หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
จากโรงงานสู่สนามรบ Bi
กระทู้สนทนา
อาวุธยุทโธปกรณ์
Drone
สหราชอาณาจักร
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
วิดีโอสารคดีเชิงลึกจาก Business Insider เรื่อง "We Followed A Drone 1,800 Miles From UK Factory To Ukraine Frontline" นำเสนอภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของการผลิตและการประยุกต์ใช้โดรนลาดตระเวนทางทหารในสมรภูมิรบจริง เนื้อหาเจาะลึกถึงเส้นทางการส่งมอบโดรนระยะทางกว่า 1,800 ไมล์ จากโรงงานในสหราชอาณาจักร ข้ามพรมแดนยุโรป จนกระทั่งถึงมือทหารราบในแนวหน้าของประเทศยูเครน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจและลึกซึ้งดังต่อไปนี้
การเปลี่ยนผ่านทางยุทธศาสตร์และกระบวนการผลิต
[
01:24
] โดรนเหล่านี้เป็นผลงานการผลิตของบริษัท Tekever ซึ่งเป็นบริษัทด้านการป้องกันประเทศสัญชาติโปรตุเกสที่มีฐานการผลิตอยู่ในพื้นที่ทางภาคตะวันตกของเวลส์ (Wales) สหราชอาณาจักร ก่อนหน้าที่จะเกิดความขัดแย้งในปี 2022 บริษัทมุ่งเน้นการผลิตอากาศยานไร้คนขับเพื่อกิจการพลเรือนเป็นหลัก เช่น การสอดส่องการทำประมงผิดกฎหมายและการลาดตระเวนตรวจตราเรือผู้อพยพในทะเล แต่เมื่อรัสเซียเปิดฉากการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ สายการผลิตและพันธกิจของบริษัทได้ถูกปรับเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิงเพื่อตอบสนองต่อการทำสงครามสมัยใหม่
[
03:37
] ภายในโรงงานประกอบด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 คนที่คอยรับผิดชอบตั้งแต่ขั้นตอนการเดินสายไฟ การประกอบโครงสร้าง ไปจนถึงการทาสีและเคลือบพื้นผิวเพื่อลดผลกระทบด้านอากาศพลศาสตร์ โดรนหนึ่งลำประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนราว 300 ชิ้น และต้องใช้เวลาในการสร้างและประกอบตั้งแต่ต้นจนจบประมาณ 3 ถึง 4 สัปดาห์ก่อนที่จะพร้อมใช้งานจริง
ขีดความสามารถทางวิศวกรรมและการพัฒนาที่ตอบสนองต่อสงครามแบบเรียลไทม์
[
01:56
] โดรนปฏิบัติการรุ่น AR3 เป็นอากาศยานไร้คนขับ (UAV) น้ำหนัก 25 กิโลกรัม ที่มีขนาดความกว้างของปีกถึง 4 เมตร ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการทำภารกิจด้านข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการลาดตระเวน (Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance - ISR) ในระยะไกล ระบบนี้มีขีดความสามารถในการบินลึกเข้าไปในดินแดนของศัตรูได้ไกลกว่า 200 กิโลเมตร และสามารถลอยตัวปฏิบัติการต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 12-16 ชั่วโมง
[
03:00
] ปัจจัยที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งในสมรภูมิคือความคล่องตัว โดรนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้กองกำลังทหารสามารถนำออกจากกล่องและประกอบชิ้นส่วนปีกให้เสร็จสมบูรณ์ได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที และสามารถปรับแต่งระบบเชื่อมต่อสัญญาณเพื่อเตรียมพร้อมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ภายในเวลา 30 นาที ซึ่งช่วยลดระยะเวลาที่หน่วยรบจะต้องเปิดเผยตัวตนในพื้นที่เปิดโล่งและเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าโจมตี
[
04:13
] สงครามในยูเครนก่อให้เกิดวงจรการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน (Rapid feedback loop) นับตั้งแต่ปี 2022 โดรน AR3 ได้รับการปรับปรุงและอัปเกรดไปแล้วหลายร้อยครั้งจากคำติชมของทหารในแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเสริมเทคโนโลยีต่อต้านการรบกวนสัญญาณ (Anti-jamming) การปรับเปลี่ยนสารเคลือบสีและลายพรางเพื่อลดการถูกตรวจจับจากเรดาร์ ไปจนถึงการเปลี่ยนเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มความเร็วในอัตราการไต่ระดับความสูง ซึ่งความรวดเร็วในการปรับตัวระดับนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากในระบบการจัดซื้อจัดจ้างทางทหารแบบดั้งเดิมของชาติตะวันตกที่กระบวนการตามปกติต้องใช้เวลาหลายปี
[
03:28
] การสนับสนุนโดรนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ทางทหารที่กว้างขึ้น โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะจัดหาโดรนจำนวนมหาศาลถึง 150,000 ลำให้แก่ยูเครนภายในปี 2026 ผ่านแพ็กเกจงบประมาณสนับสนุนทางทหารมูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์
เส้นทางโลจิสติกส์อันซับซ้อนและการทุ่มเทเพื่อเข้าถึงแนวหน้า
