โรม โต้อนุทิน อ้างรับไม่ได้ฮั้วสว. ซัดอย่าโกหกประชาชน รัฐบาลต้องเคลียร์ อย่าปล่อยอ้างเบื้องสูง https://www.matichon.co.th/politics/news_5855055
.

.
โรม โต้อนุทิน อ้างรับไม่ได้ฮั้วสว. ซัดอย่าโกหกประชาชน รัฐบาลต้องเคลียร์ อย่าปล่อยอ้างเบื้องสูง
.
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์หลังนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลรับไม่ได้กับการฮั้ว ส.ว. และเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวกับคดีฮั้วอย่างแน่นอน หากจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่เกิดขึ้นและยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจน ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้น แต่การทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านอยู่ที่พยานหลักฐาน และต้องยอมรับว่าการตรวจสอบเรื่องฮั้ว สว.หรือเรื่องอื่นตั้งอยู่บน 2 ฐาน คือ 1.ฐานทางกฎหมาย ว่าผิดข้อกล่าวหาใดมาตราใด อั้งยี่ซ่องโจรหรือไม่ และผู้ที่มีอำนาจในการชี้ความผิดไม่ใช่สภา แต่เป็นหน่วยงานอื่นเช่นศาลที่ทำหน้าที่นี้ต่อ และ 2. การตรวจสอบทางการเมือง
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการตรวจสอบทางการเมือง ว่าข้อยุติในสภาคือมือจะยกในการไว้วางใจหรือไว้วางใจ และมือในการยกส่วนใหญ่จะเห็นว่าฝั่งรัฐบาลมักจะผ่านจุดนี้ไปได้ไปได้ แต่จะต้องไม่ลืมเรื่องทั้งหมดที่ตรวจสอบทางการเมืองต้องตั้งอยู่บนความโปร่งใสที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ คำถามคือต่อให้สามารถรอดจากการตรวจสอบผ่านกลไกสภาหรือกลไกทางกฎหมาย เชื่อจริงเหรอว่าฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะผู้มีอำนาจในรัฐบาลจะไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้
.
“
ท่านคิดว่าท่านจะโกหกประชาชนเรื่องนี้ ไปได้อีกเท่าไหร่ ท่านคิดจริงหรือว่าประชาชนในประเทศนี้ได้เห็นและติดตามการทำงานของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือนายยิ่งชีพ อัฌชานนท์ หรือหลายภาคส่วนที่มีการเปิดเผยข้อมูล มีบุคคลหลายบุคคล มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์ใกล้ชิด ทำเป็นกระบวนการ จนคิดว่าอั้งยี่ซ่องโจรอาจจะเป็นข้อหาเล็กไปด้วยซ้ำ ซึ่งกระบวนการทำแบบนี้ยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง ส.ว. คิดว่าอาจจะหลอกตัวเองได้ แต่หลอกประชาชนไม่ได้ และมือในสภาที่ท่านมีจะทำให้ท่านสามารถเกาะอำนาจรัฐได้ตลอดไป ซึ่งประชาชนมีความสำคัญต่อสมการนี้แน่นอน“ นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า เหลือไม่กี่วันที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะชี้ขาดเรื่องฮั้วสว.พรรคประชาชนเตรียมเปิดโปงอย่างไรต่อ นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การเปิดโปงคดีมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เห็นการทำหน้าที่ของนาย
พริษฐ์ อย่างเข้มแข็ง ขณะเดียวกัน น.ส.
รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ช่วยขยายความหลายครั้ง ยืนยันว่าติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ยอมรับว่าในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน การที่ฝ่ายรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือในการคลี่คลายปัญหาโกง ส.ว. อย่างที่ควรจะเป็น
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลเองดูไม่สบายใจจากการเปิดโปงเรื่องนี้ โดยเฉพาะมีการขยายผลไปถึงว่ามีการอ้างเบื้องสูง ดังนั้นขออย่าโกหกกัน เพราะมีการแอบอ้างแน่ๆ และมีการใช้กลไกนี้แน่ๆ แต่สิ่งที่ยังไม่เห็นคือกลุ่มรักสถาบัน เหตุใดถึงดูเงียบกับเรื่องเหล่านี้ สิ่งที่ต้องการ คือวันนี้เรื่องฮั้ว ส.ว.ไม่ใช่แค่การยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง แต่เป็นการดึงฟ้าเข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว คือการเอาสถาบันเข้ามาเป็นประโยชน์ส่วนตัว เพื่อปกป้องคุ้มครองในการกระทำชั่ว ของตัวเองที่เกิดขึ้น
.
