เอาข้อมูลจากเอไอเรื่องการซ้ำชั้นของต่างชาติมาฝากเพื่อนๆ เราว่าปัญหาสังคมการศึกษาไทยยังให้เด็กซ้ำชั้นยากและยังไม่มีคุณภาพ

อ่านแล้วเราว่าเอาอย่างอเมริกา เยอรมัน ก้อดีนะ
เด็กเรียนไม่ได้มาตรฐานไม่ให้ผ่าน

ต่างประเทศ ระบบการให้ซ้ำชั้น (Grade Retention) มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามบริบทของแต่ละประเทศและทวีป ครับ บางประเทศซ้ำชั้นง่ายกว่าไทยมาก ขณะที่บางประเทศก็มีนโยบายดันเด็กให้ขึ้นชั้นเหมือนไทย
1. ฝั่งสหรัฐอเมริกา (ซ้ำชั้นได้จริง และเห็นได้ทั่วไป)
มีเกณฑ์ตัดเกรดและประเมินชัดเจน: ในสหรัฐฯ การเรียนซ้ำชั้น (Retention) เป็นเรื่องปกติ หากเด็กสอบไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของรัฐ หรืออ่านหนังสือไม่ได้ตามเกณฑ์ในระดับประถม (เช่น มาตรการ "Third Grade Retention" ในหลายรัฐที่กำหนดว่าถ้าอ่านหนังสือไม่ออกในเกรด 3 จะไม่ได้ขึ้นเกรด 4)
การซ่อม夏 (Summer School): หากติด F ในบางวิชา เด็กต้องมาเรียนซ่อมในช่วงภาคฤดูร้อน หากยังไม่ผ่านอีก ก็ต้องเรียนซ้ำชั้นในวิชานั้นหรือซ้ำทั้งชั้นปี
ไม่มีนโยบายการันตีจบ: โรงเรียนไม่โดนบีบให้ปล่อยผ่าน ผู้ปกครองและครูจะร่วมกันพิจารณาตามผลประเมินเชิงวิชาการจริง

2. ฝั่งยุโรป (มีความแตกต่างกันสูง)
กลุ่มซ้ำชั้นง่าย (เช่น เยอรมนี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์):
เยอรมนี: ใช้ระบบแบ่งสายการเรียนชัดเจน หากผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐาน จะมีระบบบังคับให้ซ้ำชั้น (Sitzenbleiben) หรือถูกย้ายไปเรียนสายอื่นที่เหมาะสมกว่า
ฝรั่งเศส: ในอดีตมีอัตราการให้เด็กซ้ำชั้นสูงมาก แต่ช่วงหลังเริ่มมีการปรับลดลงตามแนวทางของสหภาพยุโรป
กลุ่มไม่ให้ซ้ำชั้นเลย (เช่น ฟินแลนด์, สแกนดิเนเวีย):
มีนโยบาย Automatic Promotion เหมือนไทย แต่ วิธีจัดการต่างกันสิ้นเชิง
เมื่อเด็กเริ่มเรียนไม่ทัน ฟินแลนด์จะไม่ให้ซ้ำชั้น แต่จะส่ง "ครูการศึกษาพิเศษ" (Special Education Teacher) เข้ามาประกบสอนตัวต่อตัวทันทีเพื่อดันให้เด็กตามทันเพื่อน ไม่ปล่อยให้ติดศูนย์สะสมเหมือนไทย

3. ฝั่งเอเชีย (เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้)
แทบไม่มีการซ้ำชั้นในระดับภาคบังคับ (ประถม-ม.ต้น): ใช้ระบบ Automatic Promotion เหมือนไทยด้วยเหตุผลเรื่องการเติบโตตามวัยและจิตวิทยาเด็ก
เน้นระบบกวดวิชาและก้าวหน้าตามชั้นปี: ปัญหาเด็กเรียนไม่ทันจะถูกผลักไปให้ครอบครัวและโรงเรียนกวดวิชาช่วยซ่อมแซมแทน
สรุปเปรียบเทียบกับไทย:

หากเทียบกับ สหรัฐฯ หรือเยอรมนี เมืองนอกซ้ำชั้นง่ายและเป็นเรื่องปกติมากกว่าไทยมากครับ เพราะเขายึดเกณฑ์การผ่านมาตรฐานวิชาการเป็นหลัก
ขณะที่ไทยเราไปรับแนวคิด "ไม่ให้เด็กซ้ำชั้น" แบบสแกนดิเนเวียมาใช้ แต่ไม่ได้นำระบบการช่วยเหลือเด็กเรียนช้า (เช่น ครูประกบพิเศษ) มาใช้ควบคู่กัน ผลลัพธ์จึงกลายเป็นเด็กปล่อยเกรด ติด 0 สะสม ครูทำอะไรไม่ได้ จนเกิดสภาวะอัดอั้นและระบายออกทางโซเชียลอย่างที่เห็นในกรณีของครูแดงครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่