ลูกไม่ได้ต้องการสานต่อกิจการ เเต่เราเสียดายสิ่งที่สร้างมาด้วยความยากลำบาก

กระทู้คำถาม
เราเปิดร้านอาหารเเละยึดติดอยู่กับกิจการนี้มานานกว่าสามสิบปี ใครที่เป็นเจ้าของร้านอาหารจะรู้ดีว่ามันเหนื่อย งานมันจุกจิก เเต่มันก็สามารถสร้างรายได้ ให้เรานำเงินไปต่อยอดได้เรื่อยๆ สำหรับเราเเล้ว ร้านอาหารคือบ้านหลังที่สอง ชีวิตเรานอกจากบ้านเเล้ว ร้านเป็นอีกครึ่งของชีวิตที่เราใช้เวลาอยู่กับมัน

ตลอดกว่าสามสิบปีของการทำงาน รายได้จากร้านอาหารเรานำไปลงทุนกับที่ดิน สิ่งก่อสร้าง  กองทุน หุ้น ทองคำ กำไรที่ได้เราหมดไปกับสิ่งที่เพิ่มมูลค่า เเละรายได้ที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้แรงหรือเวลาแลกเปลี่ยนตลอดเวลา ความหวังของเราคือ ลูกหลานจะมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถสานต่อ ทำเงินต่อจากเราโดยที่ไม่ต้องไปเริ่มจากศูนย์ เหมือนอย่างที่เราเคยทำ

หลังจากที่ลูกเราเรียนจบ เค้าต่างก็ออกไปใช้ชีวิต ทำงานให้กับบริษัท ซึ่งสร้างรายได้ให้เค้าเพียงเเค่พออยู่พอกิน มันไม่มีทางเลยที่เค้าจะสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาได้จากการทำงานกินเงินเดือนเเบบนั้น  เเต่ที่เค้ามีคือ เวลาเหลือเฟือที่จะใช้ชีวิตในเเบบที่เค้าต้องการ ลูกไม่ได้ต้องการจะสานต่อในสิ่งที่เราทำ เค้าบอกว่า ไม่ได้อยากจะทำงานหนักเหมือนอย่างที่เราเคยทำ เเต่สำหรับเรากลับมองว่า ชีวิตก่อนที่จะสบาย เค้าต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองทุกงานก่อน จะรับสมบัติไปโดยที่ไม่รู้อะไรเลย มันก็จะจบลงที่การขายทอดตลาด ซึ่งถ้าทำเเบบนั้น มันคงจะไม่เหลือไปถึงรุ่นหลาน เเละคนรุ่นต่อๆไป ก็ยังต้องวนเวียนกับการทำงานกินเงินเดือน อย่างไม่จบไม่สิ้น ชีวิตจะเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่มีคนเกิดใหม่  ทุกความสำเร็จด้านการเงินในทุกครอบครัว ต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็สามชั่วอายุคน มันไม่มีทางที่จะสำเร็จได้ ถ้าคนรุ่นต่อไปไม่ต้องการจะสานต่อ

เรายอมเป็นคนรุ่นเเรกที่ต้องเสียสละเวลาชีวิตเพื่อปูพื้นฐาน เราอยากให้ลูกเราสานต่อ เเละก็หวังว่าหลานจะพัฒนาให้เป็นระบบต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ

ปีนี้เราอายุ 52 เรายังสนุกกับการทำงานเเละเริ่มทำอะไรใหม่อยู่เรื่อย เเต่พอคิดถึงวันที่เราไม่มีชีวิตอยู่เเล้วมันจะถูกขายทอดตลาด ใจเราก็เจ็บจิ๊ด อยากจะร้องให้ออกมาดังๆ ทำไมเด็กสมัยนี้คิดกันเเบบนี้ ทำไมเค้าคิดถึงเเต่ชีวิตตัวเอง เค้าจะรู้บ้างไหมว่าสิ่งที่เค้าทำ มันจะทำให้เค้าต้องกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนไปยังเเก่ชรา เเละลูกเค้าก็ต้องเริ่มต้นใหม่อยู่ร่ำไป  วงจรความลำบากของชีวิตจะไม่มีทางจบสิ้น ถ้าไม่มีคนรุ่นที่หนึ่งยอมเสียสละ

เเต่ไม่ว่าเราจะรู้สึกยังไง เราก็จะไม่มีทางเอาสิ่งที่เค้าไม่ต้องการนำไปยัดเยียดให้กับเค้า เราหวังเเค่ว่า วันนึงเค้าจะคิดได้เอง ที่ผ่านมาเราคงเลี้ยงเค้าดีเกินไป ถ้าจะมีคนที่ผิด ก็คงเป็นที่เรานี่เเหละ

ปีนี้ลูกชายเราอายุ 24 เเน่นอนว่าเค้ามีชีวิตที่ดี ทำงานเเต่พอดี มีเวลาออกกำลังกายเป็นกิจวัตร ลาพักร้อนท่องเที่ยวได้ เค้ามีความสุขกับชีวิต เราไม่ได้ต้องการเเย่งสิ่งเหล่านี้ไปจากเค้า เราก็เเค่ปวดใจที่ไม่มีใครอยากสานต่อก็เท่านั้นเอง

เราต้องทำใจว่าสักวันสิ่งที่เราสร้างมาจะต้องถูกขายทอดตลาดใช่ไหม เมื่อเราตายไป มันจะไม่มีอะไรเติบโตเเล้วใช่ไหม เจ็บจี๊ดยังไงก็ไม่รู้ค่ะ เหมือนอกหักตอนเเก่ยังไงยังงั้น บางทีก็อยากจะปลึกวิเวก หลบไปให้พ้นๆสักระยะ เเต่ก็ไม่ได้อยากเป็นคนเเก่เจ้าปัญหา อยากปลง อยากปล่อยวาง เเต่มันยังปล่อยยังวางไม่ได้ เพราะลงทุนลงเเรงลงเวลากับมันมาเเล้วทั้งชีวิต เมื่อคืนคุยกับลูกเเล้วปวดหัวจี๊ด หัวใจเต้นตุ๊บตั๊บ รู้สึกทุกข์ยังไงก็ไม่รู้ เเนะนำทางออกให้เราด้วยค่ะ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่