ตลาดแรงงานอังกฤษเริ่มอ่อนแรง ตำแหน่งงานว่าง ต่ำสุดในรอบ 5 ปี
ตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักรกำลังส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน หลังข้อมูลทางการล่าสุดพบว่า
จำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนว่านายจ้างเริ่มระมัดระวังการรับคนมากขึ้น ท่ามกลางต้นทุนการจ้างงานและต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น
ตำแหน่งงานว่างลดลงต่อเนื่อง
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) สำหรับช่วง 3 เดือนถึงเดือนมิถุนายน 2026 ระบุว่า จำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงจากปีก่อนประมาณ
18,000 ตำแหน่ง และอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจอังกฤษยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19
การลดลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันทุกกลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มที่มีตำแหน่งงานลดลงมาก ได้แก่
ธุรกิจวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค รวมถึง
ธุรกิจด้านสุขภาพและสังคมสงเคราะห์
บริษัทขนาดเล็กได้รับผลกระทบค่อนข้างชัดเจน โดยธุรกิจที่มีพนักงานเพียง 1-9 คน ลดจำนวนตำแหน่งงานว่างลงประมาณ
8,000 ตำแหน่ง เนื่องจากบางแห่งเลือกที่จะไม่รับพนักงานใหม่เมื่อมีคนลาออก แทนที่จะหาคนมาแทน
ทำไมบริษัทจึงไม่อยากรับคนเพิ่ม?
ONS มองว่าสาเหตุสำคัญมาจาก
ต้นทุนการจ้างงานและต้นทุนดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น ทำให้โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กต้องควบคุมค่าใช้จ่ายและชะลอการจ้างงาน
ด้าน Suren Thiru ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจของ ICAEW มองว่าการลดลงของตำแหน่งงานว่างเป็นเหมือน
สัญญาณเตือนตลาดแรงงาน เพราะสะท้อนว่าอุปสงค์แรงงานกำลังลดลง ขณะที่ต้นทุนด้านการจ้างงานและพลังงานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การใช้ระบบอัตโนมัติที่มากขึ้นก็อาจทำให้ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นบางส่วนลดลงด้วย
แต่คนตกงานยังไม่ได้เพิ่มขึ้น
แม้บริษัทจะเปิดรับคนใหม่น้อยลง แต่
อัตราการว่างงานยังอยู่ที่ 4.9% และไม่ได้เพิ่มขึ้นจากตัวเลขก่อนหน้า
ดังนั้น ภาพของตลาดแรงงานอังกฤษในขณะนี้จึงยังไม่ใช่สถานการณ์ที่คนตกงานพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง แต่เป็นลักษณะ
นายจ้างเริ่มชะลอการจ้างงาน ทำให้คนที่กำลังหางานมีโอกาสน้อยลง
หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลให้การหางานยากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือกำลังเปลี่ยนงาน
เงินเดือนภาคเอกชนก็เริ่มโตช้าลง
อีกสัญญาณที่น่าสนใจคือการเติบโตของค่าจ้างระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐเริ่มแตกต่างกันมากขึ้น
ภาคเอกชน ค่าจ้างเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ภาครัฐ ค่าจ้างเพิ่มขึ้น 6.1%
การเติบโตของค่าจ้างภาคเอกชนที่ 2.8% ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 ที่อัตราการเพิ่มขึ้นลดลงต่ำกว่า 3%
สำหรับคนทำงาน นี่หมายความว่ารายได้กำลังเพิ่มขึ้นช้าลง ขณะที่ค่าครองชีพยังเป็นแรงกดดันอยู่ โดยข่าวระบุว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมถูกคาดการณ์ไว้ที่ 2.9% หากตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าการเติบโตของค่าจ้างในบางกลุ่ม ก็หมายความว่ากำลังซื้อของแรงงานอาจถูกกดดัน
กลับเป็นข่าวดีสำหรับธนาคารกลางอังกฤษ?