“
ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และไม่เข้าใจว่าคุณอนุทิน นิ่งเฉยกับเรื่องนี้ได้อย่างไร ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ปกป้องหลักนิติรัฐ นิติธรรม แต่กลับปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และก็ติ๊ดชึ่ง กับเรื่องนี้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้“ นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
ด้าน น.ส.
รักชนก กล่าวตอบโต้นายกรัฐมนตรีว่า คนไทยกินข้าว ไม่ได้ทานหญ้า ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว ส.ว. ตนคิดว่าให้ประชาชนดูข้อมูลทั้งหมด แล้วให้เขาตัดสินดีที่สุด และถึงที่สุดแล้ว กกต. ที่ถูกตั้งคำถามว่า ถูก ส.ว. ชุดนี้แต่งตั้งและรับรองมา มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เราต้องการให้ประชาชนออกมาช่วยกันกดดันให้ กกต. ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา เพราะกฎหมายเขียนว่าเรื่องนี้ ประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถส่งไปให้ศาลฎีกาได้ด้วยตนเอง เพราะอำนาจนั้นเป็นของ กกต. แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น ขอแรงประชาชนทุกคนว่าเสียงของท่านมีความหมายกับเรื่องนี้ ที่จะมาช่วยกันกดดัน กกต.
.
น.ส.
รักชนก กล่าวต่อว่า เรื่องกรณีที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตนอยากให้นายกรัฐมนตรีลองเปิดเฟซบุ๊กของฝ่ายค้าน เช่น ของนาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน หรือเพจไอลอว์ ท่านก็จะจะเห็นข้อมูลต่างๆ แม้ตัวนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่เกี่ยวโดยตรง แต่ตนอาจเอ่ยได้ 2-3 ชื่อ ซึ่งไม่ได้เป็นการกล่าวหา เพราะอยู่ในสื่อสาธารณะ เช่น นาง
สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่โอนเงินให้กับ กกต. จำนวน 800,000 บาท ถ้านายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่เกี่ยว ก็ต้องถามประชาชนคนไทยด้วยว่าเกี่ยวหรือไม่ หรือแม้กระทั่ง ข้อมูลที่ไอลอว์เปิด เกี่ยวกับนาย
วรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าพ่อของนาย
วรศิษฏ์ถูกรายล้อมด้วยคนที่เป็นผู้ช่วย ส.ว. ซึ่งเป็นลูกน้อง ต้องถามว่าสิ่งเหล่านี้จริงหรือไม่ แม้กระทั่งนาย
ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภา ก็ถูกข้อกล่าวหาเช่นกันว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำโพยหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสาธารณะ และอยู่ในสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กกต.
.
“
ขอให้ประชาชนคิดเองดีกว่าว่ารัฐบาลชุดนี้เกี่ยวข้องกับการโกง ส.ว. หรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาออกหน้ารับแทน เพราะจะเป็นการไม่งามที่มาการันตีหรือมาฟันธงเรื่องอะไรที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลก่อน” น.ส
.รักชนก กล่าว
.
ส่วนประเด็นเรื่อง ม.112 น.ส.
รักชนก กล่าวว่า ตนขอแจ้งคนที่จะไปร้องตน ตนเป็นเพียงผู้นำสารที่ว่ามีการแอบอ้างข้างบน ซึ่งตนตีความว่าเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ เพราะมีการบอกว่าเรื่องนี้ข้างบนท่านตรัส ไม่อย่างนั้น กกต. ประกาศโมฆะไปแล้ว ซึ่งตนไม่ได้เป็นคนพูดประโยคเหล่านี้ แต่คนที่พูดคือนายก
วิทยา ดังนั้น คนที่ควรจะถูกฟ้องมากกว่าตนคือนายก
วิทยา
.
