“ภคมน” เปิด 10 แผลเน่าสวนกลับ “ภราดร” หลังบอกรัฐบาล 6 เดือนไร้ทุจริต ลั่นเหมือนแผลพุพอง
https://ch3plus.com/news/political/morning/469025
.

.
“ภคมน” โฆษกพรรคประชาชน สวนกลับ “ภราดร” พรรคภูมิใจไทย หลังบอกรัฐบาล 6 เดือนไร้ทุจริต แขวะทำหน้าที่ “ลูกน้อง” ไม่ขาดตกบกพร่อง พร้อมเปิด 10 แผลเน่า ลั่น วันนี้ประเทศไทยเหมือนคนเป็นแผลพุพอง จิ้มตรงไหนก็หนองแตก
18 ส.ค. 2569 น.ส.
ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ นาย
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า
.
รัฐบาลเพิ่งมาบริหารได้ 6 เดือน ยังไม่เห็นมีเรื่องทุจริตอะไร มีแต่มาแก้ไขปัญหา ว่า “เป็นรัฐบาล 6 เดือน ไม่เห็นมีการทุจริตอะไร” ดิฉัน ชื่นชมคุณภราดรเพราะคุณภราดร ทำหน้าที่ได้ดีเสมอโดยเฉพาะหน้าที่ของ “ลูกน้อง” ไม่เคยขาดตกบกพร่อง รับหน้าแทนนาย สร้างผลงานโดดเด่นเป็นประจักษ์ แต่ในฐานะรัฐมนตรีและผู้แทนราษฎร การพูดแบบนี้ ดูถูกสถานการณ์ที่ประชาชนต้องเผชิญอย่างมาก
.
วันนี้ประเทศไทยเหมือนคนเป็นแผลพุพอง จิ้มตรงไหนก็หนองแตก ปะทุออกมาหมด รัฐบาลอนุทิน2 จะรอเช็ดหนองแค่ของตัวเองอย่างเดียว ก็ไร้ความรับผิดชอบไปหน่อย อย่างน้อย 10 ปีให้หลังของการเมืองไทย พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลมาตลอด กระทรวงคมนาคมรอบนี้ชื่อพิพัฒน์ รอบก่อนหน้านี้ชื่อศักดิ์สยาม มันจะหนีไปไหนเสีย หรือเอาให้เห็นภาพกว่านั้น การทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 ของกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ขณะนั้น ชื่ออนุทิน ชาญวีรกุลนะคะ จะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยก็มักง่ายไปหน่อยมั้ง
ถ้าจำไม่ทันเพราะเรื่องราวเยอะเหลือเกิน ดิฉันจะช่วยเตือนความจำให้
1. โกงสอบข้าราชการท้องถิ่น มูลค่าสินบน 4,500 ล้านบาท
.
2. ไอ้โม่ง กักตุนน้ำมันกว่า 57 ล้านลิตร มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
.
3. THAI Passaport โครงการฉาว 1,600 ล้านบาท
.
4. ฮั้ว สว.
.
5. เครนก่อสร้างถล่ม ที่ทางด่วนพระราม 2 คนเสียชีวิตไป 2 คน
.
6. ไม่มีมาตรการควบคุมปืน
.
7. ป.ป.ช. มีมติปัดตกคดี ของคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ สวนทางกับศาลรัฐธรรมนูญ
.
8. มาเฟียภูเก็ตใหญ่คับเกาะ จนผู้ว่าและรองผู้ว่าภูเก็ตถูกเด้งทั้งคู่
.
9. สวมสิทธิ์สัญชาติ ใช้พ่อไทยทิพย์ ให้ลูกได้สัญชาติไทย
.
10. คดีลอบยิง สส.นราธิวาส มีเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันหลายคน
.
มีอะไรอีกช่วยกันเตือนความจำท่านรัฐมนตรีหน่อยจะว่าไปกำแพงที่หนาขึ้นทุกวัน ไม่น่ากลัวเท่าหน้าคนที่หนาขึ้นทุกวันนะคะ
.
https://www.facebook.com/lisapukkamon/posts/pfbid02AVupzJoKg6Zbej1LPtqFazcgWULgubcf5GeLkupxbjP27MHgYZr9XKDEensKZqAol
.
