มะกรูด ยาดี สำหรับสตรีและบุรุษ



มะกรูด มีชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus hystrix DC.
เป็นสมุนไพรที่คนไทยเชี่ยวชาญในการใช้มากที่สุดก็ว่าได้ ทั้งใส่ในอาหาร เป็นส่วนผสมในตำรับยา ทั้งยากิน ยาอาบ ยาอบ ยาประคบ ยาไล่ยุง ยาไล่แมลง รวมทั้งใช้ดับกลิ่น เช่น ใส่ในห้องน้ำ ในโถปัสสาวะ

ในตำรายาไทย มะกรูด เป็นยาที่สำคัญหนึ่ง โดยมีการใช้ประโยชน์ในหลายส่วน เข้ายาหลายขนาน ได้แก่
ผิวมะกรูด มีรสปร่าหอม ร้อน เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้แน่น ขับระดู ขับผายลม เป็นยาบำรุงหัวใจ
น้ำมันจากผิว ช่วยป้องกันรังแค และทำให้เส้นผมดกดำเป็นเงางาม
ผล รสเปรี้ยว กัดเสมหะ แก้น้ำลายเหนียว กัดเถาดานในท้อง แก้ระดูเสีย ฟอกโลหิตระดู ขับระดู ขับลมในลำไส้ ถอนพิษผิดสำแดง
ผล ดองเป็นยาฟอกเลือดในสตรี ช่วยขับระดู ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด ลักปิดลักเปิด
ผล ปิ้งไฟให้สุก ผ่าครึ่งลูก เอาถูฟอกสระผม ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม นิ่มสลวย แก้คัน แก้รังแค แก้ชันนะตุ ทำให้ผมสะอาดแพทย์ตามชนบทใช้ผลเอาไส้ออก ใส่มหาหิงคุ์แทน สุมไฟให้เกรียม บดกวาดปากลิ้นเด็กอ่อน ขับขี้เทา ขับลม แก้ปวดท้องในเด็ก หรือใช้ผลสดนำมาผิงไฟให้เกรียม แล้วละลายให้เข้ากับน้ำผึ้ง ใช้ทาลิ้นให้เด็กที่เกิดใหม่
ใบ ขับลม ใช้แต่งกลิ่นในอาหาร

ยาพื้นบ้านบางถิ่นใช้น้ำมันมะกรูดดองยาที่เรียกว่า “ยาดองเปรี้ยวเค็ม” ที่ใช้กินเป็นยาฟอกโลหิตในสตรี น้ำผลมะกรูด มีรสเปรี้ยว แก้เสมหะในลำคอ แก้เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิตระดู ขับลมในลำไส้ และใช้ถนอมยาไม่ให้บูดเน่า แก้อาการท้องอืด ช่วยเจริญอาหาร ใช้สระผมกันรังแค  เนื้อของผล แก้ปวดศีรษะ

ตัวอย่างตำรับยา
ขับลมในลำไส้ แก้แน่น แก้เสมหะ
ฝานผิวมะกรูดสดเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ช้อนแกง เติมการบูร หรือพิมเสน 1 หยิบมือ ชงด้วยน้ำเดือดแช่ทิ้งไว้ ดื่มแต่น้ำรับประทาน 1-2 ครั้ง ถ้ายังไม่ทุเลากินติดต่อกัน 2-3 วัน
สระผม ให้ดกดำ เงางาม รักษาชันนะตุ  
ให้ผ่ามะกรูดเป็น 2 ชิ้น เมื่อสระผมเสร็จแล้ว เอามะกรูดมาสระซ้ำโดยยีไปบนผม น้ำมะกรูดเป็นกรดจะทำให้ผมสะอาด แล้วล้างเอาสมุนไพรออกให้หมด หรือใช้ผลเผาไฟ นำมาผ่าซีกใช้สระผม
ยาหม่องน้ำมะกรูด
ส่วนประกอบ : แอลกอฮอล์ 95%(ใช้ภายนอก) 8 กรัม การบูร (Camphor) 10 กรัม เมนทอล (Menthol) 7 กรัม โพรไพลีนไกลคอล Propylene Glycol) 62 กรัม น้ำมันมะกรูด 13 กรัม
วิธีทำ : ละลายการบูรและเมนทอลลงในแอลกอฮอล์ ใส่น้ำมันมะกรูด คนให้เข้ากัน ใส่โพรไพลีนไกลคอล คนให้เข้ากัน บรรจุขวดไว้ดม

ข้อควรระวัง: การใช้น้ำมันหอมระเหยกับผิวหนังในปริมาณที่มาก  ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงเนื่องจากน้ำมันที่ได้จากการบีบผิวผล อาจทำให้เกิดพิษเมื่อสัมผัสกับแสงได้ และเกิดมีสารสีเกินที่ผิวหนัง บริเวณใบหน้า และลำคอ เพราะมีสารกลุ่มคูมาริน แต่น้ำมันจากผิวผลที่ได้จากการ กลั่น จะไม่มีสารนี้


ที่มา  สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่