“
ดิฉันยืนยันว่าไม่สนับสนุนให้ใครก็ตาม ไปดำเนินคดีในข้อหา ม.112 และ ไม่สนับสนุนให้ใช้มาตรานี้ กลั่นแกล้งกันทางการเมือง เพราะเป็นกฎหมายที่มีปัญหามากจริงๆ ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่าพรรคประชาชนไม่สนับสนุนให้ใช้กฎหมายมาตรานี้ในการรังแกบุคคลใดๆ ก็ตามทั้งสิ้น” น.ส.
รักชนก กล่าว
.
.
‘ชลิต’ ร้อง กมธ. ปมถูกตัดสิทธิชิงบอร์ดฯ กะทันหัน ‘รักชนก’ ชี้เข้าข่ายกลั่นแกล้งทางการเมือง จี้ตรวจสอบความเป็นธรรม
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_5855116
.
‘ชลิต’ ร้อง กมธ. ปมถูกตัดสิทธิชิงบอร์ดฯ กะทันหัน ‘รักชนก’ ชี้เข้าข่ายกลั่นแกล้งทางการเมือง จี้ตรวจสอบความเป็นธรรม
.
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นาย
รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และคณะ พร้อมด้วย น.ส.
รักชนก ศรีนอก ประธานคณะ กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ รับยื่นหนังสือจากนาย
ชลิต รัษฐปานะ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เพื่อร้องเรียนกรณีถูกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมอย่างไม่เป็นธรรม
.
นาย
ชลิต กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันเป็นกรรมการประกันสังคมชุดรักษาการ กลับถูกกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม ตัดสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลว่าขาดความเป็นผู้ประกันตน ซึ่งตนถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิอย่างชัดเจน เนื่องจากในวันรับสมัคร ข้อมูลในแอปพลิเคชัน SSO Plus และเว็บไซต์ของสำนักงานฯ ยังคงระบุสถานะความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ของตนอย่างชัดเจนจนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม แม้ตนจะเพิ่งพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานบริษัทก็ตาม นอกจากนี้ ระบบของ สปส. เองที่มีความลักลั่น ทำให้ตนไม่สามารถเปลี่ยนไปสมัครมาตรา 39 ในวันที่ 1 กรกฎาคมได้ทันที ทั้งที่หลักการของประกันสังคมเป็นการส่งเงินสมทบแบบรายเดือน เมื่อส่งครบงวดเดือน สิทธิการคุ้มครองย่อมต้องครอบคลุมทั้งหมดตลอดทั้งเดือนนั้น
.
นาย
ชลิต กล่าวว่า บุคคลในกองกฎหมายที่ลงนามตัดสิทธิเป็นผู้ที่ตนเคยมีกรณีข้อพิพาทด้วยมาโดยตลอด ทั้งในประเด็นการคัดค้านการแก้สูตรเลือกตั้งจาก 1 เลือก 7 เป็น 1 เลือก 1 และประเด็นที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะคดีในศาลปกครอง ทำให้ สปส. ต้องจัดการเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายนตามกำหนดเดิม ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้ ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่า การตัดสิทธิครั้งนี้อาจเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง และเป็นผลสืบเนื่องจากการที่ตนเดินหน้าทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในสำนักงานประกันสังคมอย่างเข้มข้น จนนำไปสู่การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. แล้วหลายกรณี
.
น.ส.
