วันนี้ฉันจะเดินเล่นที่ทะเลทรายจริง ๆ
เช้าวันนี้ฉันตื่นเต้นเป็นพิเศษค่ะ
เพราะกำลังจะได้ไปสัมผัส ทะเลทรายจริง ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต
จุดหมายของเราคือ N39° Desert Exploration Base บริเวณขอบทะเลทรายทากลามากัน ชื่อ N39 มาจากตำแหน่งละติจูดประมาณ 39 องศาเหนือ
ที่นี่มีกิจกรรมให้เลือกทั้งขี่อูฐ ขับ ATV และนั่งรถลุยทะเลทราย
เพื่อน ๆ ในกลุ่มเลือกขี่อูฐ ส่วนฉันขอเดินเก็บบรรยากาศค่ะ
⸻
ระหว่างรอเพื่อนจะขึ้นอูฐ ฉันเจออูฐตัวหนึ่ง เลยขอถ่ายรูปด้วยเสียหน่อย
พอเปิดดูรูป… อ้าว เธอเหมือนยิ้มให้กล้องซะด้วย
ฉันเลยบอกเบา ๆ ว่า “ขอบคุณค่ะ” 😂
แต่จังหวะที่เพื่อนกำลังก้าวขึ้นอาน อูฐกลับลุกขึ้นเสียก่อน ทั้งที่ขาอีกข้างยังแตะพื้นอยู่!
โชคดีที่เพื่อนตัวสูงขายาว จึงยังทรงตัวได้ มีเพียงนิ้วโดนสายจูงครูดเป็นแผลเล็ก ๆ
พอเพื่อนปลอดภัย ฉันก็อดขำไม่ได้
นึกภาพถ้าเป็นฉัน…
คงหงายท้องไปแล้ว ไม่ต้องรอให้อูฐพาไปไหนเลย 😂
สุดท้ายคนดูแลก็เปลี่ยนอูฐให้ แล้วคาราวานของเพื่อน ๆ ก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกไป
⸻
ฉันเดินตามคาราวานไปสักพัก ก่อนจะแยกออกมาเดินบนทะเลทรายด้วยตัวเอง
ก้าวแรกที่เหยียบลงไป ความรู้สึกต่างจากการเดินบนพื้นดินทันที
ทรายแห้งและละเอียดมาก เท้าจมลงไปทุกครั้งที่ก้าว และยิ่งเดินขึ้นเนินก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องใช้แรงขาช่วยส่งตัว เพราะพื้นทรายไม่แน่นเหมือนพื้นปกติ
ต้องมองหาทางที่คนและอูฐเดินย้ำบ่อยๆ จึงจะเดินได้สะดวก
รอบตัวโล่งกว้าง ไม่มีต้นไม้ ไม่มีร่มเงา ไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงลม
บางจังหวะลมพัดเอาเม็ดทรายละเอียด ๆ มาปะทะตัว
วันนั้นอุณหภูมิประมาณ 25–26 องศาเซลเซียส แต่แดดแรงมาก ฉันเลยต้องใส่หมวก แว่นกันแดด และหน้ากากกันเม็ดทราย
เดินไป มองไปรอบ ๆ ไป
แล้วจู่ ๆ ฉันก็นึกถึงนิยายเล่มโปรดที่เคยอ่านเมื่อหลายปีก่อน…
“ฟ้าจรดทราย”
ภาพนางเอกที่เคยจินตนาการจากตัวหนังสือ วันนี้ฉันกำลังได้สัมผัสบรรยากาศแบบนั้นด้วยตัวเองแล้ว
แต่ขอบอกเลยค่ะ…
ไม่โรแมนติกเหมือนในนิยายเลย! 😂
เพราะตอนนี้แดดแรงจนภาพในหัวฉันไม่ได้เป็นนางเอกกลางทะเลทรายแล้ว
แต่เป็น…
หมูแดดเดียวในกระทะน้ำมันค่ะ! 😂
ฉันเดินต่อไปอีกหน่อย แล้วหันกลับมามองรอยเท้าตัวเอง
รอยเท้าที่เพิ่งเหยียบไว้ยังเห็นอยู่ แต่พอลมพัดผ่านไปเรื่อย ๆ มันก็ค่อย ๆ จางลง
ฉันยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรเป็นพิเศษ
เพียงแต่รู้สึกว่า…
เออ…เราได้มาเดินอยู่บนทะเลทรายจริง ๆ แล้วนะ
⸻
ตอนแรกตั้งใจว่าจะเดินขึ้นไปบนเนินด้านหน้าเพื่อดูวิวจากมุมสูง
แต่เดินไปประมาณ 300 เมตรก็เริ่มมองเนินแล้วคิดว่า…
เอ๊ะ…ยังอยู่อีกไกลนี่นา 😂
ยิ่งคิดถึงตอนต้องเดินขึ้นเนินที่เท้าจมลงไปในทราย ฉันก็เปลี่ยนใจค่ะ
หันหลังกลับดีกว่า
เดินกลับไปนั่งพักที่อาคาร รอเพื่อน ๆ
ตอนนั้นเกือบ 11 โมงแล้ว เริ่มหิว เลยคิดว่าจะหาบะหมี่สำเร็จรูปกินรองท้องสักหน่อย
แต่พอไปเลือกดู…
ทุกแบบเป็นรสเนื้อค่ะ! 😅
อดไปตามระเบียบ
⸻
เมื่อกลับมานั่งมองทะเลทรายจากในอาคาร ฉันมองเห็นไอแดดลอยอยู่เหนือผืนทราย
ตอนนั้นถึงได้รู้ว่า แม้อุณหภูมิจะอยู่เพียง 25–26 องศา แต่เมื่อไม่มีต้นไม้ ไม่มีร่มเงา และแดดส่องลงมาตรง ๆ ความร้อนก็เอาเรื่องเหมือนกัน
สำหรับฉัน ทะเลทรายครั้งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่ที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว
แต่มันเป็น ประสบการณ์ใหม่ที่ได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง
และหลังจากกลับมา ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า…
ถ้าวันนั้นได้นั่งรถลุยเข้าไปไกลกว่านี้ ได้ไปเห็นทะเลทรายในมุมที่ห่างจากอาคารออกไปอีก ความรู้สึกของฉันจะเปลี่ยนไปไหมนะ?
ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ
เอาเป็นว่า ครั้งนี้…
ฉันได้เหยียบทะเลทรายจริง ๆ แล้วหนึ่งครั้งในชีวิต 😊
บันทึกหน้าหนึ่งของการเดินทาง : ซินเจียงใต้ ตอนที่ 9
เช้าวันนี้ฉันตื่นเต้นเป็นพิเศษค่ะ
เพราะกำลังจะได้ไปสัมผัส ทะเลทรายจริง ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต
จุดหมายของเราคือ N39° Desert Exploration Base บริเวณขอบทะเลทรายทากลามากัน ชื่อ N39 มาจากตำแหน่งละติจูดประมาณ 39 องศาเหนือ
ที่นี่มีกิจกรรมให้เลือกทั้งขี่อูฐ ขับ ATV และนั่งรถลุยทะเลทราย
เพื่อน ๆ ในกลุ่มเลือกขี่อูฐ ส่วนฉันขอเดินเก็บบรรยากาศค่ะ
⸻
ระหว่างรอเพื่อนจะขึ้นอูฐ ฉันเจออูฐตัวหนึ่ง เลยขอถ่ายรูปด้วยเสียหน่อย
พอเปิดดูรูป… อ้าว เธอเหมือนยิ้มให้กล้องซะด้วย
ฉันเลยบอกเบา ๆ ว่า “ขอบคุณค่ะ” 😂
แต่จังหวะที่เพื่อนกำลังก้าวขึ้นอาน อูฐกลับลุกขึ้นเสียก่อน ทั้งที่ขาอีกข้างยังแตะพื้นอยู่!
