10 ปี ความทรงจำเหรียญทองโอลิมปิกริโอ 2016

กระทู้สนทนา
โอลิมปิก ริโอ 2016

โอลิมปิก ริโอ 2016 คือหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วอลเลย์บอลหญิงโลก และสำหรับทีมชาติจีน มันไม่ใช่เพียงเรื่องของ “การคว้าเหรียญทอง” เท่านั้น แต่คือเรื่องราวของการล้มยักษ์ การเอาชนะความกดดัน
- ก่อนเริ่มรอบน็อกเอาต์ จีนไม่ได้อยู่ในสถานะทีมเต็งเลย พวกเขาเล่นรอบแบ่งกลุ่มได้ไม่ดี แพ้หลายเกม และจบอันดับ 4 ของกลุ่ม ทำให้ต้องเจอกับเจ้าภาพบราซิลในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
- ในสายตาแฟนกีฬามองว่าร่วงมากกว่ารอด เพราะบราซิลในเวลานั้นคือแชมป์โอลิมปิก 2 สมัย เล่นในบ้าน และยังไม่เสียแม้แต่เซตเดียวในรอบแบ่งกลุ่ม
แต่ไม่มีใครรู้ว่า แมตช์นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน



รอบ 8 ทีมสุดท้าย : จีน vs บราซิล — เกมที่เปลี่ยนทุกอย่าง

สนาม Maracanãzinho เต็มไปด้วยแฟนเจ้าภาพนับหมื่นคน เสียงเชียร์ของบราซิลดังมาก ครึกครื้นมาก
เซตแรก บราซิลเล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ บราซิลชนะ 25-15 เกมบล็อกของ Thaisa และ Fabiana ปิดเกมรุกจีนแทบหมด จีนดูเกร็ง รับบอลแรกเสีย และแทบไม่มีจังหวะได้เล่นเกมของตัวเอง หลายคนคิดว่าคงจบเร็ว

แต่ใน เซต 2 ทุกอย่างเปลี่ยนไป จีนเริ่มเล่นอย่างอดทนมากขึ้น การแก้เกมของหลางผิงนั้นสำคัญมากคือเปลี่ยน Liu Xiaotong ลงมาแทน Hui Ruoqi เป็นการเปลี่ยนจังหวะและรูปเกมของตำแหน่งหัวเสาแบบเห็นได้ชัด ดึงบราซิลออกจากจังหวะที่ถนัด ขณะเดียวกัน Zhu Ting ก็อัพเลเวลขึ้น (ความจริงก็เล่นดีอยู่แล้วตั้งแต่นัดแรก) ลูกตบของจูถิงเริ่มทะลุบล็อกบราซิลได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นบอลสูง บอลเสีย หรือแม้แต่ตอนโดนบล็อคสามคน ยังสามารถทำแต้มสำคัญได้เสมอ จีนพลิกชนะเซตสอง 25-23
และนั่นคือ จุดที่ความกดดันเล่นงานเจ้าภาพ
หลังจากนั้นเกมกลายเป็นสงครามประสาท บราซิลเริ่มเกร็ง ส่วนจีนกลับเล่นได้อย่างมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ

เซต 3 จีนชนะ 25-22
เซต 4 บราซิลฮึดกลับมาชนะ 25-22

ทุกอย่างต้องตัดสินในเซตสุดท้าย
เซต 5 คือหนึ่งในเซตตัดสินที่ดราม่าของวอลเลย์บอลหญิง ทั้งสองทีมผลัดกันนำ-ตามไม่เกิน 2 แต้มตลอดเกม ไม่มีใครยอมใคร เป็นช่วงวัดใจ ใครกดดัน = แพ้ และในช่วงเวลาที่กดดันที่สุด Zhu Ting และทีมจีนยังคงนิ่ง Zhu Ting แบกเกมรุกจีนแทบทั้งหมด และสุดท้ายเป็นคนตบปิดแมตช์ให้จีนชนะ 15-13
เกมจบ นักกีฬาบราซิลหลายคนร้องไห้กลางสนาม ส่วนทีมจีนวิ่งกอดกันทั้งน้ำตา
นั่นไม่ใช่แค่ชัยชนะธรรมดาแต่มันคือ “การล้มแชมป์เก่าในบ้านและเอาชนะความกดดัน”



