JJNY : 5in1 “ภคมน”สวน“ภราดร”│เท้งบุกนิคม304│กมธ.งบ’70 ดักคอกทม.│คาดศก.ครึ่งปีหลัง ชะลอตัว│รัสเซียขู่อังกฤษ"เตรียมรับผล"

“ภคมน” เปิด 10 แผลเน่าสวนกลับ “ภราดร” หลังบอกรัฐบาล 6 เดือนไร้ทุจริต ลั่นเหมือนแผลพุพอง
https://ch3plus.com/news/political/morning/469025
.

.
“ภคมน” โฆษกพรรคประชาชน สวนกลับ “ภราดร” พรรคภูมิใจไทย หลังบอกรัฐบาล 6 เดือนไร้ทุจริต แขวะทำหน้าที่ “ลูกน้อง” ไม่ขาดตกบกพร่อง พร้อมเปิด 10 แผลเน่า ลั่น วันนี้ประเทศไทยเหมือนคนเป็นแผลพุพอง จิ้มตรงไหนก็หนองแตก

18 ส.ค. 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า
.
รัฐบาลเพิ่งมาบริหารได้ 6 เดือน ยังไม่เห็นมีเรื่องทุจริตอะไร มีแต่มาแก้ไขปัญหา ว่า “เป็นรัฐบาล 6 เดือน ไม่เห็นมีการทุจริตอะไร” ดิฉัน ชื่นชมคุณภราดรเพราะคุณภราดร ทำหน้าที่ได้ดีเสมอโดยเฉพาะหน้าที่ของ “ลูกน้อง” ไม่เคยขาดตกบกพร่อง รับหน้าแทนนาย สร้างผลงานโดดเด่นเป็นประจักษ์ แต่ในฐานะรัฐมนตรีและผู้แทนราษฎร การพูดแบบนี้ ดูถูกสถานการณ์ที่ประชาชนต้องเผชิญอย่างมาก
.
วันนี้ประเทศไทยเหมือนคนเป็นแผลพุพอง จิ้มตรงไหนก็หนองแตก ปะทุออกมาหมด รัฐบาลอนุทิน2 จะรอเช็ดหนองแค่ของตัวเองอย่างเดียว ก็ไร้ความรับผิดชอบไปหน่อย อย่างน้อย 10 ปีให้หลังของการเมืองไทย พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลมาตลอด กระทรวงคมนาคมรอบนี้ชื่อพิพัฒน์ รอบก่อนหน้านี้ชื่อศักดิ์สยาม มันจะหนีไปไหนเสีย หรือเอาให้เห็นภาพกว่านั้น การทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 ของกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ขณะนั้น ชื่ออนุทิน ชาญวีรกุลนะคะ จะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยก็มักง่ายไปหน่อยมั้ง

ถ้าจำไม่ทันเพราะเรื่องราวเยอะเหลือเกิน ดิฉันจะช่วยเตือนความจำให้

1. โกงสอบข้าราชการท้องถิ่น มูลค่าสินบน 4,500 ล้านบาท
.
2. ไอ้โม่ง กักตุนน้ำมันกว่า 57 ล้านลิตร มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
.
3. THAI Passaport โครงการฉาว 1,600 ล้านบาท
.
4. ฮั้ว สว.
.
5. เครนก่อสร้างถล่ม ที่ทางด่วนพระราม 2 คนเสียชีวิตไป 2 คน
.
6. ไม่มีมาตรการควบคุมปืน
.
7. ป.ป.ช. มีมติปัดตกคดี ของคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ สวนทางกับศาลรัฐธรรมนูญ
.
8. มาเฟียภูเก็ตใหญ่คับเกาะ จนผู้ว่าและรองผู้ว่าภูเก็ตถูกเด้งทั้งคู่
.
9. สวมสิทธิ์สัญชาติ ใช้พ่อไทยทิพย์ ให้ลูกได้สัญชาติไทย
.
10. คดีลอบยิง สส.นราธิวาส มีเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันหลายคน
.
มีอะไรอีกช่วยกันเตือนความจำท่านรัฐมนตรีหน่อยจะว่าไปกำแพงที่หนาขึ้นทุกวัน ไม่น่ากลัวเท่าหน้าคนที่หนาขึ้นทุกวันนะคะ
.
https://www.facebook.com/lisapukkamon/posts/pfbid02AVupzJoKg6Zbej1LPtqFazcgWULgubcf5GeLkupxbjP27MHgYZr9XKDEensKZqAol
.

