ผู้เขียน โดย จัน ลั่นทุ่ง
ARDA หนุนงานวิจัยเปลี่ยนยางก้อนถ้วยราคาต่ำ สู่เส้นหวายเทียมทนแดด-เชื้อรา สร้างงานกว่า 150 ราย ดันเศรษฐกิจชุมชนกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA สนับสนุนทุนวิจัยโครงการ “การขยายผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นหวายเทียมกลิ่นหอม ทนเชื้อรา แบคทีเรีย แสงแดด และรังสียูวี จากยางธรรมชาติผสมเทอร์โมพลาสติก” แก่มหาวิทยาลัยฟาฏอนี โดยมี นายอัรฟัน หะสีแม เป็นหัวหน้าโครงการ ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
จากปัญหายางก้อนถ้วยในราคาต่ำ และวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตเครื่องจักสานต้องเผชิญกับภาวะหวายธรรมชาติขาดแคลนและมีต้นทุนสูง ทีมวิจัยจึงนำยางธรรมชาติมาพัฒนาเป็นเส้นหวายเทียม เพื่อทดแทนหวายธรรมชาติและสร้างตลาดใหม่ให้ยางพาราไทย
ผลจากการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตยางก้อนถ้วยคุณภาพสูงและจำหน่ายได้ในราคา 30–50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่วิสาหกิจชุมชนผลิตเส้นหวายเทียมได้วันละ 250–300 กิโลกรัม สร้างมูลค่าการจำหน่ายไม่น้อยกว่า 7,500 บาทต่อวัน
นำไปต่อยอดเป็นกระเช้าผลไม้ โซฟา เก้าอี้ โคมไฟ และของตกแต่ง รองรับตลาดเฟอร์นิเจอร์ โรงแรม รีสอร์ต และงานตกแต่งภายใน
นายอัรฟัน หะสีแม หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า เส้นหวายเทียมจากยางธรรมชาติ คุณสมบัติทนทานต่อเชื้อรา แบคทีเรีย แมลง แสงแดด และรังสียูวี มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ปี เมื่อเทียบกับหวายธรรมชาติที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 1–2 ปี
วัสดุดังกล่าวผ่านการทดสอบตามวิธีมาตรฐาน ASTM D1646 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จึงมีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ 3 วิสาหกิจชุมชน และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “PARASAN”
นางวรรลัดดา พรหมสุข รองประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปยางบ้านตาชี กล่าวว่า โครงการช่วยเปลี่ยนบทบาทชุมชนจาก “ผู้ขายวัตถุดิบ” มาเป็น “ผู้ผลิตสินค้านวัตกรรม” เกิดการจ้างงานกว่า 150 ราย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับมาทำงานและประกอบอาชีพในบ้านเกิด
เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ยังร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ PARASAN แล้ว 14 รายการ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ ผลิตเส้นหวายเทียม ไปจนถึงแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูป โดยปี 2568 สร้างมูลค่าการจำหน่ายรวมกว่า 300,000 บาท และมีแผนขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
#จันลั่นทุ่ง #หวายเทียม #PARASAN #ARDA #วิสาหกิจชุมชนแปรรูปยางบ้านตาชี
ใครจะเชื่อ!เปลี่ยน"ขี้ยาง"เป็นหวายเทียม ราคาพุ่งถึง30เท่า?
ARDA หนุนงานวิจัยเปลี่ยนยางก้อนถ้วยราคาต่ำ สู่เส้นหวายเทียมทนแดด-เชื้อรา สร้างงานกว่า 150 ราย ดันเศรษฐกิจชุมชนกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA สนับสนุนทุนวิจัยโครงการ “การขยายผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นหวายเทียมกลิ่นหอม ทนเชื้อรา แบคทีเรีย แสงแดด และรังสียูวี จากยางธรรมชาติผสมเทอร์โมพลาสติก” แก่มหาวิทยาลัยฟาฏอนี โดยมี นายอัรฟัน หะสีแม เป็นหัวหน้าโครงการ ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
จากปัญหายางก้อนถ้วยในราคาต่ำ และวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตเครื่องจักสานต้องเผชิญกับภาวะหวายธรรมชาติขาดแคลนและมีต้นทุนสูง ทีมวิจัยจึงนำยางธรรมชาติมาพัฒนาเป็นเส้นหวายเทียม เพื่อทดแทนหวายธรรมชาติและสร้างตลาดใหม่ให้ยางพาราไทย
ผลจากการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตยางก้อนถ้วยคุณภาพสูงและจำหน่ายได้ในราคา 30–50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่วิสาหกิจชุมชนผลิตเส้นหวายเทียมได้วันละ 250–300 กิโลกรัม สร้างมูลค่าการจำหน่ายไม่น้อยกว่า 7,500 บาทต่อวัน
นำไปต่อยอดเป็นกระเช้าผลไม้ โซฟา เก้าอี้ โคมไฟ และของตกแต่ง รองรับตลาดเฟอร์นิเจอร์ โรงแรม รีสอร์ต และงานตกแต่งภายใน
นายอัรฟัน หะสีแม หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า เส้นหวายเทียมจากยางธรรมชาติ คุณสมบัติทนทานต่อเชื้อรา แบคทีเรีย แมลง แสงแดด และรังสียูวี มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ปี เมื่อเทียบกับหวายธรรมชาติที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 1–2 ปี
วัสดุดังกล่าวผ่านการทดสอบตามวิธีมาตรฐาน ASTM D1646 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จึงมีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ 3 วิสาหกิจชุมชน และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “PARASAN”
นางวรรลัดดา พรหมสุข รองประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปยางบ้านตาชี กล่าวว่า โครงการช่วยเปลี่ยนบทบาทชุมชนจาก “ผู้ขายวัตถุดิบ” มาเป็น “ผู้ผลิตสินค้านวัตกรรม” เกิดการจ้างงานกว่า 150 ราย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับมาทำงานและประกอบอาชีพในบ้านเกิด
เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ยังร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ PARASAN แล้ว 14 รายการ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ ผลิตเส้นหวายเทียม ไปจนถึงแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูป โดยปี 2568 สร้างมูลค่าการจำหน่ายรวมกว่า 300,000 บาท และมีแผนขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
#จันลั่นทุ่ง #หวายเทียม #PARASAN #ARDA #วิสาหกิจชุมชนแปรรูปยางบ้านตาชี