ถ้าย้อนกลับไปปี 2544 ตอนที่
Toyota Corolla Altis เปิดตัวในประเทศไทย หลายคนอาจไม่คิดว่ารถซีดานรุ่นนี้จะสามารถอยู่ในตลาดไทยได้นานถึง 25 ปี จากรถที่เคยถูกวางภาพลักษณ์ให้เป็น
“รถหรูที่คนทั่วไปเข้าถึงได้” วันนี้ Altis กลายเป็นรถที่เราเห็นได้ตั้งแต่รถบ้าน รถบริษัท ไปจนถึงรถแท็กซี่
ปี 2569 นี้ เท่ากับว่า Altis อยู่คู่กับตลาดรถยนต์ไทยมาครบ
25 ปีพอดี
ตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษครึ่ง ตลาดรถยนต์เปลี่ยนไปมหาศาล จากยุคที่รถเก๋งครองตลาด มาถึงยุค SUV และล่าสุดคือรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่
ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นในปี 2544
- ช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจ Toyota กำลังเดินหน้าขยายตลาดรถยนต์นั่งในเอเชีย และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ
- สมรภูมิที่แข่งขันกันดุเดือดในเวลานั้นคือกลุ่ม
C-Segment ซึ่งมีคู่แข่งสำคัญอย่าง Honda Civic และ Nissan Sunny Neo
- Toyota จึงนำชื่อ
Corolla ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลรถยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาปรับภาพลักษณ์ให้ดูพรีเมียมขึ้นด้วยชื่อ
Altis
- คำว่า Altis มาจาก “Altitude” ที่สื่อถึงความสูงส่งและยกระดับภาพลักษณ์ของรถให้ดูหรูขึ้น และเจเนอเรชันที่คนไทยจดจำได้มากที่สุดก็คือรุ่นปี 2544
“Altis หน้าหมู”
- รูปลักษณ์ที่แตกต่างจากรุ่นก่อน ตัวรถกว้างขึ้น ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น และถูกวางให้เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัว
- ที่สำคัญ Toyota ทำการตลาดกับรุ่นนี้อย่างเต็มที่ ถึงขั้นดึงนักแสดงระดับโลกอย่าง
Brad Pitt มาเป็นพรีเซนเตอร์
- เรียกได้ว่าเป็นยุคที่ Altis พยายามสร้างภาพจำว่า “นี่ไม่ใช่แค่รถบ้านธรรมดา แต่เป็นรถที่ดูมีระดับ”
จากหน้าหมู สู่หลายเจเนอเรชัน
หลังจากนั้น Altis ก็เดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง
- ปี 2550 — โฉมใหม่ที่ดูเฉียบคมขึ้น จนคนไทยเรียกกันว่า
“หน้าแบน”
- ปี 2557 — เพิ่มรุ่น
Esport เข้ามาสร้างภาพลักษณ์ความสปอร์ต พร้อมแคมเปญ “So Excited” และใช้
Adam Levine นักร้องนำวง Maroon 5 เป็นพรีเซนเตอร์
- ปี 2562 — เปิดตัวเจเนอเรชันใหม่ พร้อมเพิ่มระบบ
Hybrid เข้ามาเป็นทางเลือก
- จากรถที่ขายความหรูหรา Altis ค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น
จากรถหรูที่เข้าถึงได้ สู่รถที่ “อยู่เป็น”
- วันนี้ Altis อาจไม่ได้เป็นรถที่หวือหวาที่สุดในตลาด ไม่ได้เป็น SUV ไม่ได้เป็น EV ไม่ได้มีดีไซน์ที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุด
- แต่กลับเป็นรถที่ยังคงมีที่ยืนอยู่บนถนนไทย และอาจนี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้มันอยู่มาได้ถึง
25 ปี
- จากวันที่ขายความหรูหรา มาสู่ยุคที่ขาย
คุณภาพ ความคุ้มค่า ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ
- พอมองย้อนกลับไป Altis อาจเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจที่สุดของการ “ปรับตัวเพื่ออยู่รอด” ในตลาดรถยนต์ไทย
25 ฝน 25 หนาว ผ่านทั้งยุครถเก๋ง SUV จนถึงยุค EV แต่พอออกไปบนถนนเมืองไทย...
