ประเด็นชวนคิด:
พุทธ คือ การมีสอนปรัชญาที่เป็นการสังเคราะห์ภูมิปัญญาที่เป็นวัฒนธรรมร่วมในยุคนั้น (ค่ายอินเดียตะวันออก) + นำ วิถีพราหมณ์ ยุค late vedic period (ค่ายอินเดียตะวันตกเฉียงเหนือ) มา reframe, reinterpretation, invert, etc ในบางส่วน และในบางส่วน ก็ถูกนำมาลดทอนความสำคัญ ใช่ไหม?
หมายเหตุและขอบเขตเนื้อหา
- กรอบระยะเวลา: กล่าวถึงภาพรวมของศาสนาพราหมณ์ในยุคพระเวทตอนปลาย / ยุคพราหมณะ (Vedic & Brāhmaṇa Period) ต่อเนื่องถึงยุคอุปนิษัท (Upaniṣad) อันเป็นบริบททางสังคม วัฒนธรรม และความเชื่อที่แวดล้อมช่วงพุทธกาล (ซึ่งในยุคนี้มีหลายสำนักปัญญาชนมาก ๆ แนวความคิดมีการถ่ายทอดระหว่างกันสูง เกิดเป็นแนวคิดร่วมของยุคสมัย ไม่ได้แบ่งเป็น ขาว-ดำ)
- ไม่นับรวมพัฒนาการในสายอื่นๆ หรือยุคต่อมา ได้แก่:
- Neo-Brahmanism (วิถี นีโอ-พราหมณ์ / ศาสนาฮินดูยุคหลัง / คัมภีร์ปุราณะ / พระตรีมูรติ)
- วิถีภักติ (Bhakti Movement)
- ขบวนการตันตระ (Tantrism)
- ฮินดูตันตระ (แนวคิด ปุรุษะ - ศักติ)
- พุทธมหายาน (Mahayana)
- พุทธตันตระ / วัชรยาน (แนวคิด ปัญญา - กรุณา, คาถา, มนตรา, เขตอาคม (mandala), Yab-Yum, etc.)
ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัฒนาการคู่ขนาน (Parallel Evolution & Convergence):
- การปฏิรูปคู่ขนานของพราหมณ์: ในขณะที่พุทธศาสนาเติบโต ฝั่งประเพณีพราหมณ์ยุคอุปนิษัทบางสายก็เกิดการปฏิรูปจากภายใน (Internal Reform) เช่นกัน โดยลดความสำคัญของพิธีกรรมยัญกรรมที่ฟุ่มเฟือย หันมาเน้นเรื่องสมาธิ กรรม และปัญญา ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของ
Neo-Brahmanism (ศาสนาฮินดู) ในยุคต่อมา
- การกลืนกลายเข้าหากัน (Convergence): แม้ในยุคต้นพุทธศาสนาจะใช้วิธีสังเคราะห์และตีความใหม่ แต่ในระยะยาว ทั้งสองศาสนาได้ถ่ายเทความคิดซึ่งกันและกัน (เช่น ฮินดูรับหลักอหิงสาและยกพระพุทธเจ้าเป็นอวตาร ส่วนพุทธยุคหลังก็รับเอาพิธีกรรมและเทพเจ้ามาประยุกต์) จนมีความคาบเกี่ยวกันสูงในยุคหลัง
บันทึกผู้เขียน
ส่วนตัวไม่ได้นับถือศาสนาอะไร เพียงแต่ชอบเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ เลยพบเจอรูปแบบที่มันทับซ้อนกัน และไม่ได้จะกล่าวหาว่า อันไหนคือคำสอนพระพุทธเจ้าที่แท้จริงหรือไม่
จากการอ่านไปเรื่อยเปื่อย พบว่าหลายอย่างที่เห็นมีความ overlap กันเยอะ จนเห็นความเหมือนและความแตกต่าง จึงเกิดความสนใจนำมาเรียบเรียงไว้ดังนี้
[วิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์] พุทธศาสนายุคต้น กับการประยุกต์ Invert และ Satire บริบทสังคม-ความเชื่อพราหมณ์ในยุคอุปนิษัท
พุทธ คือ การมีสอนปรัชญาที่เป็นการสังเคราะห์ภูมิปัญญาที่เป็นวัฒนธรรมร่วมในยุคนั้น (ค่ายอินเดียตะวันออก) + นำ วิถีพราหมณ์ ยุค late vedic period (ค่ายอินเดียตะวันตกเฉียงเหนือ) มา reframe, reinterpretation, invert, etc ในบางส่วน และในบางส่วน ก็ถูกนำมาลดทอนความสำคัญ ใช่ไหม?
