[ รีวิวหนังโรง ] Kung Fu Soccer (2026)



++ ในปี 2001 ได้มีหนัง Action Comedy ที่มีชื่อว่า "Shaolin Soccer" หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ "นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่" หนังที่สร้างความแปลกใหม่โดยการเอาลีลาการต่อสู้ในแบบวัดเส้าหลิน มาผสมผสานกับเกมส์การแข่งขันฟุตบอล ซึ่งทั้ง 2 สิ่ง คือ สิ่งที่เป็นสุดยอดที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยในเวลานั้นจีนเริ่มเปิดอย่างประเทศเต็มตัว และโลกก็เริ่มรู้จักกับการต่อสู้กังฟูในสไตล์วัดเส้าหลินที่น่าตื่นตาตื่นใจ ในขณะเดียวกัน เกาหลีและญี่ปุ่นก็กำลังจะได้จัดฟุตบอลโลกร่วมกันเป็นครั้งแรกของทวีปเอเชียในอีก 1 ปีต่อมา ส่งผลให้คนทั้งเอเชียมีความสนใจจดจ่อไปที่กีฬาฟุตบอล แต่ทั้ง 2 สิ่งมันไม่น่าจะเข้ากันได้เลย แต่ โจวซิงฉือ ดาราตลกชื่อดังในเวลานั้น ที่หากว่าฝั่ง Hollywood มี Jim Carrey ฝั่งเอเชียก็มี อาโจวซิงฉือ นี่แหละครับ ดึงเอาสิ่งที่เป็นสุดยอดทั้ง 2 สิ่งนี้มารวมกันได้อย่างลงตัว และไม่ใช่ลงตัวในแบบธรรมดา แต่ลงตัวจนดังทะลุฟ้าไปทั่วเอเชียเลยครับ หนังทำเงินทั่วโลกไป 3 พันกว่าล้านบาท เยอะมากสำหรับค่าเงินในยุคนั้น ในช่วงยุคต้นปี 2000 ที่ถือว่าเป็นขาลงของวงการหนังฮ่องกงแบบเต็มตัว ดังนั้น Shaolin Soccer จึงเป็นเสมือนลมหายใจท้าย ๆ ของหนังทุนฮ่องกงแท้ ภายหลังการกลับคืนไปสู่อ้อมอกของจีนแผ่นดินใหญ่ ทุกวันนี้ จขกท. ยังมีแผ่นวีซีดีหนังเรื่องนี้เก็บไว้อยู่เลยครับ ชอบขนาดซื้อวีซีดีเก็บเอาไว้อ่ะ แต่ไม่รู้ว่าเปิดดูได้อยู่หรือเปล่านะครับ...



++ Shaolin Soccer นอกจากจะเป็นหนังตลกเบาสมองแล้ว ตัวหนังยังมีสัญญะในการคารวะสิ่งสำคัญของฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่แฝงอยู่ด้วย นอกจากวิชาการต่อสู้แบบเส้าหลินแล้ว หนังยังคารวะตำนานกังฟูของโลกอย่าง Bruce Lee อีกด้วย ชุดสีเหลืองคาดดำที่ใช้เป็นชุดฟุตบอลในหนัง รวมทั้งแอ็คชั่นต่าง ๆ ของนักแสดง มันคือการเลียนแบบชุดและท่าทางประจำตัวของ Bruce Lee นั่นเอง และสิ่งนี้นับเป็นความชาญฉลาดในการนำเสนออย่างมาก เพราะใคร ๆ ในโลกนี้ก็รู้จัก Bruce Lee จึงทำให้ตัวหนังมันเชื่อมโยงกับคนทั้งโลกได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่เป็นความสนุกของ Shaolin Soccer นั้น ไม่ใช่ความสมจริง แต่เป็นความเหนือจริง หรือโอเว่อร์ในทุกมิติหนังนั่นเอง การแสดงโอเว่อร์ บทโอเว่อร์ แอ็คชั่นโอเว่อร์ แต่ภาพรวมโคตะระสนุก สนุกแบบโอเว่อร์ ๆ อิอิ...



++ ตัดภาพมาในปี 2026 หรือ 25 ปีให้หลังจากหนังเรื่อง Shaolin Soccer ออกฉาย โจวซิงฉือ ก็กลับมากับตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างและเขียนบทให้กับหนังภาคต่อของ Shaolin Soccer ที่มีชื่อว่า Kung Fu Soccer หนังภาคต่อที่เปลี่ยนภาพจำของ Shaolin Soccer ไปจนเกือบหมด อย่างแรกเลย คือ Kung Fu Soccer นั้น ได้กลายเป็นหนังทุนจีนอย่างเต็มตัว ไม่ได้มี Country of origin เป็นฮ่องกงแต่เพียงประเทศอีกต่อไปแต่อย่างใด อย่างที่ 2 คือ การปรับเปลี่ยนตัวแสดงหลักจากทีมผู้ชายให้กลายเป็นทีมผู้หญิงตามแนวคิดสตรีนิยมในโลกยุคใหม่ หนังเล่าเรื่องของทีมฟุตบอลหญิงง้อไบ้ ที่เข้าร่วมในการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก บาทาคัพ และเพื่อที่จะคว้าแชมป์ให้ได้ พวกเธอจึงต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย ส่วนพวกเธอจะทำสำเร็จหรือไม่ น่าลุ้นนะครับ เนื้อเรื่องคร่าว ๆ ง่าย ๆ มีแค่นี้ครับ...



