ผมผิดมากไหมครับ ที่ขอเวลารู้จักใครสักคนก่อนจะคบกัน? เรื่องผ่านมา 2-3 เดือนแล้ว แต่ผมยังคาใจอยู่

กระทู้คำถาม
ผมมีเรื่องหนึ่งที่ผ่านมาประมาณ 2-3 เดือนแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกค้างคาใจอยู่ เลยอยากลองเอามาถามความคิดเห็นของคนอื่นดูครับว่า ในเรื่องนี้ผมผิดมากไหม หรือจริงๆ แล้วผมควรจัดการบางอย่างให้ดีกว่านี้

เรื่องเริ่มจากผมเจอผู้ชายคนหนึ่งในเกม แล้วเราก็ฟอล IG กัน หลังจากนั้นก็คุยทำความรู้จักกันตามปกติ คุยกันไปเรื่อยๆ จนเขาเริ่มอยากเลื่อนความสัมพันธ์มาเป็นคนคุยกับผม

ช่วงแรกผมก็ชอบเขานะครับ และไม่ได้คุยกับใครคนอื่นด้วย แต่ผมเป็นคนที่ถ้าจะคบกับใคร ผมอยากรู้จักเขาให้มากกว่านี้ก่อน เพราะผมมองเรื่องความสัมพันธ์ค่อนข้างจริงจัง และไม่อยากรีบคบแล้วต้องเลิกกันในเวลาไม่นาน

ผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่สนิทกันมาก เราใช้รหัสเกมร่วมกันและเล่นอะไรหลายๆ อย่างด้วยกัน เลยทำให้ผู้ชายคนนี้สงสัยว่าผมกับเพื่อนเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงสงสัยขนาดนั้น แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

เขาเคยแนะนำให้ผมเข้า Facebook แล้วเอารหัสเกมของเขาไปเล่น แต่ผมนึกขึ้นได้ว่าถ้าผมเข้า Facebook ของเขา มันอาจทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของผมถูกเปิดเผย เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยขอที่อยู่ของผม แต่ผมไม่ได้ให้ไป พอผมบอกว่ามันอาจเปิดเผยตำแหน่ง เขาก็ตอบประมาณว่า "ก็ใช่" ซึ่งตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ปล่อยผ่านไป

หลังจากคุยกันได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ เขาก็ขอผมเป็นแฟน ผมเลยบอกว่าขอเวลาอีกสักหน่อยได้ไหม เพราะสำหรับผมมันเร็วเกินไป ผมยอมรับว่าตัวเองไม่ค่อยกล้าปฏิเสธคน และผมก็ชอบเขาจริงๆ แต่ผมยังไม่พร้อมที่จะขยับความสัมพันธ์เร็วขนาดนั้น

ผมคิดว่าตรงนี้ผมเองก็มีส่วนผิด เพราะผมไม่ได้พูดทุกอย่างออกไปตรงๆ และบางครั้งก็พยายามหลีกเลี่ยงการตอบปฏิเสธเขาโดยตรง แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกว่าการขอเวลาเพื่อทำความรู้จักกันมากขึ้นไม่น่าจะเป็นเรื่องผิด

หลังจากนั้นผมเห็นโพสต์บางอย่างของเขาที่พูดประมาณว่า "คุยด้วยแต่ไม่ยอมคบ" หรือในทำนองว่าคนแบบนี้เห็นแก่ตัว ผมเลยค่อนข้างงง เพราะตอนนั้นเรายังคุยกันไม่ถึงสองอาทิตย์ด้วยซ้ำ และผมก็ไม่เคยสัญญาว่าจะคบกับเขา

อีกเรื่องที่ทำให้ผมเริ่มไม่สบายใจคือเรื่องพื้นที่ส่วนตัวครับ

บางครั้งผมอยากเล่นเกมคนเดียวหรืออยากหายไปเงียบๆ สักพัก แต่เขาก็พยายามตามผม แม้กระทั่งใช้บัญชีรองที่ผมไม่รู้ว่าเป็นเขาเข้ามาส่องว่าผมกำลังทำอะไรอยู่