รอบรองชนะเลิศ : จีน vs เนเธอร์แลนด์

ในรอบรองฯ เจอกับเนเธอร์แลนด์เองก็เป็นทีมที่กำลังพีคมากในยุคนั้น เกมรุกเร็ว หนัก และมั่นใจ โดยเฉพาะ Lonneke Slöetjes, Anne Buijs และ Robin de Kruijf ที่สำคัญคือ จีนเคยแพ้เนเธอร์แลนด์มาแล้วในรอบแบ่งกลุ่ม 2-3 เซต ทำให้เกมนี้เป็น “บททดสอบว่าจีนเปลี่ยนไปจริงไหม”  สิ่งที่เห็นชัดมากตั้งแต่ต้นเกม คือจีนเล่นด้วยสภาพจิตใจที่ต่างจากช่วงต้นทัวร์นาเมนต์มาก
แม้จะโดนนำห่างในเซตแรกถึง 5-12 แต่ทีมไม่แตก ไม่รีบ ไม่เสียระบบ ทุกคนยังเล่นตามจังหวะของตัวเอง และค่อย ๆ ไล่แต้มกลับมา จนพลิกชนะเซตแรก 27-25 ได้ ตรงนี้สำคัญมากในเชิงจิตวิทยา เพราะถ้าเป็นจีนช่วงรอบแบ่งกลุ่มอาจจะหลุดยาวไปแล้ว แต่หลังชนะบราซิล ทีมชุดนี้เริ่มมี “ความเชื่อ” ว่าพวกเขากลับมาได้เสมอ

เกมนี้ของ Zhu Ting ทำไปถึง 33 คะแนน ซึ่งเป็นหนึ่งในสถิติทำแต้มสูงสุดในวอลเลย์บอลหญิงโอลิมปิก ณ เวลานั้น หลายแต้มเป็นบอลสูง บอลแก้ หรือบอลที่แทบเล่นไม่ได้แล้ว แต่ Zhu Ting ยังเปลี่ยนให้กลายเป็นแต้มได้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่การตบ แต่คือ “ความนิ่ง” ยิ่งเกมกดดัน ยิ่งดูสงบ
โดยเฉพาะช่วงท้ายเซตสาม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเกมสำคัญ ทั้งสองทีมแลกแต้มกันหนักมาก จีนเคยตาม 1-7 แต่ค่อย ๆ กลับเข้าสู่เกม ก่อนจะชนะ 29-27 จากลูกปิดของ Zhu Ting 

เซตนั้นแทบเป็นจุดที่ทำให้เนเธอร์แลนด์เสีย momentum เพราะพวกเขาเล่นดีมาก แต่ปิดจีนไม่ลง อีกอย่างที่เห็นชัดในแมตช์นี้คือ ระบบเกมรับของจีนเริ่มดีขึ้นมาก บอลที่เคยตกพื้นง่ายในรอบแบ่งกลุ่มถูกขุดขึ้นมาได้แทบหมด ผู้เล่นอย่าง Lin Li มีบทบาทมากในเกมรับ ส่วน Hui Ruoqi ก็ช่วยทีมได้ดีทั้งเกมเสิร์ฟ เกมรับ และ leadership ในสนาม และที่สำคัญคือ Lang Ping อ่านเกมได้ยอดเยี่ยมมาก Lang Ping ไม่ได้พยายามสู้กับเกมเร็วของเนเธอร์แลนด์ตรง ๆ แต่ค่อย ๆ ดึงเกมให้ยาวขึ้น บังคับให้เนเธอร์แลนด์เล่นในจังหวะที่ไม่คุ้นเคย สุดท้ายจีนชนะ 3-1 เซต 27-25, 23-25, 29-27, 25-23 
รอบรองฯ กับเนเธอร์แลนด์ ก็คือ “คืนที่จีนเริ่มดูเหมือนแชมป์โอลิมปิกมากขึ้น”



รอบชิงชนะเลิศโอลิมปิกริโอ 2016 ระหว่างทีมชาติจีนกับเซอร์เบีย 

มันไม่ใช่เกมที่จีนเหนือกว่าชัดเจนเลย
ตรงกันข้าม — เซอร์เบียในตอนนั้นคือหนึ่งในทีมที่น่ากลัวที่สุดในโลก
นำโดย Mihajlovic, Bošković, Rašić ที่เกมรุกหนักมาก บอลสูงแทบไม่มีลูกไหนตายง่าย และทั้งทีมเซอร์เบียเล่นด้วยพลัง ความมั่นใจ และอารมณ์ร่วมสูงมาก เพราะนี่คือการเข้าชิงโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเซอร์เบีย

