AI แข่งกันแจกของฟรี แต่ไทยทุ่ม 1,600 ล้าน ซื้อ AI พรีเมียมให้คน 5 ล้านคน ! ?

ขณะที่ทุกวันนี้ AI ทุกเจ้าก็มีเวอร์ชันฟรีที่ดีมากพอให้ใช้อยู่แล้ว เพราะแข่งขันกันเพื่อจะมาตบกับ ‘AI จีน’ แต่ประเทศไทยเลือกที่จะ ทุ่มงบสูงถึง 1,600 ล้านบาท เพราะอยากให้คนไทย 5 ล้านคน ได้เข้าถึง AI โมเดลพรีเมียมระดับโลก (!?) ทั้ง ChatGPT, Claude, Gemini รวมถึง BytePlus ในระยะเวลาแค่ 1 ปีอีกต่างหาก
มองในแง่หนึ่ง ก็เหมือนเป็นการให้ดึงดูดให้คนเริ่มตื่นตัวหันมาใช้ AI แหละฮะ แต่คำถามคือ มันเป็นวิธีที่ดีแล้วจริงดิ ?

      AI ของฟรีทุกวันนี้ มันเพียงพอสำหรับให้คนมาทดลองใช้แล้ว
ทุกวันนี้ AI ที่ใช้ฟรี มันเพียงพอสำหรับทั่วไปแล้วครับ  ไม่ว่าจะถามข้อมูล สรุปเอกสาร ช่วยเขียนข้อความ แปลภาษา คิดไอเดีย หรือช่วยทำงานพื้นฐาน วันนี้ AI หลายค่ายก็มีเวอร์ชันฟรีให้เราใช้กันอยู่แล้ว
และสาเหตุที่เราได้ใช้ของดีขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ ไม่ใช่เพราะบริษัท AI ใจดีอะไรหรอกนะครับ 555 แต่เพราะ “การแข่งขัน” โดยเฉพาะการไล่บี้ขึ้นมาของ AI จีน
ถ้าย้อนกลับไปช่วงแรกของ AI Boom ชื่อที่เราได้ยินส่วนใหญ่ก็มาจากอเมริกา ทั้ง ChatGPT, Claude หรือ Gemini ส่วนจีนถูกมองว่าเป็นผู้ตาม แถมสหรัฐฯ ยังพยายามจำกัดการส่งออกชิป AI ขั้นสูง เพื่อชะลอไม่ให้จีนตามทัน
แต่สุดท้ายจีนก็ยังไล่ขึ้นมาได้ครับ โดยทาง Bloomberg บอกว่า ช่องว่างด้านความสามารถระหว่าง AI จีนกับอเมริกากำลังแคบลงอย่างรวดเร็ว อย่างในการทดสอบ AI “ลงมือทำงานบนคอมพิวเตอร์จริง ๆ” ได้เก่งแค่ไหน ก็ได้ผลมาแบบนี้ครับ
- Kimi K3 ของ Moonshot AI ทำคะแนนได้ 85%
- GPT-5.6 Sol อยู่ที่ 89.5%
- Claude Opus 5 อยู่ที่ 89.1%

     พูดง่าย ๆ คือ ยังไม่ได้เก่งกว่าอเมริกาครับ แต่เริ่ม “เก่งใกล้กันมากพอ” และสิ่งที่จีนเอามาสู้หนัก ๆ คือ “ราคา” AI จีนอย่าง DeepSeek, Kimi หรือ Qwen มีทั้งบริการที่คนทั่วไปเข้าไปลองใช้ฟรี ไปจนถึง API ราคาถูกและโมเดล Open-weight ที่เปิดให้นักพัฒนานำไปใช้งานต่อ
นี่แหละครับที่ทำให้เกมเปลี่ยน เพราะถ้าของจีนทำงานได้ใกล้เคียงกัน แต่ต้นทุนถูกกว่ามาก บริษัทต่าง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือก AI อเมริกาทุกงาน
พอจีนเริ่มแย่งผู้ใช้ได้ ฝั่งอเมริกาก็อยู่เฉยไม่ได้ ต้องแข่งทั้งราคา ความสามารถ และสิ่งที่เปิดให้ผู้ใช้ฟรี เพื่อรักษาคนให้อยู่ในแพลตฟอร์มตัวเอง สุดท้ายคนที่รับประโยชน์เต็ม ๆ กลับเป็น “พวกเรา” เพราะยิ่งจีนกับอเมริกาตีกันหนักเท่าไร เราก็ยิ่งมีทางเลือกใช้ AI ที่เก่งขึ้น ในราคาที่ถูกลง กำแพงของการเข้าถึง AI จึงกำลังถูกตลาดทุบให้เตี้ยลงเรื่อย ๆ โดยที่รัฐบาลไทยแทบไม่ต้องทำอะไรเลยครับ

      แล้ว AI Passport 1,600 ล้านบาท ยังเริ่ดอยู่ไหม ?
พอมองกลับมาที่ AI Passport พี่ทุยเลยเริ่มรู้สึกว่า โครงการนี้มีจุดให้น่าตั้งคำถามครับ
เพราะหนึ่งในเป้าหมายคือทำให้คนไทยเข้าถึง AI ระดับสูงได้มากขึ้น แต่สิ่งที่เรากำลังจ่ายเงินเพื่อให้คนเข้าถึงนั้น ตลาดโลกก็กำลังแข่งกันทำให้ ถูกลง และเข้าถึงง่ายขึ้นเรื่อย ๆ อยู่แล้ว ยิ่ง AI เป็นเทคโนโลยีที่ตกรุ่นเร็ว วันนี้เสียเงินใช้ อีกไม่นานอาจมีของที่เก่งใกล้เคียงกันให้ใช้ฟรีหรือถูกกว่ามาก
ดังนั้น ถ้าเงิน 1,600 ล้านบาทจบลงแค่การให้คนไทยได้ลองใช้ AI Premium ช่วงหนึ่ง พี่ทุยว่ามันก็ดูไม่ค่อยเริ่ดเท่าไรฮะ เพราะพอสิทธิ์หมด สิ่งที่เราเคยจ่ายเงินซื้อก็หายไปด้วย
     เงินก้อนนี้จึงควรไปไกลกว่าแค่ “มี AI ให้ใช้” แต่ต้องทำให้คนไทย “ใช้ AI เป็น” ไม่ว่าจะ Upskill / Reskill ปรับหลักสูตร หรือช่วยให้คนเอา AI ไปเพิ่มรายได้และลดต้นทุนได้จริง เพราะสุดท้าย สิทธิ์ใช้ AI มีวันหมด โมเดลมีวันตกรุ่น แต่ทักษะของคนยังอยู่
ดังนั้น สิ่งที่ AI Passport ต้องพิสูจน์อาจไม่ใช่แค่ยอดลงทะเบียน 5 ล้านคนครับ แต่คือ เงิน 1,600 ล้านบาทนี้ ทำให้คนไทยเก่งขึ้นกว่าการปล่อยให้ไปใช้ AI ฟรีที่มีอยู่แล้วได้มากแค่ไหน
เพราะในวันที่โลกกำลังแข่งกันทำให้ AI ถูกลงเรื่อย ๆ การเอาเงินหลักพันล้านไปซื้อแค่ “การเข้าถึง AI” อาจไม่ใช่สิ่งที่ประเทศไทยขาดที่สุดแล้วครับ

ข่าวโดย | Money Buffalo

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่