ในอีกด้านหนึ่ง การที่ค่าจ้างภาคเอกชนเพิ่มขึ้นช้าลงอาจเป็น
ข่าวดีสำหรับธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) เพราะค่าจ้างที่ชะลอตัวช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ตลาดจึงมองว่าธนาคารกลางอาจไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ โดยข้อมูลในข่าวระบุว่า นักลงทุนประเมินโอกาสที่ดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนถัดไปไว้ที่ประมาณ
73%
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าตลาดแรงงานอาจอ่อนแอลงอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หากต้นทุนพลังงานยังสูงและธุรกิจยังมีความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นภาษีในงบประมาณเดือนตุลาคม
สรุป
สิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดแรงงานอังกฤษตอนนี้คือ
บริษัทไม่ได้เลิกจ้างคนจำนวนมากในทันที แต่กำลังค่อย ๆ ลดความต้องการรับพนักงานใหม่
จำนวนตำแหน่งงานว่างลดลง ขณะที่การขึ้นค่าจ้างภาคเอกชนก็ชะลอตัวลง จึงเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจเริ่มมีแรงกดดันมากขึ้น แม้อัตราว่างงานยังไม่ได้พุ่งสูงก็ตาม
ในมุมของธนาคารกลาง ภาพนี้อาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและทำให้การขึ้นดอกเบี้ยมีความจำเป็นน้อยลง แต่สำหรับคนหางานแล้ว
ตลาดที่มีตำแหน่งงานเปิดรับน้อยลงย่อมหมายถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นและการหางานที่ยากขึ้น
หมายเหตุ: ตัวเลขและข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลที่รายงานโดย Sky News จากข้อมูลของ ONS ส่วนการอธิบายความหมายของตัวเลขและผลต่อคนหางานเป็นการเรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจภาพเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ข้อความจากต้นฉบับโดยตรง
#แม้อัตราการว่างงานในอังกฤษยังไม่ได้เพิ่มสูง แต่ตำแหน่งงานที่เปิดรับใหม่ค่อยๆ ลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวอ่ะนะ
ที่มา (เอไอสรุปและเรียบเรียง)
news.sky
ตลาดแรงงานอังกฤษเริ่มอ่อนแรง ตำแหน่งงานว่าง ต่ำสุดในรอบ 5 ปี
ตลาดแรงงานอังกฤษเริ่มอ่อนแรง ตำแหน่งงานว่าง ต่ำสุดในรอบ 5 ปี
ตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักรกำลังส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน หลังข้อมูลทางการล่าสุดพบว่า จำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนว่านายจ้างเริ่มระมัดระวังการรับคนมากขึ้น ท่ามกลางต้นทุนการจ้างงานและต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น
ตำแหน่งงานว่างลดลงต่อเนื่อง
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) สำหรับช่วง 3 เดือนถึงเดือนมิถุนายน 2026 ระบุว่า จำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงจากปีก่อนประมาณ 18,000 ตำแหน่ง และอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจอังกฤษยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19
การลดลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันทุกกลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มที่มีตำแหน่งงานลดลงมาก ได้แก่ ธุรกิจวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค รวมถึง ธุรกิจด้านสุขภาพและสังคมสงเคราะห์
บริษัทขนาดเล็กได้รับผลกระทบค่อนข้างชัดเจน โดยธุรกิจที่มีพนักงานเพียง 1-9 คน ลดจำนวนตำแหน่งงานว่างลงประมาณ 8,000 ตำแหน่ง เนื่องจากบางแห่งเลือกที่จะไม่รับพนักงานใหม่เมื่อมีคนลาออก แทนที่จะหาคนมาแทน
ทำไมบริษัทจึงไม่อยากรับคนเพิ่ม?
