บทที่ 9
กรมสามัญศึกษาในฐานะกลไกการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538
จากการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรมสู่โอกาสและการบริการการศึกษา 15 ปีของคนไทยอายุระหว่าง 3–17 ปี 16.68 ล้านคน โดยรับคนจนเพิ่ม 4.35 ล้านคน เมื่อ 8 พฤษภาคม 2540
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์: กรมสามัญศึกษาในฐานะกลไกการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ถึงความสำเร็จเป็นรูปธรรม เมื่อ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 มิได้จำกัดอยู่เพียงการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรหรือวิธีการจัดการเรียนการสอน หากแต่เป็นการพัฒนาระบบการศึกษาให้สามารถตอบสนองต่อชีวิตของผู้เรียน ชุมชน และสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
กรมสามัญศึกษา ซึ่งรับผิดชอบการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จึงเป็นกลไกสำคัญในการนำแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการไปสู่การปฏิบัติ โดยดำเนินงานครอบคลุมทั้งโรงเรียน อาคารสถานที่ สภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ เทคโนโลยี ครู บุคลากร และสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของนักเรียน
หลักฐานจากรายงาน 180 วัน ในกระทรวงศึกษาธิการ ช่วงพฤศจิกายน 2539 ถึง 8 พฤษภาคม 2540 แสดงให้เห็นว่า การดำเนินงานของกรมสามัญศึกษาในช่วงดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายมิติ ตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานโรงเรียน การปรับปรุงอาคารสถานที่ การพัฒนาห้องสมุด การจัดอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และห้องปฏิบัติการทางภาษา ไปจนถึงการจัดหาแหล่งน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภค และในบางพื้นที่สามารถแบ่งปันน้ำให้แก่ชุมชนโดยรอบสถานศึกษาได้
สิ่งเหล่านี้สะท้อนแนวคิดของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ที่มองโครงสร้างพื้นฐานมิใช่เพียงสิ่งที่จัดให้แก่หน่วยงาน แต่เป็นทรัพยากรที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อผู้คนและชุมชนโดยรอบได้ด้วย
9.1 กรมสามัญศึกษากับการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา
รายงานกรมสามัญศึกษาในยุคการอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2538 ระบุว่า การปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในส่วนที่กรมสามัญศึกษารับผิดชอบ คือ การจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษา
ในช่วง 180 วันก่อนวันที่ 8 พฤษภาคม 2540 กรมสามัญศึกษาได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อผลักดันการปฏิรูปการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้แนวทางการปฏิรูปการศึกษา 4 แนวทาง และการนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
การดำเนินงานมิได้มุ่งเฉพาะตัวผู้เรียน แต่ครอบคลุมถึง “โรงเรียนทั้งระบบ” ตั้งแต่สถานที่ สภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ เครื่องมือ เทคโนโลยี น้ำสะอาด สนามกีฬา ตลอดจนการพัฒนาครูและบุคลากร
โรงเรียนจึงถูกวางให้เป็นทั้งสถานที่จัดประสบการณ์การเรียนรู้ และเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับประชาชนและชุมชนโดยรอบ
9.2 การจัดทำโรงเรียนให้เป็นปัจจุบัน
กรมสามัญศึกษาเห็นว่า โรงเรียนเป็นสถานที่สำหรับจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป จึงจำเป็นต้องมีอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าของสังคม
1. การจัดทำเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียน
กรมสามัญศึกษาดำเนินการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียน และประเมินมาตรฐานโรงเรียนในสังกัดทุกแห่ง
มีโรงเรียนในสังกัดจำนวนทั้งสิ้น 2,542 โรง
การกำหนดมาตรฐานดังกล่าวทำให้การพัฒนาโรงเรียนสามารถดำเนินไปภายใต้กรอบเดียวกัน ทั้งด้านอาคารสถานที่ สภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ และองค์ประกอบที่สนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน
2. การปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียน
กรมสามัญศึกษาดำเนินการปรับปรุงโรงเรียนให้มีลักษณะ
สะอาด
ร่มรื่น
มั่นคง
สวยงาม
เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม และพัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมโรงเรียน จำนวน 1,763 โรง โรงละ 400,000 บาท รวมงบประมาณ 705,200,000 บาท
การดำเนินงานเปิดโอกาสให้โรงเรียนทำงานร่วมกับชุมชนและท้องถิ่น ตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การก่อสร้าง และการพัฒนาด้านต่าง ๆ
ส่วนโรงเรียนอีก 779 โรง ซึ่งเคยได้รับงบประมาณสนับสนุนในปีก่อน ได้ดำเนินการพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ชุมชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมเช่นเดียวกัน
การพัฒนาโรงเรียนจึงเกิดขึ้นในลักษณะของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น
9.3 แหล่งเรียนรู้และห้องสมุดของโรงเรียน
การอภิวัฒน์การศึกษาให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน
กรมสามัญศึกษาดำเนินการพัฒนาห้องสมุดโรงเรียน จำนวน 2,542 โรง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองที่เหมาะสมและทันสมัย
จัดสรรงบประมาณรวม 62.782 ล้านบาท สำหรับหนังสือ สื่อ และวัสดุอื่น ๆ
นอกจากนี้ยังเพิ่มงบประมาณพิเศษอีก 73.205 ล้านบาท ให้แก่โรงเรียนจำนวน 1,519 โรง ซึ่งจัดเป็น “ห้องสมุดกาญจนาภิเษก” เพื่อจัดสื่อและเทคโนโลยีสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน
ห้องสมุดจึงมิได้ถูกกำหนดให้เป็นเพียงสถานที่เก็บหนังสือ แต่ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของการค้นคว้า การใช้สื่อ และการเรียนรู้ด้วยตนเอง
9.4 วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และห้องปฏิบัติการทางภาษา
การเตรียมโรงเรียนให้เข้าสู่สังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องมีทั้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และเครื่องมือด้านภาษา
กรมสามัญศึกษาจัดอุปกรณ์และครุภัณฑ์ให้แก่โรงเรียนจำนวน 1,250 โรง ประกอบด้วย
อุปกรณ์วิทยาศาสตร์
คอมพิวเตอร์
ห้องปฏิบัติการทางภาษา
โดยจัดสรรงบประมาณโรงเรียนละ 1.7665 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 2,208.125 ล้านบาท
การลงทุนดังกล่าวทำให้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษามีเครื่องมือสำหรับจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภาษามากขึ้น
กรมสามัญศึกษา
กรมสามัญศึกษาในฐานะกลไกการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538
จากการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรมสู่โอกาสและการบริการการศึกษา 15 ปีของคนไทยอายุระหว่าง 3–17 ปี 16.68 ล้านคน โดยรับคนจนเพิ่ม 4.35 ล้านคน เมื่อ 8 พฤษภาคม 2540
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์: กรมสามัญศึกษาในฐานะกลไกการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ถึงความสำเร็จเป็นรูปธรรม เมื่อ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 มิได้จำกัดอยู่เพียงการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรหรือวิธีการจัดการเรียนการสอน หากแต่เป็นการพัฒนาระบบการศึกษาให้สามารถตอบสนองต่อชีวิตของผู้เรียน ชุมชน และสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
กรมสามัญศึกษา ซึ่งรับผิดชอบการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จึงเป็นกลไกสำคัญในการนำแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการไปสู่การปฏิบัติ โดยดำเนินงานครอบคลุมทั้งโรงเรียน อาคารสถานที่ สภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ เทคโนโลยี ครู บุคลากร และสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของนักเรียน
หลักฐานจากรายงาน 180 วัน ในกระทรวงศึกษาธิการ ช่วงพฤศจิกายน 2539 ถึง 8 พฤษภาคม 2540 แสดงให้เห็นว่า การดำเนินงานของกรมสามัญศึกษาในช่วงดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายมิติ ตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานโรงเรียน การปรับปรุงอาคารสถานที่ การพัฒนาห้องสมุด การจัดอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และห้องปฏิบัติการทางภาษา ไปจนถึงการจัดหาแหล่งน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภค และในบางพื้นที่สามารถแบ่งปันน้ำให้แก่ชุมชนโดยรอบสถานศึกษาได้
สิ่งเหล่านี้สะท้อนแนวคิดของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ที่มองโครงสร้างพื้นฐานมิใช่เพียงสิ่งที่จัดให้แก่หน่วยงาน แต่เป็นทรัพยากรที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อผู้คนและชุมชนโดยรอบได้ด้วย
9.1 กรมสามัญศึกษากับการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา
รายงานกรมสามัญศึกษาในยุคการอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2538 ระบุว่า การปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในส่วนที่กรมสามัญศึกษารับผิดชอบ คือ การจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษา
ในช่วง 180 วันก่อนวันที่ 8 พฤษภาคม 2540 กรมสามัญศึกษาได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อผลักดันการปฏิรูปการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้แนวทางการปฏิรูปการศึกษา 4 แนวทาง และการนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
การดำเนินงานมิได้มุ่งเฉพาะตัวผู้เรียน แต่ครอบคลุมถึง “โรงเรียนทั้งระบบ” ตั้งแต่สถานที่ สภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ เครื่องมือ เทคโนโลยี น้ำสะอาด สนามกีฬา ตลอดจนการพัฒนาครูและบุคลากร
โรงเรียนจึงถูกวางให้เป็นทั้งสถานที่จัดประสบการณ์การเรียนรู้ และเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับประชาชนและชุมชนโดยรอบ
9.2 การจัดทำโรงเรียนให้เป็นปัจจุบัน
กรมสามัญศึกษาเห็นว่า โรงเรียนเป็นสถานที่สำหรับจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป จึงจำเป็นต้องมีอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าของสังคม
1. การจัดทำเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียน
กรมสามัญศึกษาดำเนินการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียน และประเมินมาตรฐานโรงเรียนในสังกัดทุกแห่ง
มีโรงเรียนในสังกัดจำนวนทั้งสิ้น 2,542 โรง
การกำหนดมาตรฐานดังกล่าวทำให้การพัฒนาโรงเรียนสามารถดำเนินไปภายใต้กรอบเดียวกัน ทั้งด้านอาคารสถานที่ สภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ และองค์ประกอบที่สนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน
2. การปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียน
กรมสามัญศึกษาดำเนินการปรับปรุงโรงเรียนให้มีลักษณะ
สะอาด
ร่มรื่น
มั่นคง
สวยงาม
เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม และพัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมโรงเรียน จำนวน 1,763 โรง โรงละ 400,000 บาท รวมงบประมาณ 705,200,000 บาท
การดำเนินงานเปิดโอกาสให้โรงเรียนทำงานร่วมกับชุมชนและท้องถิ่น ตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การก่อสร้าง และการพัฒนาด้านต่าง ๆ
ส่วนโรงเรียนอีก 779 โรง ซึ่งเคยได้รับงบประมาณสนับสนุนในปีก่อน ได้ดำเนินการพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ชุมชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมเช่นเดียวกัน
การพัฒนาโรงเรียนจึงเกิดขึ้นในลักษณะของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น
9.3 แหล่งเรียนรู้และห้องสมุดของโรงเรียน
การอภิวัฒน์การศึกษาให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน
กรมสามัญศึกษาดำเนินการพัฒนาห้องสมุดโรงเรียน จำนวน 2,542 โรง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองที่เหมาะสมและทันสมัย
จัดสรรงบประมาณรวม 62.782 ล้านบาท สำหรับหนังสือ สื่อ และวัสดุอื่น ๆ
นอกจากนี้ยังเพิ่มงบประมาณพิเศษอีก 73.205 ล้านบาท ให้แก่โรงเรียนจำนวน 1,519 โรง ซึ่งจัดเป็น “ห้องสมุดกาญจนาภิเษก” เพื่อจัดสื่อและเทคโนโลยีสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน
ห้องสมุดจึงมิได้ถูกกำหนดให้เป็นเพียงสถานที่เก็บหนังสือ แต่ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของการค้นคว้า การใช้สื่อ และการเรียนรู้ด้วยตนเอง
9.4 วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และห้องปฏิบัติการทางภาษา
การเตรียมโรงเรียนให้เข้าสู่สังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องมีทั้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และเครื่องมือด้านภาษา
กรมสามัญศึกษาจัดอุปกรณ์และครุภัณฑ์ให้แก่โรงเรียนจำนวน 1,250 โรง ประกอบด้วย
อุปกรณ์วิทยาศาสตร์
คอมพิวเตอร์
ห้องปฏิบัติการทางภาษา
โดยจัดสรรงบประมาณโรงเรียนละ 1.7665 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 2,208.125 ล้านบาท
การลงทุนดังกล่าวทำให้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษามีเครื่องมือสำหรับจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภาษามากขึ้น