัฒนา E-house China มองว่าคำพิพากษานี้เป็นเครื่องหมายของการสิ้นสุดโมเดลการเติบโตยุคเก่าของภาคอสังหาริมทรัพย์จีน และเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ พร้อมระบุว่าเป็นการแสดงจุดยืนไม่ยอมรับความเสี่ยงทางการเงินและการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งช่วยให้กฎเกณฑ์การกำกับดูแลชัดเจนขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนซึ่งเคยมีสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของเศรษฐกิจเมื่อรวมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ยังคงอยู่ในภาวะซบเซาต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2020 โดยราคาบ้านที่ลดลงกดดันความมั่งคั่งของครัวเรือน
สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนผ่านยอดขายบ้านใหม่ทั่วประเทศในเดือนกรกฎาคมที่ลดลง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นแนวโน้มขาลงที่ฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภคและกลายเป็นความเสี่ยงต่อเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้
ภาพ: VCG/VCG via Getty Images
คุกตลอดชีวิต เจ้าของ China Evergrande ปรับ 1.5 หมื่นล้าน ทำลายเศรษฐกิจจีน
สำนักข่าว Xinhua ของทางการจีนรายงานว่า ฮุ่ยวัย 67 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อภาษาจีนกลางว่า สวี่เจียอิ้น ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตและถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต หลังรับสารภาพเมื่อเดือนเมษายนในข้อกล่าวหาหลายกระทง ซึ่งรวมถึงการยักยอกทรัพย์สินของบริษัทและการให้สินบน
ในส่วนของบทลงโทษทางการเงิน Evergrande Group ถูกปรับ 8,820 ล้านหยวน (ประมาณ 4.31 หมื่นล้านบาท) ขณะที่ Hengda Real Estate ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ ถูกปรับอีก 7,000 ล้านหยวน (ประมาณ 3.42 หมื่นล้านบาท) รวมเป็นเงินราว 15,820 ล้านหยวน (ประมาณ 7.74 หมื่นล้านบาท)
ค่าปรับดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในบทลงโทษทางการเงินต่อองค์กรที่สูงที่สุดเท่าที่ศาลจีนเคยกำหนดในคดีอาญา โดยศาลระบุว่าจะติดตามเรียกคืนผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบต่อไป และหากเรียกคืนได้ไม่ครบก็จะสั่งให้ชดใช้ส่วนที่ขาด
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ศาลยังมีคำพิพากษาต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ Evergrande รวม 56 ราย ซึ่งรวมถึงบุตรชาย 2 คนของฮุ่ย โดยกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 22 เดือนถึง 18 ปี พร้อมโทษปรับหรือริบทรัพย์สินตามคำพิพากษา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้