[
05:07
] เมื่ออากาศยานไร้คนขับถูกประกอบเสร็จสมบูรณ์ในสหราชอาณาจักร พวกมันจะต้องถูกแพ็คลงกล่องและถูกส่งไปยังประเทศโปรตุเกสเพื่อผ่านกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติทางเทคนิคขั้นสุดท้าย จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการขนส่งทางบกที่ยาวนานเพื่อข้ามพรมแดนเข้าสู่ดินแดนยูเครน
[
07:24
] ทีมถ่ายทำสารคดีได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความยากลำบากในการเข้าถึงพื้นที่ความขัดแย้ง โดยพวกเขาต้องเดินทางต่อเนื่องยาวนานกว่า 24 ชั่วโมง เริ่มจากการขับรถจากเวลส์มายังลอนดอน ต่อเที่ยวบินไปยังกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ (เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์เข้ายูเครนตั้งแต่ปี 2022) ก่อนที่จะต้องนั่งรถไฟข้ามพรมแดนเข้าสู่กรุงเคียฟ และขับรถลงใต้ลึกเข้าไปยังแนวหน้าทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ
ยุทธวิธีการใช้งานจริงโดยกองกำลัง "Black Forest"
[
08:13
] เมื่อถึงปลายทาง โดรนเหล่านี้จะถูกส่งมอบให้กับกองพลน้อยลาดตระเวนปืนใหญ่แยกอิสระที่ 15 หรือที่รู้จักในชื่อ "Black Forest Brigade" (กองพลป่าดำ) ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนถึงยุทธวิธีสำคัญที่หน่วยทหารจะต้องอาศัยร่มเงาของป่าในการตั้งแคมป์ หลบซ่อนตัว และปฏิบัติภารกิจเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทางอากาศของรัสเซียตรวจจับ
[
08:31
] ปัจจัยที่ทำให้ AR3 กลายเป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพคืออุปกรณ์บรรทุก (Payload) ซึ่งทำงานผ่านระบบกิมบอล (Gimbal) ที่มีเซ็นเซอร์ภาพถ่ายความร้อนและอินฟราเรด ทำให้สามารถสแกนทะลุการพรางตัวของศัตรูได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ภารกิจหลักของกองพลนี้คือการค้นหาเป้าหมายที่มีมูลค่าทางยุทธศาสตร์สูง เช่น ระบบป้องกันภัยทางอากาศ (รวมถึงระบบ S-400 อันล้ำสมัยของรัสเซีย ที่ทหารยูเครนระบุว่าเคยใช้โดรนช่วยชี้เป้าให้ระบบจรวด HIMARS ยิงทำลายมาแล้ว) ตลอดจนเรดาร์ตรวจจับปืนใหญ่และฐานที่มั่นปืนใหญ่ของข้าศึก
[
09:35
] ขั้นตอนการปฏิบัติการเริ่มจากการยิงโดรนขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยรางส่งแบบอัดแรงดันอากาศเพื่อความรวดเร็ว เมื่อขึ้นบินแล้ว โดรนจะทำการถ่ายทอดข้อมูลและพิกัดกลับมายังศูนย์บัญชาการของยูเครนแบบเรียลไทม์ (Real-time) เพื่อประสานพิกัดให้กับหน่วยปืนใหญ่ทำการโจมตี หลังจากภารกิจเสร็จสิ้น โดรนจะร่อนกลับลงสู่พื้นดินโดยอาศัยระบบร่มชูชีพร่วมกับถุงลมนิรภัยเพื่อลดแรงกระแทก เปิดโอกาสให้ทีมเก็บกู้สามารถรีบเข้าไปนำเครื่องกลับมาซ่อนในป่าได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะกลายเป็นเป้าหมายในการโจมตีตอบโต้
ผลสัมฤทธิ์และอิทธิพลต่อวงการวิศวกรรมการทหารระดับโลก
[
10:34
] ข้อมูลที่รวบรวมได้จากโดรนของหน่วย Black Forest นำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติการจริงอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ภาพการบันทึกผลการโจมตีสะพานจุดยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายรัสเซียครอบครองอยู่ และการให้พิกัดที่แม่นยำเพื่อประสานงานทำลายระบบขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศของฝ่ายรัสเซีย
[
11:06
] ในขณะที่มีรายงานความสูญเสียบ้าง โดยสื่อของรัฐบาลรัสเซียอ้างว่าสามารถยิงโดรน AR3 ตกและนำไปศึกษาทางวิศวกรรมย้อนกลับได้สำเร็จ แต่วิดีโอสารคดีนี้ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน (Symbiotic relationship) อย่างลึกซึ้งในสงครามยุคปัจจุบัน แม้ว่ายูเครนจะยังคงต้องการเทคโนโลยีและอากาศยานขั้นสูงจากชาติตะวันตกอย่างมหาศาลเพื่อค้ำจุนศักยภาพในการต่อต้านกองทัพรัสเซีย แต่ในทางกลับกัน บริษัทผู้ผลิตอาวุธจากชาติตะวันตกเองก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึ่งพา "ประสบการณ์จริงจากสมรภูมิรบ" ของทหารยูเครน เพื่อนำข้อมูลอันล้ำค่าเหล่านั้นมาพัฒนา ปรับปรุง และขับเคลื่อนเทคโนโลยีของตนให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ภัยคุกคามในอนาคตได้อย่างแท้จริง
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
อ่านความคิดเห็นทั้งหมด
หน้า:
หน้า
จาก
บนสุด
ล่างสุด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
จากโรงงานสู่สนามรบ Bi
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้