.
เท้ง บุก นิคม304ปราจีนฯ ชาวบ้านร้องทรมาน 5 กลิ่นจากโรงงาน รับกลัวอิทธิพลไม่กล้ารวมตัว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5851952
.
‘เท้ง’ โดดขึ้นท้ายกระบะสำรวจกลิ่นนิคมอุตสาหกรรม 304-บุยายใบ หลังชาวบ้านร้องกลัวกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ชมเปราะ ‘ส.ส.แจ้’ ช่วยแก้ปัญหา แต่หลังหมดสมัยก็ทรมานต่อ
.
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี
.
จากนั้นเวลา 14.40 น. นาย
ณัฐพงษ์ และคณะ เดินทางมายังบริเวณนิคมอุตสาหกรรม 304-บุยายใบ จ.ปราจีนบุรี เพื่อลงพื้นที่สำรวจและรับฟังปัญหา ข้อร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับกลิ่น มลพิษ และผลกระทบจากการประกอบกิจการอุตสาหกรรม
.
โดยช่วงหนึ่งมีชาวบ้านสะท้อนปัญหา ว่า ปัญหาที่พบเจอในชีวิตประจำวันมีเยอะ โดยเฉพาะเรื่องกลิ่น โดยแบ่งออกเป็น 5 กลิ่น ได้แก่
1. กลิ่นจากเอเทอร์นอล ซึ่งเป็นกลิ่นที่รุนแรงเมื่อดมไปมากๆ จะทำให้เกิดอาการมึน วิงเวียนศีรษะ
2. กลิ่นเหม็นเน่า
3. กลิ่นเปรี้ยว รวมถึงหากอยู่ใต้ลมก็จะมีฝุ่นออกมา
4. กลิ่นขยะที่ถูกหมักหมมมานาน
และ 5. กลิ่นธรรมชาติที่ตอนนี้ไม่ค่อยมี
ซึ่งเป็น 5 กลิ่นที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบในชีวิตประจำวัน แต่ที่ชาวบ้านไม่ออกมาต่อต้านและไม่กล้าออกมาเรียกร้องเพราะกลัว ซึ่งก่อนหน้านี้กว่าที่จะได้รับการเยียวยาจากโรงงาน ก็มีการประท้วงอยู่หลายรอบ รวมถึงมีปัญหาเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติกว่าหมื่นคนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน
.
“
นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีตส.ส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล ในขณะนั้น เคยลงมาช่วยเหลือพวกเรา ซึ่งเราดีใจมาก เข้าไปแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่ขณะนี้เมื่อหมดวาระก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก ตอนนั้นเขาเข้าไปในโรงงานเพื่อคุยกับผู้ประกอบการ เพื่อช่วยแก้ปัญหา แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วพวกเราต้องทรมานกันต่อไป จึงอยากให้นายณัฐพงษ์มาช่วยพวกเรา” ตัวแทนชาวบ้าน กล่าว
.
โดย นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า แม้ชาวบ้านบอกว่าวันนี้ไม่ค่อยเหม็นแล้ว แต่ขนาดใส่หน้ากากแล้วเดินเข้ามาใกล้ก็ยังได้กลิ่นแรง โรงงานอาจจะทราบข่าวว่าวันนี้มีการมาตรวจ น้ำอาจจะใสขึ้น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณนี้มีทั้งโรงเรียน ชุมชน และเด็ก แต่ไม่มีการต่อเมื่อมีโรงงานมาตั้งแต่ไม่มีการกำกับดูแลเรื่องมาตรฐาน คุณภาพ หรือสิ่งแวดล้อม สิ่งแรกหากเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ได้ ปัญหาอย่างอื่นก็แก้ไม่ได้เลย เพราะจะกลายเป็นว่าประชาชนในพื้นที่ไม่กล้าออกมา ซึ่งสิ่งแรกเราต้องได้รัฐบาลที่กล้าหาญในการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
.