.
เท้ง บุก นิคม304ปราจีนฯ ชาวบ้านร้องทรมาน 5 กลิ่นจากโรงงาน รับกลัวอิทธิพลไม่กล้ารวมตัว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5851952
.
‘เท้ง’ โดดขึ้นท้ายกระบะสำรวจกลิ่นนิคมอุตสาหกรรม 304-บุยายใบ หลังชาวบ้านร้องกลัวกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ชมเปราะ ‘ส.ส.แจ้’ ช่วยแก้ปัญหา แต่หลังหมดสมัยก็ทรมานต่อ
.
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี
.
จากนั้นเวลา 14.40 น. นายณัฐพงษ์ และคณะ เดินทางมายังบริเวณนิคมอุตสาหกรรม 304-บุยายใบ จ.ปราจีนบุรี เพื่อลงพื้นที่สำรวจและรับฟังปัญหา ข้อร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับกลิ่น มลพิษ และผลกระทบจากการประกอบกิจการอุตสาหกรรม
.
โดยช่วงหนึ่งมีชาวบ้านสะท้อนปัญหา ว่า ปัญหาที่พบเจอในชีวิตประจำวันมีเยอะ โดยเฉพาะเรื่องกลิ่น โดยแบ่งออกเป็น 5 กลิ่น ได้แก่
1. กลิ่นจากเอเทอร์นอล ซึ่งเป็นกลิ่นที่รุนแรงเมื่อดมไปมากๆ จะทำให้เกิดอาการมึน วิงเวียนศีรษะ
2. กลิ่นเหม็นเน่า
3. กลิ่นเปรี้ยว รวมถึงหากอยู่ใต้ลมก็จะมีฝุ่นออกมา
4. กลิ่นขยะที่ถูกหมักหมมมานาน
และ 5. กลิ่นธรรมชาติที่ตอนนี้ไม่ค่อยมี
ซึ่งเป็น 5 กลิ่นที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบในชีวิตประจำวัน แต่ที่ชาวบ้านไม่ออกมาต่อต้านและไม่กล้าออกมาเรียกร้องเพราะกลัว ซึ่งก่อนหน้านี้กว่าที่จะได้รับการเยียวยาจากโรงงาน ก็มีการประท้วงอยู่หลายรอบ รวมถึงมีปัญหาเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติกว่าหมื่นคนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน
.
“นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีตส.ส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล ในขณะนั้น เคยลงมาช่วยเหลือพวกเรา ซึ่งเราดีใจมาก เข้าไปแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่ขณะนี้เมื่อหมดวาระก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก ตอนนั้นเขาเข้าไปในโรงงานเพื่อคุยกับผู้ประกอบการ เพื่อช่วยแก้ปัญหา แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วพวกเราต้องทรมานกันต่อไป จึงอยากให้นายณัฐพงษ์มาช่วยพวกเรา” ตัวแทนชาวบ้าน กล่าว
.
โดย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แม้ชาวบ้านบอกว่าวันนี้ไม่ค่อยเหม็นแล้ว แต่ขนาดใส่หน้ากากแล้วเดินเข้ามาใกล้ก็ยังได้กลิ่นแรง โรงงานอาจจะทราบข่าวว่าวันนี้มีการมาตรวจ น้ำอาจจะใสขึ้น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณนี้มีทั้งโรงเรียน ชุมชน และเด็ก แต่ไม่มีการต่อเมื่อมีโรงงานมาตั้งแต่ไม่มีการกำกับดูแลเรื่องมาตรฐาน คุณภาพ หรือสิ่งแวดล้อม สิ่งแรกหากเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ได้ ปัญหาอย่างอื่นก็แก้ไม่ได้เลย เพราะจะกลายเป็นว่าประชาชนในพื้นที่ไม่กล้าออกมา ซึ่งสิ่งแรกเราต้องได้รัฐบาลที่กล้าหาญในการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
.
จากนั้นตัวแทนชาวบ้านได้พานายณัฐพงษ์และคณะ เดินดูท่อน้ำเสียที่ไหลลงแม่น้ำปราจีนบุรี ก่อนจะพานั่งรถสำรวจภายในบริเวณนิคมอุตสาหกรรม 304-บุยายใบ โดยนายณัฐพงษ์ได้ขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อสำรวจภายในบริเวณนิคมอุตสาหกรรม โดยพบว่าตลอดระยะทาง มีกลิ่นเหม็นจากสารเคมีรุนแรง และพบว่ามีท่อ ซึ่งมีการปล่อยควันจากโรงงานออกมา รวมไปถึง คูน้ำเสียบริเวณรอบโรงงานมีกลิ่นเน่าเหม็นอย่างรุนแรง โดยจากการสังเกตพบว่าป้ายโรงงานส่วนใหญ่เป็นชื่อภาษาจีน
.
จากนั้นนายณัฐพงษ์ และคณะ เดินทางต่อมาที่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค กบินทร์ เพื่อร่วมประชุมรับฟังข้อชี้แจงโรงไฟฟ้าขยะ
.

