ปรึกษาปัญหาภาระหนี้ในระบบ และสถานะที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ และหาแนวทางแก้ปัญหาครับ ควรทำแบบไหนดี

ปัจจุบันมีภาระหนี้ในระบบทั้งหมดอยู่ 8  รายการครับ รายละเอียดวงเงิน การผ่อนจ่าย ดอกเบี้ย สถานะ ข้อมูลตามด้านล่างเลยครับ ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อ ทั้งส่วนบุคคล นาโนไฟแนนซ์ และพิโกไฟแนนซ์ (สินเชื่อระดับจังหวัดในความควบคุมของกระทรวงการคลัง)  และคะแนนเครดิตบูโรปัจจุบันตอนนี้ผมคือ TT อธิบายคะแนนว่า ไม่มีข้อมูลความน่าจะเป็นในการชำระหนี้คืน  เป็น 0  และยังมีภาระหนี้ในระบบสูงเกิน

ทีนี้ผมจะแจกแจงภาระหนี้ปัจจุบันที่มีอยู่นะครับ ทั้งยังชำระอยู่ ค้างชำระ ปรับโครงสร้างหนี้  ข้างล่างครับ

1. สินเชื่อธนาคารอิสลาม (สวัสดิการพนักงาน หักผ่านเงินเดือนทุกเดือน)
    - ดอกเบี้ย 10.85% ต่อปี เทียบเท่า 0.90% ต่อเดือน  วงเงิน 200,000
    - ปัจจุบันชำระปกติผ่านเงินเดือน
    - ยอดชำระต่อเดือน 2400 บาท ก่อนหน้าชำระเดือนละ 3600 (เข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน ทำให้เหลือจ่าย 2400 บาท)
   - ปัจจุบันเหลือค้าง 59,885 บาท
2. สินเชื่อแรบิทแคช (สวัสดิการพนักงาน หักผ่านเงินเดือน) วงเงิน 60,000
   - ดอกเบี้ย 13%/ ปี
   - ปัจจุบันชำระปกติ ผ่านเงินเดือน เดือนละประมาณ 3600 บาท
   - ปัจจุบันเหลือ 37,000 บาท
3. สินเชื่อมันนี่ทันเดอร์
   - ดอกเบี้ย 33% ต่อปี  วงเงิน 18000 บาท
   - ปัจจุบันชำระมากกว่าชั้นต่ำทุกเดือน เช่น ถ้าขั้นต่ำเดือนละ 390 จะชำระ 900 บาท
   - ปัจจุบันเหลือ 11,000
4. สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ATS Pico
   - ดอกเบี้ย 36% ต่อปี วงเงิน 10,000 บาท
   - ชำระเดือนละ 1172 บาท แต่ชำระ 1500 ทุกเดือน ยังชำระปกติ
   - ปัจจุบันเหลือ 6,800
5. สินเชื่อพิโกเป็นต่อ Pentor
   - ดอกเบี้ย 36% ต่อปี วงเงิน 2000 บาท
   - ชำระเดือนละ 200 แต่จะจ่ายจริง 500+  ยังชำระปกติ
   - ปัจจุบันเหลือ 1,500
6. สินเชื่อเช่าซื้อมือถือ SG
   - ดอกเบี้ย 12% ต่อปี เท่ากับ 1% ต่อเดือน วงเงิน 18000
   - ชำระเดือนละ 772  ทุกเดือน ไม่ได้โปะเพิ่ม
   - ต้องชำระตรง หากไม่ตรงโดนล็อคเครื่อง เป็นมือถือเครื่องที่ใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวัน ***
   - ปัจจุบันเหลือ 9,475
7. สินเชื่อ Grab ทันใจ
   - วงเงิน 30000  ดอกเบี้ย 33% ต่อปี
   - ชำระเดือนละ 4,448 บาท ทุกเดือน ไม่ได้โปะเพิ่ม เพราะระบบจะหักตามงวด
   - ปัจจุบันเหลือ 22,678
8. GrabPaylater
   - วงเงิน 1000 บาท
   - ชำระเป็นงวด ขันอยู่กับว่าใช้เยอะรึน้อย ถ้าใช้น้อยก็หักน้อยครับ ส่วนใหญ่เอามาใช้กับเวลานั่ง Grab Bike กลับจากที่ทำงาน ซึ่งจำเป็นตรงส่วนนี้
8. สินเชื่อ Line BK
   - วงเงิน 53,200 ดอกเบี้ย 33% ต่อปี
   - ปัจจุบัน "ปรับโครงสร้าง และค้างชำระมาแล้ว 5 รอบบิล ยอดรวมดอกตอนนี้ก็ประมาณ 57,000 แล้วครับ