รักชนก กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กรณีการตัดสิทธิผู้สมัครนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ดุลพินิจของฝ่ายกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม ที่เข้าข่ายการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง หาก สปส. ตรวจสอบพบว่านายชลิตขาดคุณสมบัติ ก็สมควรที่จะปฏิเสธการรับสมัครตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ปล่อยให้กระบวนการดำเนินไปจนกระทั่งปิดรับสมัครแล้วจึงมาประกาศตัดสิทธิในภายหลัง ส่งผลให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้าสูญเสียผู้สมัครไป 1 คน เหลือเพียง 6 คน ซึ่งถือเป็นการตัดโอกาสของประชาชนในการเลือกผู้แทน จึงขอตั้งข้อสังเกตเพิ่มว่า การกระทำดังกล่าวอาจเกิดจากความไม่พอใจที่ถูกตรวจสอบอย่างหนัก ประกอบกับการที่ สปส. เพิ่งแพ้คดีในศาลปกครองจากการที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าร้องเรียนให้เพิกถอนคำสั่งชะลอการเลือกตั้งหรือไม่
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า กองทุนประกันสังคมเป็นเรื่องระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับเงินมหาศาลและผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก คณะกรรมาธิการฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในครั้งนี้ที่ปรากฏร่องรอยความไม่ชอบมาพากล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีการใช้อำนาจบีบบังคับให้เจ้าหน้าที่ต้องกระทำการกลั่นแกล้งหรือขัดขวางกระบวนการตรวจสอบ เพราะการตรวจสอบทุกขั้นตอนล้วนทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในระบบประกันสังคม ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามกรณีการตัดสิทธินายชลิตอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
.
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนและสังคมร่วมกันจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะไม่ใช่เพียงการรักษาสิทธิของบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นการปกป้องความโปร่งใสของระบบประกันสังคม หากปล่อยให้มีการบริหารจัดการที่ไม่ดี หรือมีการทุจริตเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อาจนำมาซึ่งความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ โดยคณะกรรมาธิการฯ พร้อมสนับสนุนบทบาทในการผลักดันให้สำนักงานประกันสังคมมีความก้าวหน้าและโปร่งใสอย่างแท้จริง
.
ซึ่งเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ในวันเดียวกัน นาง
นิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษก สปส. เปิดเผยว่า หลักเกณฑ์ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ต้องมีเงินสมทบครบ 36 เดือนติดต่อกัน หากขาดส่งแม้เพียง 1 เดือนถือว่าขาดคุณสมบัติ พร้อมต้องมีสถานะเป็นผู้ประกันตนในวันที่ประกาศรายชื่อ โดยข้อมูลจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนเสนอ กกต.พิจารณา
JJNY : 5in1 โรมโต้อนุทิน ซัดอย่าโกหกปชช.│‘ชลิต’ร้องกมธ.│ยื่นกมธ.งบฯ สอบด่วน│พิรุธ!สอบนายอำเภอ66│สส.ปชน.ลุยช่วยชาวน่าน
.
.
โรม โต้อนุทิน อ้างรับไม่ได้ฮั้วสว. ซัดอย่าโกหกประชาชน รัฐบาลต้องเคลียร์ อย่าปล่อยอ้างเบื้องสูง
.
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์หลังนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลรับไม่ได้กับการฮั้ว ส.ว. และเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวกับคดีฮั้วอย่างแน่นอน หากจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่เกิดขึ้นและยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจน ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้น แต่การทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านอยู่ที่พยานหลักฐาน และต้องยอมรับว่าการตรวจสอบเรื่องฮั้ว สว.หรือเรื่องอื่นตั้งอยู่บน 2 ฐาน คือ 1.ฐานทางกฎหมาย ว่าผิดข้อกล่าวหาใดมาตราใด อั้งยี่ซ่องโจรหรือไม่ และผู้ที่มีอำนาจในการชี้ความผิดไม่ใช่สภา แต่เป็นหน่วยงานอื่นเช่นศาลที่ทำหน้าที่นี้ต่อ และ 2. การตรวจสอบทางการเมือง
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการตรวจสอบทางการเมือง ว่าข้อยุติในสภาคือมือจะยกในการไว้วางใจหรือไว้วางใจ และมือในการยกส่วนใหญ่จะเห็นว่าฝั่งรัฐบาลมักจะผ่านจุดนี้ไปได้ไปได้ แต่จะต้องไม่ลืมเรื่องทั้งหมดที่ตรวจสอบทางการเมืองต้องตั้งอยู่บนความโปร่งใสที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ คำถามคือต่อให้สามารถรอดจากการตรวจสอบผ่านกลไกสภาหรือกลไกทางกฎหมาย เชื่อจริงเหรอว่าฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะผู้มีอำนาจในรัฐบาลจะไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้
.