เราก็ยังเห็น Toyota Corolla Altis อยู่เหมือนเดิม
แล้วสำหรับทุกคนที่เคยใช้ Altis หรือเคยนั่ง Altis รุ่นไหนมาก่อน
ที่มา
Marketeer Online
Toyota Corolla Altis ทำไมรถรุ่นนี้ถึงไม่เคยหายไปจากถนนเมืองไทย
ปี 2569 นี้ เท่ากับว่า Altis อยู่คู่กับตลาดรถยนต์ไทยมาครบ 25 ปีพอดี
ตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษครึ่ง ตลาดรถยนต์เปลี่ยนไปมหาศาล จากยุคที่รถเก๋งครองตลาด มาถึงยุค SUV และล่าสุดคือรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่
ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นในปี 2544
- ช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจ Toyota กำลังเดินหน้าขยายตลาดรถยนต์นั่งในเอเชีย และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ
- สมรภูมิที่แข่งขันกันดุเดือดในเวลานั้นคือกลุ่ม C-Segment ซึ่งมีคู่แข่งสำคัญอย่าง Honda Civic และ Nissan Sunny Neo
- Toyota จึงนำชื่อ Corolla ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลรถยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาปรับภาพลักษณ์ให้ดูพรีเมียมขึ้นด้วยชื่อ Altis
- คำว่า Altis มาจาก “Altitude” ที่สื่อถึงความสูงส่งและยกระดับภาพลักษณ์ของรถให้ดูหรูขึ้น และเจเนอเรชันที่คนไทยจดจำได้มากที่สุดก็คือรุ่นปี 2544
“Altis หน้าหมู”
- รูปลักษณ์ที่แตกต่างจากรุ่นก่อน ตัวรถกว้างขึ้น ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น และถูกวางให้เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัว
- ที่สำคัญ Toyota ทำการตลาดกับรุ่นนี้อย่างเต็มที่ ถึงขั้นดึงนักแสดงระดับโลกอย่าง Brad Pitt มาเป็นพรีเซนเตอร์
- เรียกได้ว่าเป็นยุคที่ Altis พยายามสร้างภาพจำว่า “นี่ไม่ใช่แค่รถบ้านธรรมดา แต่เป็นรถที่ดูมีระดับ”
จากหน้าหมู สู่หลายเจเนอเรชัน
หลังจากนั้น Altis ก็เดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง
- ปี 2550 — โฉมใหม่ที่ดูเฉียบคมขึ้น จนคนไทยเรียกกันว่า “หน้าแบน”
- ปี 2557 — เพิ่มรุ่น Esport เข้ามาสร้างภาพลักษณ์ความสปอร์ต พร้อมแคมเปญ “So Excited” และใช้ Adam Levine นักร้องนำวง Maroon 5 เป็นพรีเซนเตอร์
- ปี 2562 — เปิดตัวเจเนอเรชันใหม่ พร้อมเพิ่มระบบ Hybrid เข้ามาเป็นทางเลือก
- จากรถที่ขายความหรูหรา Altis ค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น
จากรถหรูที่เข้าถึงได้ สู่รถที่ “อยู่เป็น”
- วันนี้ Altis อาจไม่ได้เป็นรถที่หวือหวาที่สุดในตลาด ไม่ได้เป็น SUV ไม่ได้เป็น EV ไม่ได้มีดีไซน์ที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุด
- แต่กลับเป็นรถที่ยังคงมีที่ยืนอยู่บนถนนไทย และอาจนี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้มันอยู่มาได้ถึง 25 ปี
- จากวันที่ขายความหรูหรา มาสู่ยุคที่ขาย คุณภาพ ความคุ้มค่า ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ
- พอมองย้อนกลับไป Altis อาจเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจที่สุดของการ “ปรับตัวเพื่ออยู่รอด” ในตลาดรถยนต์ไทย
25 ฝน 25 หนาว ผ่านทั้งยุครถเก๋ง SUV จนถึงยุค EV แต่พอออกไปบนถนนเมืองไทย... เราก็ยังเห็น Toyota Corolla Altis อยู่เหมือนเดิม
แล้วสำหรับทุกคนที่เคยใช้ Altis หรือเคยนั่ง Altis รุ่นไหนมาก่อน
ที่มา Marketeer Online