สรุปรวมก็คือ ค้างชำระเกิน 90 วัน แค่รายการเดียวคือ Line BK ที่เหลือชำระปกติ และมากกว่าขั้นต่ำบางตัว
*** ไม่มีบัตรเครดิตสักใบ
** โดยปัจจุบัน รายรับรวมอยู่ที่ประมาณ 27,000 บาท หักชำระสินเชื่อข้อ 1,2 ไป+ รวม ปกส. กองทุน  เหลือรับประมาณ 19,000  ครับ

และต่อเดือนจะมีค่าใช้จ่ายตามนี้
ค่าน้ำ 500 บาท+
ค่าไฟ 1,700-1,800 ต่อเดือน
ค่าโทรศัพท์ เน็ตบ้าน 1600-1700 ต่อเดือน
ค่ากินอยู่ เดินทาง รวม 8000-9000 บาท ต่อเดือน
ให้ที่บ้าน เดือนละ 1,500 บาท
หักค่า Netflix , ยูทูป เดือนละ 500 บาท ( ยูทูปต้องมีเพราะดูบ่อย Netflix สมัครให้ที่บ้าน แต่ตัวเองไม่ค่อยได้ดู จะยกเลิกก็ไม่ได้)

ปัจจุบันอยากเคลียร์ภาระหนี้ แต่เงินเก็บก็ต้องเอามาใช้ ได้โบนัสก็หมดไปกับการซื้อของ การซ่อมบ้าน และการโปะหนี้บางส่วน ปัจจุบันเลยแทบไม่มีเงินเก็บครับ เคยมีออมทองก็ต้องถอนออกมา ไม่ต้องถามว่า ไปยื่นกู้รวมหนี้ที่ไหนได้บ้าง ขนาดลองขอกับแบงค์ชมพู ซึ่งเป็นสวัสดิการบริษัท ยังไม่ได้เพราะภาระหนี้เยอะ มีปรับโครงสร้าง มีค้างชำระ

ผมลองคิดแนวทางจัดการหนี้ไว้ ประมาณนี้ครับ 2 แนวทาง
1. ยอมจ่ายหนี้พิโกไฟแนนซ์ (ATS กับ Pentor )ให้หมด ซึ่งทั้งสองวงเงินไม่เยอะ แล้วพยายามรักษาเครดิตตัวอื่นให้ดี เช่น รักษา ทันเดอร์ ไว้ เผื่อได้เพิ่มวงเงิน และเอาวงเงินมาโปะหนี้อิสลาม กับ แรบบิทแคช ที่หักผ่านเงินเดือน ให้น้อยลง และยอมปล่อย Line BK ไปก่อน
2. ปล่อยทุกตัว และเอาค่าใช้จ่ายรายเดือนให้รอด  
    - แต่วิธีนี้จะใช้กับสินเชื่อข้อ 1,2 ไม่ได้ เพราะหักผ่านเงินเดือน จะใช้ได้แค่กับสินเชื่อที่จ่ายเองหลังจากนั้น
    - ยังมีความกังวลอยู่ว่า ตัวที่เป็น Pico ทั้ง Pentor และ ATS ไม่อยากปล่อย เพราะอนุมัติง่าย ช่วยเหลือคนมีภาระ เครดิตไม่ดี