จากนั้นตัวแทนชาวบ้านได้พานาย
ณัฐพงษ์และคณะ เดินดูท่อน้ำเสียที่ไหลลงแม่น้ำปราจีนบุรี ก่อนจะพานั่งรถสำรวจภายในบริเวณนิคมอุตสาหกรรม 304-บุยายใบ โดยนาย
ณัฐพงษ์ได้ขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อสำรวจภายในบริเวณนิคมอุตสาหกรรม โดยพบว่าตลอดระยะทาง มีกลิ่นเหม็นจากสารเคมีรุนแรง และพบว่ามีท่อ ซึ่งมีการปล่อยควันจากโรงงานออกมา รวมไปถึง คูน้ำเสียบริเวณรอบโรงงานมีกลิ่นเน่าเหม็นอย่างรุนแรง โดยจากการสังเกตพบว่าป้ายโรงงานส่วนใหญ่เป็นชื่อภาษาจีน
.
จากนั้นนาย
ณัฐพงษ์ และคณะ เดินทางต่อมาที่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค กบินทร์ เพื่อร่วมประชุมรับฟังข้อชี้แจงโรงไฟฟ้าขยะ
.
.
กมธ.งบ’70 ดักคอกทม. ซื้อคืนรฟฟ.สายสีเขียว หลังใกล้หมดสัมปทาน ชัชชาติแจงชัดไม่มี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5851781
.
กมธ.งบ70 จากปชน.ดักคอ กทม.ซื้อคืนรถไฟฟ้าสายเขียว อย่าเอื้อนายทุน ด้าน “ชัชชาติ”ปัดไม่มีซื้อคืนสายสีเขียว ยันแม้ซื้อคืนก็ไม่เกี่ยวล้างคดีในป.ป.ช.
.
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นาย
อนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย รองประธานกมธ. เป็นประธานการประชุม พิจารณาคำของบประมาณปี 2570 ของกทม. วงเงิน 28,953 ล้านบาท และเมืองพัทยา 2,300 ล้านบาท โดยกมธ.หลายคนสอบถามถึงแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การจราจรในกทม. อาทิ นาย
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กมธ.จากพรรคประชาชน สอบถามถึงโครงการป้องกันน้ำท่วมในกทม.มีมากมายหลายโครงการ แต่มีความล่าช้าและเป็นรูปแบบซ้ำๆกัน เช่น โครงการอุโมงค์ระบายน้ำต่างๆ
.
ขณะที่ นาย
สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีราชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. สอบถามถึงราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่กำหนดไว้ 17-45 บาทตลอดทาง เป็นข้อสรุปที่ตรงกันทุกหน่วยงานหรือยัง และมีการวางระบบช่วงรอยต่อข้ามสายเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ และเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตั๋วร่วม ที่จะเริ่มดำเนินการ ในวันที่ 1 มกราคม 2570 กทม.มีการเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ส่วนกรณีการเตรียมซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว อยากทราบว่า กทม.จะทำอยู่หรือไม่ ทำไมต้องทำ จะซื้อคืนราคาเท่าไร เพราะสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะหมดในปี 2572 ไม่อยากให้ถูกมอง กทม.เอื้อประโยชน์นายทุน เพราะใกล้หมดสัมปทานแล้วไม่จำเป็นต้องไปอุ้มใคร
.
ด้าน นาย
ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ. กล่าวว่า ขอฝากกทม.และเมืองพัทยา ดูแลเรื่องความปลอดภัยสถานบันเทิง เพราะที่ผ่านมาแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เกิดปัญหาก็โยนกันไปมา ขอเสนอให้สถานบันเทิงทุกแห่ง ต้องทำประกันภัยแก่บุคคลที่มาใช้บริการ กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ และมีการประชาสัมพันธ์ให้คนมาเที่ยวรับทราบ
.
ขณะที่ นาย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ชี้แจงว่า เรื่องราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ถือว่าดีมาก ถ้าทำได้ ถือเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับกทม. เพราะกทม.ดูแลแค่สายสีเขียวและสายสีทอง ขณะที่การซื้อคืนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวคืนจากเอกชน ยืนยันว่า ไม่มีการซื้อคืน ที่ผ่านมามีเพียงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กทม.โอนหนี้สินรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดูแล เป็นเรื่องที่ต้องไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไปกับรฟม.ว่า จะดำเนินการตามมติครม.อย่างไรต่อไป
.