“ท่านคิดว่าท่านจะโกหกประชาชนเรื่องนี้ ไปได้อีกเท่าไหร่ ท่านคิดจริงหรือว่าประชาชนในประเทศนี้ได้เห็นและติดตามการทำงานของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือนายยิ่งชีพ อัฌชานนท์ หรือหลายภาคส่วนที่มีการเปิดเผยข้อมูล มีบุคคลหลายบุคคล มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์ใกล้ชิด ทำเป็นกระบวนการ จนคิดว่าอั้งยี่ซ่องโจรอาจจะเป็นข้อหาเล็กไปด้วยซ้ำ ซึ่งกระบวนการทำแบบนี้ยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง ส.ว. คิดว่าอาจจะหลอกตัวเองได้ แต่หลอกประชาชนไม่ได้ และมือในสภาที่ท่านมีจะทำให้ท่านสามารถเกาะอำนาจรัฐได้ตลอดไป ซึ่งประชาชนมีความสำคัญต่อสมการนี้แน่นอน“ นายรังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า เหลือไม่กี่วันที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะชี้ขาดเรื่องฮั้วสว.พรรคประชาชนเตรียมเปิดโปงอย่างไรต่อ นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การเปิดโปงคดีมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เห็นการทำหน้าที่ของนายพริษฐ์ อย่างเข้มแข็ง ขณะเดียวกัน น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ช่วยขยายความหลายครั้ง ยืนยันว่าติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ยอมรับว่าในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน การที่ฝ่ายรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือในการคลี่คลายปัญหาโกง ส.ว. อย่างที่ควรจะเป็น
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลเองดูไม่สบายใจจากการเปิดโปงเรื่องนี้ โดยเฉพาะมีการขยายผลไปถึงว่ามีการอ้างเบื้องสูง ดังนั้นขออย่าโกหกกัน เพราะมีการแอบอ้างแน่ๆ และมีการใช้กลไกนี้แน่ๆ แต่สิ่งที่ยังไม่เห็นคือกลุ่มรักสถาบัน เหตุใดถึงดูเงียบกับเรื่องเหล่านี้ สิ่งที่ต้องการ คือวันนี้เรื่องฮั้ว ส.ว.ไม่ใช่แค่การยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง แต่เป็นการดึงฟ้าเข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว คือการเอาสถาบันเข้ามาเป็นประโยชน์ส่วนตัว เพื่อปกป้องคุ้มครองในการกระทำชั่ว ของตัวเองที่เกิดขึ้น
.
“ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และไม่เข้าใจว่าคุณอนุทิน นิ่งเฉยกับเรื่องนี้ได้อย่างไร ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ปกป้องหลักนิติรัฐ นิติธรรม แต่กลับปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และก็ติ๊ดชึ่ง กับเรื่องนี้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้“ นายรังสิมันต์ กล่าว
.
ด้าน น.ส.รักชนก กล่าวตอบโต้นายกรัฐมนตรีว่า คนไทยกินข้าว ไม่ได้ทานหญ้า ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว ส.ว. ตนคิดว่าให้ประชาชนดูข้อมูลทั้งหมด แล้วให้เขาตัดสินดีที่สุด และถึงที่สุดแล้ว กกต. ที่ถูกตั้งคำถามว่า ถูก ส.ว. ชุดนี้แต่งตั้งและรับรองมา มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เราต้องการให้ประชาชนออกมาช่วยกันกดดันให้ กกต. ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา เพราะกฎหมายเขียนว่าเรื่องนี้ ประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถส่งไปให้ศาลฎีกาได้ด้วยตนเอง เพราะอำนาจนั้นเป็นของ กกต. แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น ขอแรงประชาชนทุกคนว่าเสียงของท่านมีความหมายกับเรื่องนี้ ที่จะมาช่วยกันกดดัน กกต.
.