เลยอยากจะขอคำแนะนำ แนวทางครับว่า พอมีแนวทางอื่นในการแก้ปัญหาหนี้ ตามรายละเอียดที่เล่ามา ได้มั้ยครับ
และคิดว่า 2 แนวทางที่ผมคิดไว้ ดีหรือไม่ดี ยังไง ครับ ปัจจุบันยังพยายามจ่ายทุกตัว ยกเว้น BK ครับ  แนะนำได้ทั้งการจัดการและแนวทางเลยนะครับ

**ค่าใช้จ่ายรายเดือน ลดมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เช่น แพ็คเกจมือถือ  เน็ตบ้าน คือถูกสุดแล้วครับ
ค่าน้ำ 500 กว่าบาท ก่อนหน้า 300 กว่าบาท  พบปัญหาแล้วคือ ท่อน้ำในบ้านรั่ว แต่ซ่อมยากเพราะเป็นท่อฝังใต้พื้น บ้านเก่า 51 ปีครับ  ยังไม่มีงบด้วย
ค่าไฟ 1700-1800 เพราะมีแอร์ Non Inverter 2 ตัว เปิดทุกคืน 6 ชม. จะเปลี่ยนแอร์ใหม่ ยังไม่มีงบครับ
ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ผมคนเดียว เพราะที่บ้านอยู่กัน 3 คน อีก 2 คนงานไม่ค่อยมี รายได้เลยไม่ค่อยมีครับ

**ปัจจุบัน Line BK เข้า ปิดหนี้ไวไปต่อได้ ไม่ได้ เพราะไม่เข้าเงื่อนไข ผมเพิ่งเป็น NPL ได้ เมื่อเดือน มิย.69 ที่ผ่านมาเองครับ
ล่าสุดส่งเรื่องปรึกษาบริการหมอหนี้ของ ธปท ไป รอโทรมาครับ ทางด่วนแก้หนี้ส่งไปแล้ว ของ BK  และ BK มีเงื่อนไขแค่จ่ายขั้นต่ำ มีส่วนลดให้เหลือแค่ 37,000 บาท จาก 57,000 ครับ ถ้าไม่รับเงื่อนไขตามนี้ ส่งเรื่องดำเนินการต่อ ก็คงต้องยอมไปครับ

ตอนนี้มานั่งคิดว่า เวลาบ้านจะต้องซ่อมเล็กๆน้อย เช่น เดินท่อน้ำ  เปลี่ยนตู้เย็น เปลี่ยนแอร์ คือทำไม่ได้เลย  รู้สึกว่า พอไม่มีเงินเก็บ ต้องหยุดทุกอย่าง  รอโบนัสกลางปีกับสิ้นปีเท่านั้น

รับฟังทุกความเห็นครับ และอันไหนถ้ามีข้อมูลจะตอบกลับเท่าที่มีข้อมูลตอบได้ครับ
พอภาระน้อยลงครั้งนี้ สัญญาว่าจะปรับตัวเองใหม่ขึ้นทันทีครับ

ขอแท็กห้องสีลม เผื่อมีผู้รู้ มนุษย์เงินเดือน สามารถให้คำแนะนำได้ครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
เครดิคอะไม่ต้องรักษาแล้วครับ คือความคิดที่จะจ่ายหนี้ Pico (ATS, Pantor) เพื่อรักษาเครดิตและหมุนเงินมาใช้ต่อ อันนี้คือการหลอกตัวเองอย่างรุนแรงครับเพราะความจริงคือเครดิต จขกท พังไปแล้ว 100% ในเมื่อหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดอย่าง Line BK กลายเป็น NPL (ค้างเกิน 90 วัน) ไปแล้ว ประวัติเครดิตบูโรของคุณได้ติดสถานะเสียไปเรียบร้อย การพยายามเอาเงินก้อนเล็กไปจ่ายหยิบย่อยเพื่อรักษาประวัติจึงสูญเปล่าเลย สเตตัสตอนนี้คือผู้ป่วย ICU แล้วอะครับสิ่งที่ต้องรักษาคือ กระแสเงินสด ไม่ใช่ภาพลักษณ์ทางเครดิตครับ