++ สิ่งที่ดูแตกต่างไปจากงานเดิมแบบมาก ๆ คือ เรื่องของงาน Production จากเดิมที่ใช้การแสดงแบบ Live-action stunt แบบดิบ ๆ ที่ใช้คนจริง ๆ แสดงบทผาดโผนโจนทะยานเป็นหลัก ก็พัฒนาไปเป็นการแสดงแบบ Live-action stunt ที่มีการใช้ CGI เข้ามามีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รวมถึงภาพฉากแบ็คกราวด์ต่าง เช่น สนามกีฬาต่าง ๆ ตรงนี้ใช้ CGI เบรนด์มาทั้งหมด ถามว่าเสน่ห์ของหนังจะลดลงไปมั้ย อันนี้แล้วแต่คนคิด แต่ จขกท. ว่ามันก็นิดนึง แต่ความจริงคนทำ CGI เขาก็เข้าใจความเป็นหนังสไตล์นี้นะครับ คือ CGI ไม่ได้ทำมาแบบเนียนจ๋า แต่เป็น CGI แบบมีความการ์ตูน มีความลอย มีความผิดเพี้ยน ตามความเป็นไปของหนัง ที่ไม่เน้นความสมจริง แต่เน้นความเว่อร์ ความฮา ความหลุดโลก ตรงนี้อาจจะทำให้พาร์ทของงานสร้างไม่ได้ดูแย่ครับ...



++ เรื่องของบทและการเล่าเรื่อง หนังสไตล์นี้ไม่ต้องไปสนใจมากครับ คนดูมาดูเอาสนุก ไม่ได้มาดูเอาสมจริงอยู่แล้ว แต่การวางพล็อตก็เป็นอะไรที่แตกต่างจากเดิมมากเช่นกัน ในภาคนี้ทีมง้อไบ้ที่เป็นตัวเอกของเรื่องนั้น ไม่ได้เป็นทีมรองบ่อน underdog แต่อย่างใดแล้ว แต่ทีมง้อไบ้เป็นทีมที่มีผู้เล่นที่เก่งกาจเหนือทีมคู่แข่งอื่น ๆ อย่างมาก ดังนั้น การต่อสู้ของทีมจึงไม่ได้ต่อสู้กับทีมคู่แข่ง แต่ง้อไบ้ต้องสู้กับทีมตัวเองนั่นแหละครับ บทวางงานความขัดแย้งในทีมไว้มากมาย ทั้งเรื่องการจัดระเบียบผู้เล่นในทีม ความขัดแย้งในเรื่องความรักในทีม การต่อสู้กับสภาพจิตใจของทุกคนในทีม การวางกลยุทธ์การแข่งขัน ล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคที่คนในทีมต้องร่วมใจกันจัดการ ฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ ตรงนี้ จขกท. ไม่ได้ติดอะไร แม้มันจะเป็นพล็อตแบบสูตรสำเร็จมาก ๆ แต่สิ่งที่ จขกท. อาจจะยังไม่ชินกับหนังจีนสมัยใหม่ คือ การเล่าเรื่องและการตัดต่อที่ชอบตัดหนังแบบเป็นต่อน ๆ เล่าเรื่องเร็ว ๆ คล้าย ๆ กับเวลาเราไถ TikTok ผ่าน ๆ เร็ว ๆ แบบนี้ เข้าใจว่าคนยุคใหม่อาจจะชอบ แถมยังง่ายที่หนังจะเอาซีนฮา ๆ เด็ด ๆ เอาไปตัดโปรโมทเป็นคลิปสั้น ๆ ลง social ได้ง่ายอีกด้วย มันเลยเหมือนการเอาฉากแต่ละฉากมาต่อ ๆ กันเป็นหนัง โดยไม่มีจุดเชื่อมโยงกันเลย พาลมีผลถึงการแสดงของนักแสดงด้วย เหมือนพวกเขากำลังแสดงในงานแบบ ตลก 6 ฉาก ที่เล่นเป็นตอน ๆ ขำเป็นมุก ๆ ไปตลอดทั้งเรื่อง แต่ถ้าผู้ชมยังสนุกกับภาพข้างหน้า จขกท. ว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไรกับหนังแนว Comedy...



++ ภาพรวม Kung Fu Soccer เป็นหนัง Action Comedy แบบสูตรสำเร็จ แต่หนังก็รู้หน้าที่ของตัวเอง และมอบความสนุกให้กับคนดูได้ดีพอสมควร สังเกตุจากเสียงหัวเราะจากคนดูรอบตัวในโรงหนังรอบที่ จขกท. ดู สรุป คือ ถ้าคุณเคยนั่งขำกับ Shaolin Soccer มาแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะไม่เข้าไปดู หรือนั่งขำไปกับ Kung Fu Soccer อย่างน้อยมันก็เป็นงาน nostalgia ที่ o.k. เลยทีเดียว และแม้ดูเหมือนว่าหนังทั้ง 2 เรื่องจะไม่มีอะไรเชื่อมโยงกัน แต่ผู้สร้างเขาก็ได้วาง hint บางอย่างเอาไว้ ซึ่ง จขกท. ขอบอกเลยว่าน่าประทับใจเลยทีเดียว แม้ภาคนี้จะไม่มี โจวซิงฉือ นำแสดงแล้ว เพราะขึ้นไปเป็นผู้อำนวยการสร้าง แต่แอบกระซิบว่าไม่ได้แสดงนำ แต่ไม่ใช่ไม่มาแสดง อิอิ ต้องรอดู End Credit ขึ้นครับ อ้อ! กระซิบอีกนิด หนังเรื่องนี้มีดาราสาวไทยไปแสดงบทรับเชิญด้วยครับ เป็นใครต้องไปดูกันเอง ต่อท้ายอีกนิด หนังจีนฮ่องกงแนวนี้ต้องดูพากย์ไทยเท่านั้นครับ เรื่องนี้ พี่โต๊ะ นำทีมอดีตทีมพากย์พันธมิตรมาเต็ม เรื่องฮาไว้ใจได้ครับ...
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่