หายนะประเทศไทย เศรษฐกิจแย่ คนแก่ล้นเมือง! ตกงาน 4 แสน แย่สุดใน 40 ปี

กระทู้สนทนา
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

คนไทยในวันนี้มองปัญหาเรื่องปากท้องตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด วิกฤติของแพง ค่าแรงเท่าเดิม เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่มีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของคนจำนวนมาก สะท้อนได้จากพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ที่เห็นได้ชัดว่าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

คนไทยทุกวันนี้มีเงินเก็บ VS หนี้! อะไรมากกว่ากัน

เป็นตัวเลขที่น่าตกใจเพราะหนี้ครัวเรือนไทยตอนนี้ประมาณ 86.8% ต่อ GDP หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 16.44 ล้านล้านบาท เฉลี่ยหนี้สินต่อครัวเรือประมาณ 7.4 แสนบาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 4 ปี

เหตุผลส่วนใหญ่ของการเป็นหนี้กว่า 77% เป็นการกู้เพื่ออุปโภคบริโภค เช่นการกู้มาเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ (45%) , กู้เพื่อใช้จ่ายส่วนบุคคล (33%) และการกู้เพื่อซื้อรถยนต์ (11%) เป็นต้น

ในขณะที่การกู้เพื่อประกอบอาชีพมีสัดส่วนประมาณ 18% เท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้นข้อมูลจากเครดิตบูโรยังพบว่าคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี มีหนี้เสียจากสินเชื่อส่วนบุคคลบัตรเครดิตพุ่งสูงมาก ขณะที่กลุ่มคนอายุต่ำกว่า 30 ปี ก็เริ่มมีปัญหาหนี้ที่เกิดจากการเช่าซื้อรถยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ

สวนทางกับเรื่องของเงินเก็บและรายได้ มีข้อมูลที่น่าสนใจระบุว่า ครอบครัวไทยกว่า 46.3% ไม่มีเงินออมสำรองฉุกเฉิน ซึ่งหมายความว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นตกงาน , เจ็บป่วย ครัวเรือนเหล่านี้จะเข้าสู่ภาวะวิกฤติทันที

ยกเคสบ้านบางแค รอคิว 15 ปี ตอกย้ำวิกฤติเศรษฐกิจ

กรณีนี้ตอกย้ำให้เห็นชัดว่าประเทศไทยไม่มีระบบสวัสดิการแบบถ้วนหน้าและครอบคุลม และโครงสร้างครอบครัวไทยที่ให้ลูกหลานดูแล ตอนนี้กลายเป็นต้องการให้รัฐเข้ามาดูแลเพราะลูกหลานเองก็ยังเอาตัวไม่รอด

แม้ว่าสถานดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่แค่ที่บ้านบางแค แต่เป็นที่ไหนๆ ก็ตามมีค่าใช้จ่ายเสมอ มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ อย่างบ้านบางแครองรับผู้สูงอายุได้ 250 คนขณะที่มีจำนวนผู้รอคิวมากกว่า 6,000 คน

ปัญหานี้บอกเราได้ชัดเจนว่าประเทศไทยต้องการ ระบบประกันสุขภาพและสังคมผู้สูงอายุที่บูรณาการมากกว่านี้เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ คนวัยทำงานก็แย่ ดูแลตัวเองก็ยาก แถมผู้สูงวัยก็เริ่มมีเยอะขึ้นมาก ทุกปัญหาคือสิ่งที่ประชาขนจะแก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องรอภาครัฐเข้ามาสนับสนุนและช่วยเหลือเพื่อฝ่าวิกฤตินี้ออกไปให้ได้

สถานการณ์แบบนี้คนทำธุรกิจเอง ก็ต้องเตรียมรับมืออย่างรอบด้าน จากรายได้ที่น้อยลง หนี้สินที่เพิ่ม ส่งผลให้พฤติกรรมลูกค้าเน้นความคุ้มค่ามากขึ้น

โมเดลธุรกิจยุคใหม่ต้องเลิกหวังการเติบโตจากปริมาณการบริโภคล้วหันมาเน้น การทำให้คนกลับมาซื้อซ้ำ (Retention) ด้วย Loyalty Program หรือการทำโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความจำเป็น ธุรกิจที่ช่วยลูกค้า ประหยัดต้นทุน จะได้รับความนิยมมากกว่าสินค้าใหม่ที่ราคาสูง

ในส่วนของการรับมือกับสังคมผู้สูงวัยคนทำธุรกิจต้องไม่มองว่าผู้สูงอายุจะรวยทุกคน แต่ต้องออกแบบโมเดลราคาที่เข้าถึงง่าย เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีรายได้จำกัดและต้องบริหารเงินออมให้เพียงพอกับการใช้ชีวิต

.
.

ที่มา : ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่