ตั้งแต่เริ่มเกม เซอร์เบียเปิดมาแรงทันที เสิร์ฟหนัก บุกเร็ว และกดดันเกมรับจีนตลอด จีนดูตึงพอสมควรในเซตแรก บอลแรกหลุดหลายครั้ง เกมรุกยังไม่ไหลลื่น ตบผ่านบล็อกจีนได้ต่อเนื่อง เซอร์เบียชนะเซตแรก 25-19 ตอนนั้นเริ่มคิดว่า “พลังเกมรุกของเซอร์เบียน่าจะหยุดจีนได้”

แต่จุดสำคัญของทีมจีนชุดนี้คือ ทีมจีนไม่ panic ตั้งแต่หลังผ่านบราซิลและเนเธอร์แลนด์มา ทีมชุดนี้เริ่มมี mindset แบบแชมป์เต็มตัว สิ่งที่เห็นชัดมากในเซตสองคือ การปรับเกมของ Lang Ping เริ่มแก้เรื่อง serve-block-defense
จีนพยายาม serve ตัดเกมรุก และไม่ได้พยายามบล็อกแบบ kill block ตรง ๆ แต่เน้น ‘เซฟบล็อค’ มากขึ้น ให้เกมรับด้านหลังมีเวลาทำงาน บอลเริ่มถูกขุดขึ้นมาได้ เกมของจีนก็เริ่มไหล อีกอย่างที่เปลี่ยนชัดคือ “จังหวะของเกม” จีนเริ่มดึง rally ให้ยาวขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เซอร์เบียไม่ชอบ เพราะทีมเซอร์เบียเล่นดีที่สุดตอนจบแต้มเร็ว เมื่อเกมเริ่มยาว จีนได้เปรียบเรื่องวินัยและระบบทีมมากกว่าและแน่นอน — หัวใจของทุกอย่างยังคงเป็น Zhu Ting

แมตช์นี้ Zhu Ting ทำ 25 คะแนน และหลายลูกเป็นแต้มในช่วง momentum สำคัญ สิ่งที่น่าทึ่งคือ เวลาทีมโดนกดดัน Zhu Ting แทบไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยไม่มีอาการรีบ ไม่มีท่าทีตื่นตระหนก แค่รับบอล แล้วขึ้นตีลูกต่อไปเหมือนเดิม ความนิ่งแบบนั้นส่งผลต่อทั้งทีมมากๆ

เซต 2 จีนชนะ 25-17 แล้วหลังจากนั้น momentum เริ่มเปลี่ยนฝั่งชัดเจน 

เซต 3 คือช่วงที่จีนเริ่มควบคุมเกมได้จริง บล็อกเริ่มจับจังหวะเซอร์เบียได้ดีขึ้น บอลรับแน่นขึ้น และผู้เล่นอย่าง Hui Ruoqi และ Yang Fangxu มีบทบาทสำคัญมาก ทั้งเกมรับ เกมเสิร์ฟ จีนชนะ 25-22 และขึ้นนำ 2-1 เซต 

แต่เซอร์เบียก็ยังไม่ยอมง่าย ๆ
เซต 4 คือเซตที่ตึงมาก เพราะสำหรับเซอร์เบีย พลาดไม่ได้แล้ว เซอร์เบียยังตบหนักเหมือนเดิม เกมสูสีแทบทุกแต้ม และช่วงท้ายแต้มเบียดกันหนักมาก
แต่สิ่งที่ต่างกันที่สุดในช่วงท้ายเกมคือ “ความนิ่ง” จีนเล่นเหมือนทีมที่ผ่านแรงกดดันระดับสูงสุดมาแล้ว ขณะที่เซอร์เบียเริ่มมีจังหวะเร่ง จังหวะฝืน และผิดพลาดในช่วงสำคัญ แต้มสุดท้ายของเกมมาจากลูกตบของ Hui Ruoqi ทันทีที่บอลตกพื้น นักกีฬาจีนดีใจ ร้องไห้ทั้งน้ำตา 
.