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า เรื่องกรณีที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตนอยากให้นายกรัฐมนตรีลองเปิดเฟซบุ๊กของฝ่ายค้าน เช่น ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน หรือเพจไอลอว์ ท่านก็จะจะเห็นข้อมูลต่างๆ แม้ตัวนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่เกี่ยวโดยตรง แต่ตนอาจเอ่ยได้ 2-3 ชื่อ ซึ่งไม่ได้เป็นการกล่าวหา เพราะอยู่ในสื่อสาธารณะ เช่น นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่โอนเงินให้กับ กกต. จำนวน 800,000 บาท ถ้านายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่เกี่ยว ก็ต้องถามประชาชนคนไทยด้วยว่าเกี่ยวหรือไม่ หรือแม้กระทั่ง ข้อมูลที่ไอลอว์เปิด เกี่ยวกับนายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าพ่อของนายวรศิษฏ์ถูกรายล้อมด้วยคนที่เป็นผู้ช่วย ส.ว. ซึ่งเป็นลูกน้อง ต้องถามว่าสิ่งเหล่านี้จริงหรือไม่ แม้กระทั่งนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภา ก็ถูกข้อกล่าวหาเช่นกันว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำโพยหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสาธารณะ และอยู่ในสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กกต.
.
“ขอให้ประชาชนคิดเองดีกว่าว่ารัฐบาลชุดนี้เกี่ยวข้องกับการโกง ส.ว. หรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาออกหน้ารับแทน เพราะจะเป็นการไม่งามที่มาการันตีหรือมาฟันธงเรื่องอะไรที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลก่อน” น.ส.รักชนก กล่าว
.
ส่วนประเด็นเรื่อง ม.112 น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนขอแจ้งคนที่จะไปร้องตน ตนเป็นเพียงผู้นำสารที่ว่ามีการแอบอ้างข้างบน ซึ่งตนตีความว่าเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ เพราะมีการบอกว่าเรื่องนี้ข้างบนท่านตรัส ไม่อย่างนั้น กกต. ประกาศโมฆะไปแล้ว ซึ่งตนไม่ได้เป็นคนพูดประโยคเหล่านี้ แต่คนที่พูดคือนายกวิทยา ดังนั้น คนที่ควรจะถูกฟ้องมากกว่าตนคือนายกวิทยา
.
“ดิฉันยืนยันว่าไม่สนับสนุนให้ใครก็ตาม ไปดำเนินคดีในข้อหา ม.112 และ ไม่สนับสนุนให้ใช้มาตรานี้ กลั่นแกล้งกันทางการเมือง เพราะเป็นกฎหมายที่มีปัญหามากจริงๆ ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่าพรรคประชาชนไม่สนับสนุนให้ใช้กฎหมายมาตรานี้ในการรังแกบุคคลใดๆ ก็ตามทั้งสิ้น” น.ส.รักชนก กล่าว
.
.
‘ชลิต’ ร้อง กมธ. ปมถูกตัดสิทธิชิงบอร์ดฯ กะทันหัน ‘รักชนก’ ชี้เข้าข่ายกลั่นแกล้งทางการเมือง จี้ตรวจสอบความเป็นธรรม
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_5855116
.
‘ชลิต’ ร้อง กมธ. ปมถูกตัดสิทธิชิงบอร์ดฯ กะทันหัน ‘รักชนก’ ชี้เข้าข่ายกลั่นแกล้งทางการเมือง จี้ตรวจสอบความเป็นธรรม
.
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และคณะ พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธานคณะ กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ รับยื่นหนังสือจากนายชลิต รัษฐปานะ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เพื่อร้องเรียนกรณีถูกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมอย่างไม่เป็นธรรม
.