“
ยืนยันว่า แม้จะมีการซื้อคืนรถไฟฟ้าสีเขียว ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการล้างคดีเรื่องโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องคดีความต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด”นาย
ชัชชาติ กล่าว.
.
.
Krungthai COMPASS คาดศก.ครึ่งปีหลัง ชะลอตัว พิษสงคราม-ท่องเที่ยวฟื้นยาก แนะเร่ง Local Content รับคลื่นลงทุน. https://www.matichon.co.th/economy/news_5852167
.
Krungthai COMPASS คาดศก.ครึ่งปีหลัง ชะลอตัว พิษสงคราม-ท่องเที่ยวฟื้นยาก แนะเร่ง Local Content รับคลื่นลงทุน
.
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 1.9% YoY เมื่อเทียบกับ 2.8% YoY ในไตรมาสแรกของปี และหดตัวลง 0.2% QoQSA โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวเพียง 1.9% YoY ต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส และการลงทุนภาครัฐที่หดตัว 1.6% YoY หลังการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจลดลง ขณะที่การส่งออกสินค้าชะลอตัว 14.1%YoY เทียบจาก 15.5%YoY ในไตรมาสก่อน สวนทางกับการนำเข้าสินค้าที่ขยายตัว 27.2%YoY เร่งตัวจาก 25.4%YoY ในไตรมาสก่อน ทำให้เมื่อหักผลของการนำเข้าที่เร่งตัวสูงแล้ว สัดส่วนการเติบโตของจีดีพีที่มาจากการส่งออก (Net Exports) หดตัว 6.8%YoY
.
ทั้งนี้ ในภาพรวมทั้งปี 2569 สศช. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ขึ้นเป็น 2.0%–2.5% มีค่ากลางที่ 2.2% โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรเพื่อรองรับกระแสดิจิทัลและ AI
.
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี (2H69) มีแนวโน้มชะลอตัวลง ตามแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผันผวนและยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ระดับราคาพลังงานโลกยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา กระทบต่อภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อกำลังซื้อในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าจากสหรัฐฯ และผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะกระทบการผลิตและรายได้เกษตรกร
JJNY : 5in1 “ภคมน”สวน“ภราดร”│เท้งบุกนิคม304│กมธ.งบ’70 ดักคอกทม.│คาดศก.ครึ่งปีหลัง ชะลอตัว│รัสเซียขู่อังกฤษ"เตรียมรับผล"
https://ch3plus.com/news/political/morning/469025
.
.
“ภคมน” โฆษกพรรคประชาชน สวนกลับ “ภราดร” พรรคภูมิใจไทย หลังบอกรัฐบาล 6 เดือนไร้ทุจริต แขวะทำหน้าที่ “ลูกน้อง” ไม่ขาดตกบกพร่อง พร้อมเปิด 10 แผลเน่า ลั่น วันนี้ประเทศไทยเหมือนคนเป็นแผลพุพอง จิ้มตรงไหนก็หนองแตก
18 ส.ค. 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า
.
รัฐบาลเพิ่งมาบริหารได้ 6 เดือน ยังไม่เห็นมีเรื่องทุจริตอะไร มีแต่มาแก้ไขปัญหา ว่า “เป็นรัฐบาล 6 เดือน ไม่เห็นมีการทุจริตอะไร” ดิฉัน ชื่นชมคุณภราดรเพราะคุณภราดร ทำหน้าที่ได้ดีเสมอโดยเฉพาะหน้าที่ของ “ลูกน้อง” ไม่เคยขาดตกบกพร่อง รับหน้าแทนนาย สร้างผลงานโดดเด่นเป็นประจักษ์ แต่ในฐานะรัฐมนตรีและผู้แทนราษฎร การพูดแบบนี้ ดูถูกสถานการณ์ที่ประชาชนต้องเผชิญอย่างมาก
.