.
กมธ.งบ’70 ดักคอกทม. ซื้อคืนรฟฟ.สายสีเขียว หลังใกล้หมดสัมปทาน ชัชชาติแจงชัดไม่มี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5851781
.
กมธ.งบ70 จากปชน.ดักคอ กทม.ซื้อคืนรถไฟฟ้าสายเขียว อย่าเอื้อนายทุน ด้าน “ชัชชาติ”ปัดไม่มีซื้อคืนสายสีเขียว ยันแม้ซื้อคืนก็ไม่เกี่ยวล้างคดีในป.ป.ช.
.
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย รองประธานกมธ. เป็นประธานการประชุม พิจารณาคำของบประมาณปี 2570 ของกทม. วงเงิน 28,953 ล้านบาท และเมืองพัทยา 2,300 ล้านบาท โดยกมธ.หลายคนสอบถามถึงแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การจราจรในกทม. อาทิ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กมธ.จากพรรคประชาชน สอบถามถึงโครงการป้องกันน้ำท่วมในกทม.มีมากมายหลายโครงการ แต่มีความล่าช้าและเป็นรูปแบบซ้ำๆกัน เช่น โครงการอุโมงค์ระบายน้ำต่างๆ
.
ขณะที่ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีราชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. สอบถามถึงราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่กำหนดไว้ 17-45 บาทตลอดทาง เป็นข้อสรุปที่ตรงกันทุกหน่วยงานหรือยัง และมีการวางระบบช่วงรอยต่อข้ามสายเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ และเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตั๋วร่วม ที่จะเริ่มดำเนินการ ในวันที่ 1 มกราคม 2570 กทม.มีการเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ส่วนกรณีการเตรียมซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว อยากทราบว่า กทม.จะทำอยู่หรือไม่ ทำไมต้องทำ จะซื้อคืนราคาเท่าไร เพราะสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะหมดในปี 2572 ไม่อยากให้ถูกมอง กทม.เอื้อประโยชน์นายทุน เพราะใกล้หมดสัมปทานแล้วไม่จำเป็นต้องไปอุ้มใคร
.
ด้าน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ. กล่าวว่า ขอฝากกทม.และเมืองพัทยา ดูแลเรื่องความปลอดภัยสถานบันเทิง เพราะที่ผ่านมาแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เกิดปัญหาก็โยนกันไปมา ขอเสนอให้สถานบันเทิงทุกแห่ง ต้องทำประกันภัยแก่บุคคลที่มาใช้บริการ กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ และมีการประชาสัมพันธ์ให้คนมาเที่ยวรับทราบ
.
ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ชี้แจงว่า เรื่องราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ถือว่าดีมาก ถ้าทำได้ ถือเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับกทม. เพราะกทม.ดูแลแค่สายสีเขียวและสายสีทอง ขณะที่การซื้อคืนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวคืนจากเอกชน ยืนยันว่า ไม่มีการซื้อคืน ที่ผ่านมามีเพียงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กทม.โอนหนี้สินรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดูแล เป็นเรื่องที่ต้องไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไปกับรฟม.ว่า จะดำเนินการตามมติครม.อย่างไรต่อไป
.
“ยืนยันว่า แม้จะมีการซื้อคืนรถไฟฟ้าสีเขียว ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการล้างคดีเรื่องโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องคดีความต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด”นายชัชชาติ กล่าว.
.

.
Krungthai COMPASS คาดศก.ครึ่งปีหลัง ชะลอตัว พิษสงคราม-ท่องเที่ยวฟื้นยาก แนะเร่ง Local Content รับคลื่นลงทุน. https://www.matichon.co.th/economy/news_5852167
.
Krungthai COMPASS คาดศก.ครึ่งปีหลัง ชะลอตัว พิษสงคราม-ท่องเที่ยวฟื้นยาก แนะเร่ง Local Content รับคลื่นลงทุน
.
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 1.9% YoY เมื่อเทียบกับ 2.8% YoY ในไตรมาสแรกของปี และหดตัวลง 0.2% QoQSA โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวเพียง 1.9% YoY ต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส และการลงทุนภาครัฐที่หดตัว 1.6% YoY หลังการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจลดลง ขณะที่การส่งออกสินค้าชะลอตัว 14.1%YoY เทียบจาก 15.5%YoY ในไตรมาสก่อน สวนทางกับการนำเข้าสินค้าที่ขยายตัว 27.2%YoY เร่งตัวจาก 25.4%YoY ในไตรมาสก่อน ทำให้เมื่อหักผลของการนำเข้าที่เร่งตัวสูงแล้ว สัดส่วนการเติบโตของจีดีพีที่มาจากการส่งออก (Net Exports) หดตัว 6.8%YoY
.
ทั้งนี้ ในภาพรวมทั้งปี 2569 สศช. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ขึ้นเป็น 2.0%–2.5% มีค่ากลางที่ 2.2% โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรเพื่อรองรับกระแสดิจิทัลและ AI
.
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี (2H69) มีแนวโน้มชะลอตัวลง ตามแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผันผวนและยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ระดับราคาพลังงานโลกยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา กระทบต่อภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อกำลังซื้อในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าจากสหรัฐฯ และผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะกระทบการผลิตและรายได้เกษตรกร
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่