นายชลิต กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันเป็นกรรมการประกันสังคมชุดรักษาการ กลับถูกกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม ตัดสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลว่าขาดความเป็นผู้ประกันตน ซึ่งตนถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิอย่างชัดเจน เนื่องจากในวันรับสมัคร ข้อมูลในแอปพลิเคชัน SSO Plus และเว็บไซต์ของสำนักงานฯ ยังคงระบุสถานะความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ของตนอย่างชัดเจนจนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม แม้ตนจะเพิ่งพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานบริษัทก็ตาม นอกจากนี้ ระบบของ สปส. เองที่มีความลักลั่น ทำให้ตนไม่สามารถเปลี่ยนไปสมัครมาตรา 39 ในวันที่ 1 กรกฎาคมได้ทันที ทั้งที่หลักการของประกันสังคมเป็นการส่งเงินสมทบแบบรายเดือน เมื่อส่งครบงวดเดือน สิทธิการคุ้มครองย่อมต้องครอบคลุมทั้งหมดตลอดทั้งเดือนนั้น
.
นายชลิต กล่าวว่า บุคคลในกองกฎหมายที่ลงนามตัดสิทธิเป็นผู้ที่ตนเคยมีกรณีข้อพิพาทด้วยมาโดยตลอด ทั้งในประเด็นการคัดค้านการแก้สูตรเลือกตั้งจาก 1 เลือก 7 เป็น 1 เลือก 1 และประเด็นที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะคดีในศาลปกครอง ทำให้ สปส. ต้องจัดการเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายนตามกำหนดเดิม ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้ ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่า การตัดสิทธิครั้งนี้อาจเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง และเป็นผลสืบเนื่องจากการที่ตนเดินหน้าทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในสำนักงานประกันสังคมอย่างเข้มข้น จนนำไปสู่การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. แล้วหลายกรณี
.
น.ส.รักชนก กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กรณีการตัดสิทธิผู้สมัครนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ดุลพินิจของฝ่ายกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม ที่เข้าข่ายการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง หาก สปส. ตรวจสอบพบว่านายชลิตขาดคุณสมบัติ ก็สมควรที่จะปฏิเสธการรับสมัครตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ปล่อยให้กระบวนการดำเนินไปจนกระทั่งปิดรับสมัครแล้วจึงมาประกาศตัดสิทธิในภายหลัง ส่งผลให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้าสูญเสียผู้สมัครไป 1 คน เหลือเพียง 6 คน ซึ่งถือเป็นการตัดโอกาสของประชาชนในการเลือกผู้แทน จึงขอตั้งข้อสังเกตเพิ่มว่า การกระทำดังกล่าวอาจเกิดจากความไม่พอใจที่ถูกตรวจสอบอย่างหนัก ประกอบกับการที่ สปส. เพิ่งแพ้คดีในศาลปกครองจากการที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าร้องเรียนให้เพิกถอนคำสั่งชะลอการเลือกตั้งหรือไม่
.
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กองทุนประกันสังคมเป็นเรื่องระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับเงินมหาศาลและผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก คณะกรรมาธิการฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในครั้งนี้ที่ปรากฏร่องรอยความไม่ชอบมาพากล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีการใช้อำนาจบีบบังคับให้เจ้าหน้าที่ต้องกระทำการกลั่นแกล้งหรือขัดขวางกระบวนการตรวจสอบ เพราะการตรวจสอบทุกขั้นตอนล้วนทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในระบบประกันสังคม ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามกรณีการตัดสิทธินายชลิตอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
.
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนและสังคมร่วมกันจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะไม่ใช่เพียงการรักษาสิทธิของบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นการปกป้องความโปร่งใสของระบบประกันสังคม หากปล่อยให้มีการบริหารจัดการที่ไม่ดี หรือมีการทุจริตเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อาจนำมาซึ่งความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ โดยคณะกรรมาธิการฯ พร้อมสนับสนุนบทบาทในการผลักดันให้สำนักงานประกันสังคมมีความก้าวหน้าและโปร่งใสอย่างแท้จริง
.
ซึ่งเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ในวันเดียวกัน นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษก สปส. เปิดเผยว่า หลักเกณฑ์ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ต้องมีเงินสมทบครบ 36 เดือนติดต่อกัน หากขาดส่งแม้เพียง 1 เดือนถือว่าขาดคุณสมบัติ พร้อมต้องมีสถานะเป็นผู้ประกันตนในวันที่ประกาศรายชื่อ โดยข้อมูลจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนเสนอ กกต.พิจารณา