วันนี้ประเทศไทยเหมือนคนเป็นแผลพุพอง จิ้มตรงไหนก็หนองแตก ปะทุออกมาหมด รัฐบาลอนุทิน2 จะรอเช็ดหนองแค่ของตัวเองอย่างเดียว ก็ไร้ความรับผิดชอบไปหน่อย อย่างน้อย 10 ปีให้หลังของการเมืองไทย พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลมาตลอด กระทรวงคมนาคมรอบนี้ชื่อพิพัฒน์ รอบก่อนหน้านี้ชื่อศักดิ์สยาม มันจะหนีไปไหนเสีย หรือเอาให้เห็นภาพกว่านั้น การทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 ของกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ขณะนั้น ชื่ออนุทิน ชาญวีรกุลนะคะ จะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยก็มักง่ายไปหน่อยมั้ง
ถ้าจำไม่ทันเพราะเรื่องราวเยอะเหลือเกิน ดิฉันจะช่วยเตือนความจำให้
1. โกงสอบข้าราชการท้องถิ่น มูลค่าสินบน 4,500 ล้านบาท
.
2. ไอ้โม่ง กักตุนน้ำมันกว่า 57 ล้านลิตร มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
.
3. THAI Passaport โครงการฉาว 1,600 ล้านบาท
.
4. ฮั้ว สว.
.
5. เครนก่อสร้างถล่ม ที่ทางด่วนพระราม 2 คนเสียชีวิตไป 2 คน
.
6. ไม่มีมาตรการควบคุมปืน
.
7. ป.ป.ช. มีมติปัดตกคดี ของคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ สวนทางกับศาลรัฐธรรมนูญ
.
8. มาเฟียภูเก็ตใหญ่คับเกาะ จนผู้ว่าและรองผู้ว่าภูเก็ตถูกเด้งทั้งคู่
.
9. สวมสิทธิ์สัญชาติ ใช้พ่อไทยทิพย์ ให้ลูกได้สัญชาติไทย
.
10. คดีลอบยิง สส.นราธิวาส มีเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันหลายคน
.
มีอะไรอีกช่วยกันเตือนความจำท่านรัฐมนตรีหน่อยจะว่าไปกำแพงที่หนาขึ้นทุกวัน ไม่น่ากลัวเท่าหน้าคนที่หนาขึ้นทุกวันนะคะ
.
https://www.facebook.com/lisapukkamon/posts/pfbid02AVupzJoKg6Zbej1LPtqFazcgWULgubcf5GeLkupxbjP27MHgYZr9XKDEensKZqAol
.
.
เท้ง บุก นิคม304ปราจีนฯ ชาวบ้านร้องทรมาน 5 กลิ่นจากโรงงาน รับกลัวอิทธิพลไม่กล้ารวมตัว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5851952
.
‘เท้ง’ โดดขึ้นท้ายกระบะสำรวจกลิ่นนิคมอุตสาหกรรม 304-บุยายใบ หลังชาวบ้านร้องกลัวกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ชมเปราะ ‘ส.ส.แจ้’ ช่วยแก้ปัญหา แต่หลังหมดสมัยก็ทรมานต่อ
.
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี
.
จากนั้นเวลา 14.40 น. นายณัฐพงษ์ และคณะ เดินทางมายังบริเวณนิคมอุตสาหกรรม 304-บุยายใบ จ.ปราจีนบุรี เพื่อลงพื้นที่สำรวจและรับฟังปัญหา ข้อร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับกลิ่น มลพิษ และผลกระทบจากการประกอบกิจการอุตสาหกรรม
.
โดยช่วงหนึ่งมีชาวบ้านสะท้อนปัญหา ว่า ปัญหาที่พบเจอในชีวิตประจำวันมีเยอะ โดยเฉพาะเรื่องกลิ่น โดยแบ่งออกเป็น 5 กลิ่น ได้แก่
1. กลิ่นจากเอเทอร์นอล ซึ่งเป็นกลิ่นที่รุนแรงเมื่อดมไปมากๆ จะทำให้เกิดอาการมึน วิงเวียนศีรษะ
2. กลิ่นเหม็นเน่า
3. กลิ่นเปรี้ยว รวมถึงหากอยู่ใต้ลมก็จะมีฝุ่นออกมา
4. กลิ่นขยะที่ถูกหมักหมมมานาน
และ 5. กลิ่นธรรมชาติที่ตอนนี้ไม่ค่อยมี
ซึ่งเป็น 5 กลิ่นที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบในชีวิตประจำวัน แต่ที่ชาวบ้านไม่ออกมาต่อต้านและไม่กล้าออกมาเรียกร้องเพราะกลัว ซึ่งก่อนหน้านี้กว่าที่จะได้รับการเยียวยาจากโรงงาน ก็มีการประท้วงอยู่หลายรอบ รวมถึงมีปัญหาเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติกว่าหมื่นคนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน
.
“นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีตส.ส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล ในขณะนั้น เคยลงมาช่วยเหลือพวกเรา ซึ่งเราดีใจมาก เข้าไปแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่ขณะนี้เมื่อหมดวาระก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก ตอนนั้นเขาเข้าไปในโรงงานเพื่อคุยกับผู้ประกอบการ เพื่อช่วยแก้ปัญหา แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วพวกเราต้องทรมานกันต่อไป จึงอยากให้นายณัฐพงษ์มาช่วยพวกเรา” ตัวแทนชาวบ้าน กล่าว
.
โดย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แม้ชาวบ้านบอกว่าวันนี้ไม่ค่อยเหม็นแล้ว แต่ขนาดใส่หน้ากากแล้วเดินเข้ามาใกล้ก็ยังได้กลิ่นแรง โรงงานอาจจะทราบข่าวว่าวันนี้มีการมาตรวจ น้ำอาจจะใสขึ้น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณนี้มีทั้งโรงเรียน ชุมชน และเด็ก แต่ไม่มีการต่อเมื่อมีโรงงานมาตั้งแต่ไม่มีการกำกับดูแลเรื่องมาตรฐาน คุณภาพ หรือสิ่งแวดล้อม สิ่งแรกหากเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ได้ ปัญหาอย่างอื่นก็แก้ไม่ได้เลย เพราะจะกลายเป็นว่าประชาชนในพื้นที่ไม่กล้าออกมา ซึ่งสิ่งแรกเราต้องได้รัฐบาลที่กล้าหาญในการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
.
จากนั้นตัวแทนชาวบ้านได้พานายณัฐพงษ์และคณะ เดินดูท่อน้ำเสียที่ไหลลงแม่น้ำปราจีนบุรี ก่อนจะพานั่งรถสำรวจภายในบริเวณนิคมอุตสาหกรรม 304-บุยายใบ โดยนายณัฐพงษ์ได้ขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อสำรวจภายในบริเวณนิคมอุตสาหกรรม โดยพบว่าตลอดระยะทาง มีกลิ่นเหม็นจากสารเคมีรุนแรง และพบว่ามีท่อ ซึ่งมีการปล่อยควันจากโรงงานออกมา รวมไปถึง คูน้ำเสียบริเวณรอบโรงงานมีกลิ่นเน่าเหม็นอย่างรุนแรง โดยจากการสังเกตพบว่าป้ายโรงงานส่วนใหญ่เป็นชื่อภาษาจีน
.
จากนั้นนายณัฐพงษ์ และคณะ เดินทางต่อมาที่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค กบินทร์ เพื่อร่วมประชุมรับฟังข้อชี้แจงโรงไฟฟ้าขยะ
.
.
กมธ.งบ’70 ดักคอกทม. ซื้อคืนรฟฟ.สายสีเขียว หลังใกล้หมดสัมปทาน ชัชชาติแจงชัดไม่มี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5851781
.
กมธ.งบ70 จากปชน.ดักคอ กทม.ซื้อคืนรถไฟฟ้าสายเขียว อย่าเอื้อนายทุน ด้าน “ชัชชาติ”ปัดไม่มีซื้อคืนสายสีเขียว ยันแม้ซื้อคืนก็ไม่เกี่ยวล้างคดีในป.ป.ช.
.
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย รองประธานกมธ. เป็นประธานการประชุม พิจารณาคำของบประมาณปี 2570 ของกทม. วงเงิน 28,953 ล้านบาท และเมืองพัทยา 2,300 ล้านบาท โดยกมธ.หลายคนสอบถามถึงแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การจราจรในกทม. อาทิ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กมธ.จากพรรคประชาชน สอบถามถึงโครงการป้องกันน้ำท่วมในกทม.มีมากมายหลายโครงการ แต่มีความล่าช้าและเป็นรูปแบบซ้ำๆกัน เช่น โครงการอุโมงค์ระบายน้ำต่างๆ
.