ONS มองว่าสาเหตุสำคัญมาจาก ต้นทุนการจ้างงานและต้นทุนดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น ทำให้โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กต้องควบคุมค่าใช้จ่ายและชะลอการจ้างงาน
ด้าน Suren Thiru ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจของ ICAEW มองว่าการลดลงของตำแหน่งงานว่างเป็นเหมือน สัญญาณเตือนตลาดแรงงาน เพราะสะท้อนว่าอุปสงค์แรงงานกำลังลดลง ขณะที่ต้นทุนด้านการจ้างงานและพลังงานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การใช้ระบบอัตโนมัติที่มากขึ้นก็อาจทำให้ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นบางส่วนลดลงด้วย
แต่คนตกงานยังไม่ได้เพิ่มขึ้น
แม้บริษัทจะเปิดรับคนใหม่น้อยลง แต่ อัตราการว่างงานยังอยู่ที่ 4.9% และไม่ได้เพิ่มขึ้นจากตัวเลขก่อนหน้า
ดังนั้น ภาพของตลาดแรงงานอังกฤษในขณะนี้จึงยังไม่ใช่สถานการณ์ที่คนตกงานพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง แต่เป็นลักษณะ นายจ้างเริ่มชะลอการจ้างงาน ทำให้คนที่กำลังหางานมีโอกาสน้อยลง
หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลให้การหางานยากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือกำลังเปลี่ยนงาน
เงินเดือนภาคเอกชนก็เริ่มโตช้าลง
อีกสัญญาณที่น่าสนใจคือการเติบโตของค่าจ้างระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐเริ่มแตกต่างกันมากขึ้น
ภาคเอกชน ค่าจ้างเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ภาครัฐ ค่าจ้างเพิ่มขึ้น 6.1%
การเติบโตของค่าจ้างภาคเอกชนที่ 2.8% ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 ที่อัตราการเพิ่มขึ้นลดลงต่ำกว่า 3%
สำหรับคนทำงาน นี่หมายความว่ารายได้กำลังเพิ่มขึ้นช้าลง ขณะที่ค่าครองชีพยังเป็นแรงกดดันอยู่ โดยข่าวระบุว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมถูกคาดการณ์ไว้ที่ 2.9% หากตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าการเติบโตของค่าจ้างในบางกลุ่ม ก็หมายความว่ากำลังซื้อของแรงงานอาจถูกกดดัน
กลับเป็นข่าวดีสำหรับธนาคารกลางอังกฤษ?
ในอีกด้านหนึ่ง การที่ค่าจ้างภาคเอกชนเพิ่มขึ้นช้าลงอาจเป็น ข่าวดีสำหรับธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) เพราะค่าจ้างที่ชะลอตัวช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ตลาดจึงมองว่าธนาคารกลางอาจไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ โดยข้อมูลในข่าวระบุว่า นักลงทุนประเมินโอกาสที่ดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนถัดไปไว้ที่ประมาณ 73%
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าตลาดแรงงานอาจอ่อนแอลงอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หากต้นทุนพลังงานยังสูงและธุรกิจยังมีความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นภาษีในงบประมาณเดือนตุลาคม
สรุป
สิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดแรงงานอังกฤษตอนนี้คือ บริษัทไม่ได้เลิกจ้างคนจำนวนมากในทันที แต่กำลังค่อย ๆ ลดความต้องการรับพนักงานใหม่
จำนวนตำแหน่งงานว่างลดลง ขณะที่การขึ้นค่าจ้างภาคเอกชนก็ชะลอตัวลง จึงเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจเริ่มมีแรงกดดันมากขึ้น แม้อัตราว่างงานยังไม่ได้พุ่งสูงก็ตาม
ในมุมของธนาคารกลาง ภาพนี้อาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและทำให้การขึ้นดอกเบี้ยมีความจำเป็นน้อยลง แต่สำหรับคนหางานแล้ว ตลาดที่มีตำแหน่งงานเปิดรับน้อยลงย่อมหมายถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นและการหางานที่ยากขึ้น
หมายเหตุ: ตัวเลขและข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลที่รายงานโดย Sky News จากข้อมูลของ ONS ส่วนการอธิบายความหมายของตัวเลขและผลต่อคนหางานเป็นการเรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจภาพเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ข้อความจากต้นฉบับโดยตรง
#แม้อัตราการว่างงานในอังกฤษยังไม่ได้เพิ่มสูง แต่ตำแหน่งงานที่เปิดรับใหม่ค่อยๆ ลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวอ่ะนะ
ที่มา (เอไอสรุปและเรียบเรียง) news.sky