ครั้งหนึ่งตอนผมกำลังเล่นเกม ผมกำลังคุยกับเด็กคนหนึ่งที่เข้ามาพูดไม่ดีใส่ผม ผมเลยตอบกลับไปแค่ว่า "พูดจาแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ" แค่นั้น แต่เขาเห็นแล้วเกิดหึงมาก และเหมือนตอนนั้นเขาไม่ค่อยฟังคำอธิบายของผมเลย

ผมพยายามอธิบายว่าไม่ได้มีอะไร แต่สุดท้ายเราก็ทะเลาะกัน ผมยอมรับว่าผมเสียความรู้สึกมาก เพราะมันทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ไว้ใจผม ทั้งที่ตอนนั้นเรายังไม่ได้เป็นแฟนกันด้วยซ้ำ

ต่อมามีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ผมไปเที่ยวทะเลและกลับไปนอนบ้านเพื่อน ตอนนั้นผมรู้สึกไม่ค่อยดีและค่อนข้างเหนื่อยจากการเดินทาง เลยบอกเขาไว้ว่าอาจจะไม่ได้ตอบแชท ผมปิดสถานะออนไลน์และปิดการอ่านแชทไว้ เพราะอยากพักจริงๆ แล้วพอไปถึงบ้านเพื่อน ผมก็หลับไปเลย

แต่เขากลับไปบอกเพื่อนของเขาว่าผม "ปิดกั้นแชท" หรือเหมือนผมตั้งใจตัดเขาออก ซึ่งทำให้เรื่องบานปลายไปถึงกลุ่มเพื่อนของเขา

เพื่อนของผมพยายามเข้าไปคุยเพื่อบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะผมไม่ได้เป็นอะไร แค่พักอยู่ แต่กลับมีคำพูดแรงๆ จากฝั่งเขาที่พูดถึงเพื่อนผมในทำนองว่า ถ้าออกหน้ารับแทนผมก็ต้องรับให้ได้ว่าใครจะพูดอะไร

ผมจำคำพูดแบบเป๊ะๆ ไม่ได้แล้ว เพราะผ่านมาเป็นเดือนๆ แต่จำได้ว่าค่อนข้างแรง และผมรู้สึกว่าต้นเหตุของเรื่องนี้จริงๆ มาจากการที่เขาเอาเรื่องของผมไปเล่าให้เพื่อนฟังก่อน

หลังจากนั้นยังมีเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอเคยคุยกับเพื่อนผมมาก่อน และต่อมาก็กลายเป็นเพื่อนของผม ผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลย เพราะผมชอบผู้ชาย และผมก็มองเธอเป็นเพื่อนจริงๆ

แต่ผู้ชายที่ผมคุยด้วยกลับไปฟอลเธอและคุยกับเธอ แล้วเอาเรื่องของผมไปพูดในทางเสียหาย บอกว่าผมเจ้าชู้ คุยหลายคน และมีการใช้คำพูดแรงๆ ถึงผมด้วย

ทั้งที่ความจริงตอนนั้นผมคุยกับเขาแค่คนเดียว

หลังจากนั้นเราเคยเลิกคุยกันไปช่วงหนึ่ง แล้วก็กลับมาคุยกันอีก

ผมมีพี่ชายในเกมคนหนึ่งที่รู้จักกันมาหลายปีและสนิทกันมาก ผมมักจะปรึกษาเขาเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับผู้ชายคนนี้ พอมีโอกาสพวกเขาได้คุยกัน พี่ผมก็พยายามคุยดีๆ และถามเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับผม

แต่ด้วยน้ำเสียงของพี่ผมที่ค่อนข้างห้วนและฟังดูเหมือนโมโห ทั้งที่จริงๆ นั่นเป็นน้ำเสียงปกติของเขา ทำให้ผู้ชายที่ผมคุยด้วยรู้สึกไม่ชอบพี่ผม และเหมือนจะหึงหรือไม่พอใจ