ขณะที่ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีราชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. สอบถามถึงราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่กำหนดไว้ 17-45 บาทตลอดทาง เป็นข้อสรุปที่ตรงกันทุกหน่วยงานหรือยัง และมีการวางระบบช่วงรอยต่อข้ามสายเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ และเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตั๋วร่วม ที่จะเริ่มดำเนินการ ในวันที่ 1 มกราคม 2570 กทม.มีการเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ส่วนกรณีการเตรียมซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว อยากทราบว่า กทม.จะทำอยู่หรือไม่ ทำไมต้องทำ จะซื้อคืนราคาเท่าไร เพราะสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะหมดในปี 2572 ไม่อยากให้ถูกมอง กทม.เอื้อประโยชน์นายทุน เพราะใกล้หมดสัมปทานแล้วไม่จำเป็นต้องไปอุ้มใคร
.
ด้าน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ. กล่าวว่า ขอฝากกทม.และเมืองพัทยา ดูแลเรื่องความปลอดภัยสถานบันเทิง เพราะที่ผ่านมาแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เกิดปัญหาก็โยนกันไปมา ขอเสนอให้สถานบันเทิงทุกแห่ง ต้องทำประกันภัยแก่บุคคลที่มาใช้บริการ กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ และมีการประชาสัมพันธ์ให้คนมาเที่ยวรับทราบ
.
ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ชี้แจงว่า เรื่องราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ถือว่าดีมาก ถ้าทำได้ ถือเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับกทม. เพราะกทม.ดูแลแค่สายสีเขียวและสายสีทอง ขณะที่การซื้อคืนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวคืนจากเอกชน ยืนยันว่า ไม่มีการซื้อคืน ที่ผ่านมามีเพียงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กทม.โอนหนี้สินรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดูแล เป็นเรื่องที่ต้องไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไปกับรฟม.ว่า จะดำเนินการตามมติครม.อย่างไรต่อไป
.
“ยืนยันว่า แม้จะมีการซื้อคืนรถไฟฟ้าสีเขียว ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการล้างคดีเรื่องโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องคดีความต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด”นายชัชชาติ กล่าว.
.
.
Krungthai COMPASS คาดศก.ครึ่งปีหลัง ชะลอตัว พิษสงคราม-ท่องเที่ยวฟื้นยาก แนะเร่ง Local Content รับคลื่นลงทุน. https://www.matichon.co.th/economy/news_5852167
.
Krungthai COMPASS คาดศก.ครึ่งปีหลัง ชะลอตัว พิษสงคราม-ท่องเที่ยวฟื้นยาก แนะเร่ง Local Content รับคลื่นลงทุน
.
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 1.9% YoY เมื่อเทียบกับ 2.8% YoY ในไตรมาสแรกของปี และหดตัวลง 0.2% QoQSA โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวเพียง 1.9% YoY ต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส และการลงทุนภาครัฐที่หดตัว 1.6% YoY หลังการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจลดลง ขณะที่การส่งออกสินค้าชะลอตัว 14.1%YoY เทียบจาก 15.5%YoY ในไตรมาสก่อน สวนทางกับการนำเข้าสินค้าที่ขยายตัว 27.2%YoY เร่งตัวจาก 25.4%YoY ในไตรมาสก่อน ทำให้เมื่อหักผลของการนำเข้าที่เร่งตัวสูงแล้ว สัดส่วนการเติบโตของจีดีพีที่มาจากการส่งออก (Net Exports) หดตัว 6.8%YoY
.
ทั้งนี้ ในภาพรวมทั้งปี 2569 สศช. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ขึ้นเป็น 2.0%–2.5% มีค่ากลางที่ 2.2% โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรเพื่อรองรับกระแสดิจิทัลและ AI
.
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี (2H69) มีแนวโน้มชะลอตัวลง ตามแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผันผวนและยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ระดับราคาพลังงานโลกยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา กระทบต่อภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อกำลังซื้อในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าจากสหรัฐฯ และผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะกระทบการผลิตและรายได้เกษตรกร