MVP ZhuTing

Zhu Ting ในโอลิมปิกริโอ 2016 คือหนึ่งในผลงานระดับ “แบกทีมสู่แชมป์” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของวอลเลย์บอลหญิงยุคใหม่
ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ จริง ๆ แล้ว ZhuTing ยังไม่ได้ถูกมองว่าเป็น “ผู้เล่นที่ดีที่เหนือคนอื่น” ขนาดนั้น แม้จะเก่งมากอยู่แล้ว แต่ริโอ 2016 คือเวทีที่ทำให้ทุกคนยอมรับ Zhu Ting

สิ่งที่ทำให้ MVP ครั้งนี้พิเศษมาก ไม่ใช่แค่เรื่องสถิติ แต่คือ “ช่วงเวลาที่ Zhu Ting ทำผลงานได้ดีที่สุด”เพราะทุกแมตช์สำคัญที่สุดของจีน Zhu Ting จะยิ่งเล่นดีขึ้นเรื่อย ๆ
รอบ 8 ทีม ชนะบราซิล → 28 คะแนน
รอบรองฯ ชนะเนเธอร์แลนด์ → 33 คะแนน
รอบชิง ชนะเซอร์เบีย → 25 คะแนน 

โดยเฉพาะรอบรองฯ กับเนเธอร์แลนด์ 33 คะแนนนั้น ตียังไงก็ได้แต้ม ทึ่งมาก สิ่งที่น่ากลัวของ Zhu Ting ไม่ใช่แค่พลังตบ แต่คือ “mental game” Zhu Ting แทบไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยเวลาโดนกดดัน ยิ่งแต้มสำคัญ ยิ่งนิ่ง

สุดท้าย Zhu Ting จบทัวร์นาเมนต์ ทำไป 179 คะแนน มากที่สุดของการแข่งขัน พร้อมคว้า ทั้ง MVP ของโอลิมปิก + Best Outside Spiker + เหรียญทองโอลิมปิก 

Zhu Ting กลายเป็นนักกีฬาจีนคนที่สามที่ได้ MVP โอลิมปิกวอลเลย์บอลหญิง ต่อจาก Lang Ping (1984) Feng Kun (2004)  และในสายตาแฟนวอลเลย์บอลจำนวนมาก ริโอ 2016 คือช่วงเวลาที่ Zhu Ting “ขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลก” อย่างแท้จริง ภาพของเธอในริโอจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของ ความนิ่ง ความรับผิดชอบ การแบกความคาดหวังทั้งประเทศ และการเล่นเพื่อทีมมากกว่าตัวเอง จนถึงวันนี้ เวลาพูดถึง Olympic MVP ของวอลเลย์บอลหญิง ชื่อของ Zhu Ting ใน Rio 2016 ยังถูกยกเป็นหนึ่งในมาตรฐานสูงสุด  “จูถิงไม่ใช่คนที่เก่งรอบด้านหรอก แต่จูถิงคือคนมั่นคงที่สุด”





พูดถึง Lang Ping และ Zhu Ting ในเรื่องของจิตวิทยา มองว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญมาก

Lang Ping และ Zhu Ting เป็นคนที่มีสภาพจิตใจคล้ายกันมาก โดยเฉพาะเรื่อง “ความนิ่งภายใต้แรงกดดัน” ทั้งคู่ไม่ใช่คนที่ใช้อารมณ์รุนแรงในการนำทีม แต่ใช้ความสงบในการควบคุมตัวเอง และการตัดสินใจที่ชัดเจนเป็นสำคัญ ยิ่งในสถานการณ์กดดัน ทั้งสองคนกลับยิ่งดูนิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลต่อทีมอย่างมาก เพราะเมื่อผู้นำของทีมไม่ตื่นตระหนก คนอื่นในทีมก็จะไม่เสียสมาธิตามไปด้วย

อีกอย่างที่ทำให้ทั้งสองคนเข้ากันได้ดี คือทั้งคู่ต่างผ่านความคาดหวังระดับประเทศมาตั้งแต่อายุยังไม่มาก Lang Ping เคยเป็นสัญลักษณ์ของวอลเลย์บอลจีนในยุค 1980 ส่วน Zhu Ting ก็กลายเป็นความหวังของจีนในยุค 2010 ทั้งคู่จึงเข้าใจความกดดันของกันและกันอย่างลึกซึ้ง และเลือกที่จะ “อยู่กับแรงกดดัน” แทนที่จะหนีมัน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนจึงไม่ใช่แค่โค้ชกับนักกีฬา แต่เหมือนคนสองรุ่นที่มีสภาพจิตใจคล้ายกันมาก ทั้งนิ่ง อดทน มีวินัย และให้ความสำคัญกับทีมมากกว่าส่วนตัว ซึ่งมองว่านี่คือหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้จีนคว้าเหรียญทองโอลิมปิกริโอ 2016 ได้สำเร็จ



*ต่อ*
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่