โชคดีที่เพื่อนตัวสูงขายาว จึงยังทรงตัวได้ มีเพียงนิ้วโดนสายจูงครูดเป็นแผลเล็ก ๆ
พอเพื่อนปลอดภัย ฉันก็อดขำไม่ได้
นึกภาพถ้าเป็นฉัน…
คงหงายท้องไปแล้ว ไม่ต้องรอให้อูฐพาไปไหนเลย 😂
สุดท้ายคนดูแลก็เปลี่ยนอูฐให้ แล้วคาราวานของเพื่อน ๆ ก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกไป
⸻
ฉันเดินตามคาราวานไปสักพัก ก่อนจะแยกออกมาเดินบนทะเลทรายด้วยตัวเอง
ก้าวแรกที่เหยียบลงไป ความรู้สึกต่างจากการเดินบนพื้นดินทันที
ทรายแห้งและละเอียดมาก เท้าจมลงไปทุกครั้งที่ก้าว และยิ่งเดินขึ้นเนินก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องใช้แรงขาช่วยส่งตัว เพราะพื้นทรายไม่แน่นเหมือนพื้นปกติ
ต้องมองหาทางที่คนและอูฐเดินย้ำบ่อยๆ จึงจะเดินได้สะดวก
รอบตัวโล่งกว้าง ไม่มีต้นไม้ ไม่มีร่มเงา ไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงลม
บางจังหวะลมพัดเอาเม็ดทรายละเอียด ๆ มาปะทะตัว
วันนั้นอุณหภูมิประมาณ 25–26 องศาเซลเซียส แต่แดดแรงมาก ฉันเลยต้องใส่หมวก แว่นกันแดด และหน้ากากกันเม็ดทราย
เดินไป มองไปรอบ ๆ ไป
แล้วจู่ ๆ ฉันก็นึกถึงนิยายเล่มโปรดที่เคยอ่านเมื่อหลายปีก่อน…
“ฟ้าจรดทราย”
ภาพนางเอกที่เคยจินตนาการจากตัวหนังสือ วันนี้ฉันกำลังได้สัมผัสบรรยากาศแบบนั้นด้วยตัวเองแล้ว
แต่ขอบอกเลยค่ะ…
ไม่โรแมนติกเหมือนในนิยายเลย! 😂
เพราะตอนนี้แดดแรงจนภาพในหัวฉันไม่ได้เป็นนางเอกกลางทะเลทรายแล้ว
แต่เป็น…
หมูแดดเดียวในกระทะน้ำมันค่ะ! 😂
ฉันเดินต่อไปอีกหน่อย แล้วหันกลับมามองรอยเท้าตัวเอง
รอยเท้าที่เพิ่งเหยียบไว้ยังเห็นอยู่ แต่พอลมพัดผ่านไปเรื่อย ๆ มันก็ค่อย ๆ จางลง
ฉันยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรเป็นพิเศษ
เพียงแต่รู้สึกว่า…
เออ…เราได้มาเดินอยู่บนทะเลทรายจริง ๆ แล้วนะ
⸻
ตอนแรกตั้งใจว่าจะเดินขึ้นไปบนเนินด้านหน้าเพื่อดูวิวจากมุมสูง
แต่เดินไปประมาณ 300 เมตรก็เริ่มมองเนินแล้วคิดว่า…
เอ๊ะ…ยังอยู่อีกไกลนี่นา 😂
ยิ่งคิดถึงตอนต้องเดินขึ้นเนินที่เท้าจมลงไปในทราย ฉันก็เปลี่ยนใจค่ะ
หันหลังกลับดีกว่า
เดินกลับไปนั่งพักที่อาคาร รอเพื่อน ๆ
ตอนนั้นเกือบ 11 โมงแล้ว เริ่มหิว เลยคิดว่าจะหาบะหมี่สำเร็จรูปกินรองท้องสักหน่อย
แต่พอไปเลือกดู…
ทุกแบบเป็นรสเนื้อค่ะ! 😅
อดไปตามระเบียบ
⸻
เมื่อกลับมานั่งมองทะเลทรายจากในอาคาร ฉันมองเห็นไอแดดลอยอยู่เหนือผืนทราย
ตอนนั้นถึงได้รู้ว่า แม้อุณหภูมิจะอยู่เพียง 25–26 องศา แต่เมื่อไม่มีต้นไม้ ไม่มีร่มเงา และแดดส่องลงมาตรง ๆ ความร้อนก็เอาเรื่องเหมือนกัน
สำหรับฉัน ทะเลทรายครั้งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่ที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว
แต่มันเป็น ประสบการณ์ใหม่ที่ได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง
และหลังจากกลับมา ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า…
ถ้าวันนั้นได้นั่งรถลุยเข้าไปไกลกว่านี้ ได้ไปเห็นทะเลทรายในมุมที่ห่างจากอาคารออกไปอีก ความรู้สึกของฉันจะเปลี่ยนไปไหมนะ?
ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ
เอาเป็นว่า ครั้งนี้…
ฉันได้เหยียบทะเลทรายจริง ๆ แล้วหนึ่งครั้งในชีวิต 😊