หมายเหตุและขอบเขตเนื้อหา
- กรอบระยะเวลา: กล่าวถึงภาพรวมของศาสนาพราหมณ์ในยุคพระเวทตอนปลาย / ยุคพราหมณะ (Vedic & Brāhmaṇa Period) ต่อเนื่องถึงยุคอุปนิษัท (Upaniṣad) อันเป็นบริบททางสังคม วัฒนธรรม และความเชื่อที่แวดล้อมช่วงพุทธกาล (ซึ่งในยุคนี้มีหลายสำนักปัญญาชนมาก ๆ แนวความคิดมีการถ่ายทอดระหว่างกันสูง เกิดเป็นแนวคิดร่วมของยุคสมัย ไม่ได้แบ่งเป็น ขาว-ดำ)
- ไม่นับรวมพัฒนาการในสายอื่นๆ หรือยุคต่อมา ได้แก่:
- Neo-Brahmanism (วิถี นีโอ-พราหมณ์ / ศาสนาฮินดูยุคหลัง / คัมภีร์ปุราณะ / พระตรีมูรติ)
- วิถีภักติ (Bhakti Movement)
- ขบวนการตันตระ (Tantrism)
- ฮินดูตันตระ (แนวคิด ปุรุษะ - ศักติ)
- พุทธมหายาน (Mahayana)
- พุทธตันตระ / วัชรยาน (แนวคิด ปัญญา - กรุณา, คาถา, มนตรา, เขตอาคม (mandala), Yab-Yum, etc.)
ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัฒนาการคู่ขนาน (Parallel Evolution & Convergence):
- การปฏิรูปคู่ขนานของพราหมณ์: ในขณะที่พุทธศาสนาเติบโต ฝั่งประเพณีพราหมณ์ยุคอุปนิษัทบางสายก็เกิดการปฏิรูปจากภายใน (Internal Reform) เช่นกัน โดยลดความสำคัญของพิธีกรรมยัญกรรมที่ฟุ่มเฟือย หันมาเน้นเรื่องสมาธิ กรรม และปัญญา ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของ Neo-Brahmanism (ศาสนาฮินดู) ในยุคต่อมา
- การกลืนกลายเข้าหากัน (Convergence): แม้ในยุคต้นพุทธศาสนาจะใช้วิธีสังเคราะห์และตีความใหม่ แต่ในระยะยาว ทั้งสองศาสนาได้ถ่ายเทความคิดซึ่งกันและกัน (เช่น ฮินดูรับหลักอหิงสาและยกพระพุทธเจ้าเป็นอวตาร ส่วนพุทธยุคหลังก็รับเอาพิธีกรรมและเทพเจ้ามาประยุกต์) จนมีความคาบเกี่ยวกันสูงในยุคหลัง
บันทึกผู้เขียน
ส่วนตัวไม่ได้นับถือศาสนาอะไร เพียงแต่ชอบเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ เลยพบเจอรูปแบบที่มันทับซ้อนกัน และไม่ได้จะกล่าวหาว่า อันไหนคือคำสอนพระพุทธเจ้าที่แท้จริงหรือไม่
จากการอ่านไปเรื่อยเปื่อย พบว่าหลายอย่างที่เห็นมีความ overlap กันเยอะ จนเห็นความเหมือนและความแตกต่าง จึงเกิดความสนใจนำมาเรียบเรียงไว้ดังนี้