เอาแบบนี้เราต้องแยกหนี้ 8 ก้อนนี้ออกเป็น 2 กลุ่มอย่างเด็ดขาด แบบตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ลองคิดตาม
กลุ่มที่ 1 หนี้บังคับจ่าย (ห้ามขาด เพื่อรักษาเครื่องมือทำมาหากิน)
1 & 2. หนี้สหกรณ์ ระบบบังคับหักจากเงินเดือน ปล่อยให้ทำงานไปตามปกติ

6. หนี้มือถือ SG (772 บาท) นี่ต้องจ่าย เพราะถ้าขาดส่งแล้วเครื่องถูกล็อกจะเสียเครื่องมือสื่อสารและการทำมาหากิน
7. Grab (4,448 บาท) ถ้าหากยังต้องพึ่งพาระบบ Grab ในการวิ่งงานหารายได้เสริม การปล่อยหนี้ก้อนนี้อาจทำให้บัญชีคนขับถูกระงับ ดังนั้น อันนี้ก็ต้องกัดฟันจ่าย เพื่อรักษาแหล่งรายได้


กลุ่มที่ 2 หยุดจ่ายทั้งหมดเพื่อทำ Haircut (ปล่อยให้เป็นหนี้เสีย)
3. Finn (900), 4. ATS (1500), 5. Pantor (500) และ 8. Line BK  หยุดจ่ายหนี้กลุ่มนี้ทั้งหมด การหยุดจ่ายไม่ใช่การหนีหนี้ แต่คือการ ดึงกระแสเงินสดกลับมาไว้กับตัว คุณจะได้เงินคืนมาเดือนละเกือบ 3000 บาท ให้ดแางินก้อนนี้เก็บไว้เป็นกองทุนสำรองฉุกเฉินเพื่อรอเจรจาขอส่วนลดปิดจบ (Haircut) ทีละเจ้าในอนาคต (เช่น ที่ Line BK อาจเสนอลดเหลือ 37000 บาท)

ข้อกังวลเรื่อง Pico จะฟ้อง คือหนี้ Pico ยอดแค่ 10000 และ 2000 โอกาสถูกฟ้องศาลต่ำมากครับ เพราะค่าทนายและค่าธรรมเนียมศาลไม่คุ้มกับยอดหนี้ สิ่งที่คุณต้องเจอคือการทวงถามที่หนักมาก ซึ่งต้องตั้งสติ รับสาย และตอบสั้นๆ ว่า "ตอนนี้ยังไม่มีตกงาน/หมุนไม่ทัน ถ้ามีจะรีบติดต่อกลับ" แล้ววางสายไปเลย หรือยังไงก็ไม่รู้ละ


3. เรื่องรายจ่าย อันนี้ไม่ได้ละนะ ค่าโทรศัพท์ + เน็ตบ้าน (1600-1700 บาท) สำหรับคนที่มีภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว ตัวเลขนี้แพงเกินไปมากครับ ควรยกเลิกโปรโมชันหรือเปลี่ยนไปใช้ซิมรายปีที่เฉลี่ยเดือนละไม่แพงดีกว่า

ค่าสตรีมมิง Netflix / YouTube (500) คือถ้าจะอ้างว่ายกเลิกไม่ได้เพราะคนในบ้านดูเนี่ย คือตรรกะที่ใช้ความรู้สึกนำหน้าข้อเท็จจริงครับ ในเมื่อเรือกำลังจะจม คุณต้องกล้าบอกความจริงกับครอบครัวว่าสถานะการเงินตอนนี้ไปขั้นวิกฤต อันนี้ภาคบังคับไม่ใช่ทางเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำครับ

การแก้หนี้ไม่มีเวทมนตร์ครับ มีแค่ความเด็ดขาดในการยอมรับความจริงนะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่