ผมก็พยายามอธิบายให้เขาฟังว่าไม่มีอะไร และผมชอบเขาคนเดียวจริงๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจคือ เขาดูเหมือนจะรู้เรื่องส่วนตัวของผมไม่มาก ในขณะที่ผมกลับพยายามทำความรู้จักและรับฟังเรื่องส่วนตัวของเขาอยู่ตลอด

เวลาคุยกัน เขามักถามผมว่า "ทำอะไรอยู่" "ยุ่งไหม" หรือถามว่าเมื่อไหร่ผมจะพร้อมเป็นแฟนกับเขา

คำถามเรื่องความสัมพันธ์เกิดขึ้นซ้ำๆ ทั้งที่ผมบอกไปแล้วหลายครั้งว่าผมยังไม่พร้อม

ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกว่า ถ้าเขาใส่ใจผมจริงๆ ผมอยากให้เขาได้รู้จักตัวตนของผมมากกว่านี้ และอยากให้เขาเคารพพื้นที่ส่วนตัวของผมบ้าง ผมไม่ได้ขอเวลานานเป็นเดือนเป็นปีเลยครับ แค่ไม่กี่อาทิตย์เพื่อดูว่าเราสองคนเข้ากันได้จริงไหม

สุดท้ายช่วงนั้นผมกำลังจะย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ และเขาก็พูดเหมือนกับว่าเขาพยายามจะไปอยู่หรือซื้อห้องแถวนั้นเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ยิ่งทำให้ผมรู้สึกกดดัน

พอผมพยายามถอยออกจากความสัมพันธ์ เขาก็พูดในลักษณะที่ทำให้ผมรู้สึกผิด เช่น บอกว่าเขาเสียใจหรือเหมือนพยายามทำให้ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนทำร้ายเขา

นอกจากนี้ ผมยังมีบางครั้งที่จับได้ว่าเรื่องที่เขาพูดอาจไม่ตรงกับความจริง และผมเคยสงสัยด้วยว่าบัญชีบางบัญชีอาจเป็นคนเดียวกัน เพราะรูปแบบการพิมพ์ ความคิด และวิธีพูดคล้ายกันมาก แต่ผมก็ไม่มีหลักฐานชัดเจน เลยไม่อยากกล่าวหาเขาตรงๆ

สุดท้ายเขายังเคยพูดกับผมประมาณว่า "ขอให้เจอคนแบบตัวเองบ้าง"

แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย

สิ่งที่ผมยังคาใจจนถึงตอนนี้คือ ผมผิดมากจริงๆ เหรอครับ?

ผมยอมรับว่าผมเองก็มีข้อผิดพลาด ผมไม่ค่อยกล้าปฏิเสธคนตรงๆ บางครั้งสื่อสารไม่ชัดเจน และบางเรื่องผมก็ควรพูดให้ตรงกว่านี้ตั้งแต่แรก

แต่ผมก็ยังคิดว่าการที่ผมชอบใครสักคน แต่ยังไม่พร้อมเป็นแฟน และต้องการเวลาเพื่อทำความรู้จักเขาให้มากขึ้น มันไม่น่าจะเป็นเรื่องผิด

ผมไม่ได้คุยกับคนอื่นเพื่อเล่นกับความรู้สึกเขา ไม่ได้ตั้งใจจะให้ความหวัง และไม่ได้อยากทำให้เขาเสียเวลา ผมแค่ยังไม่พร้อม และอยากมั่นใจก่อนว่าถ้าคบกันแล้วมันจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีและไปต่อได้จริง

ผมเลยอยากถามคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ว่า ถ้ามองจากเรื่องทั้งหมดแล้ว ผมผิดตรงไหนบ้างครับ? และถ้าเป็นคุณ คุณจะมองความสัมพันธ์นี้ยังไง?

เรื่องผ่านมา 2-3 เดือนแล้ว ผมไม่ได้ต้องการกลับไปหาเขาหรือรื้อฟื้นอะไรนะครับ แค่อยากรู้ว่าตอนนั้นผมตัดสินใจถูกหรือเปล่า เพราะจนถึงตอนนี้มันก็ยังค้างอยู่ในใจผมอยู่ดี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่