มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมอยากเตือนมากครับ
กลางคืนเป็นช่วงที่หลายคนคิดว่า
“ถ้าร่างกายมีอะไรผิดปกติ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยดู”
เหงื่อออกตอนนอน
ไอจนตื่น
ปวดจนต้องลุก
หรือช่วงนี้น้ำหนักลดลงเรื่อย ๆ
หลายอาการดูเหมือนเรื่องเล็กครับ เพราะกลางคืนมันมีข้ออ้างให้เราหาเหตุผลได้ง่ายมาก
“คงร้อน”
“คงนอนผิดท่า”
“คงกรดไหลย้อน”
“ช่วงนี้งานเยอะเลยผอมลง”
แต่ในมุมของผม สิ่งที่ต้องสนใจไม่ใช่ว่า อาการเกิดตอนกลางคืนแล้วแปลว่าเป็นมะเร็ง นะครับ เพราะไม่จริงเลย
สิ่งที่ต้องสนใจคือ
อาการที่ไม่เคยเป็น เกิดซ้ำ นานขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมาพร้อมสัญญาณผิดปกติอย่างอื่น
มะเร็งหลายชนิดในระยะแรกอาจไม่มีอาการเลย และอาการที่ผมกำลังจะพูดถึงก็เกิดจากโรคอื่นได้มากกว่ามะเร็งด้วย แต่ถ้าร่างกายส่งสัญญาณเดิมมาหลายคืนติดกัน ผมไม่อยากให้เราเอาคำว่า “คงไม่มีอะไร” ไปปิดเรื่องทุกครั้งครับ อาการเตือนทั่วไปของมะเร็งสามารถมีได้ตั้งแต่เหงื่อออกกลางคืน น้ำหนักลดผิดปกติ ไข้ อ่อนเพลีย เลือดออกผิดปกติ ไปจนถึงอาการเฉพาะอวัยวะครับ
ผมสรุปสิ่งที่ควรสังเกตไว้แบบนี้ครับ
1. เหงื่อออกตอนกลางคืนจนเสื้อหรือที่นอนเปียก ทั้งที่ห้องไม่ได้ร้อน
เหงื่อออกตอนนอนธรรมดาเกิดได้ครับ
อากาศร้อน
ห่มผ้าหนา
กินของเผ็ด
ดื่มแอลกอฮอล์
วัยทอง
หรือติดเชื้อบางอย่าง
ทั้งหมดทำให้เหงื่อออกกลางคืนได้
แต่ถ้าเป็นแบบ
ตื่นมาเสื้อเปียก
หมอนหรือผ้าปูเปียก
ต้องเปลี่ยนเสื้อกลางดึก
และเกิดซ้ำหลายคืนโดยหาสาเหตุไม่ได้
อันนี้ผมอยากให้หาสาเหตุครับ
โดยเฉพาะถ้ามาพร้อมกับ
มีไข้เป็น ๆ หาย ๆ น้ำหนักลด หรือคลำได้ก้อนบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ
เพราะอาการที่เรียกว่า drenching night sweats หรือเหงื่อออกกลางคืนมากผิดปกติ พบได้ในมะเร็งระบบเลือดบางชนิด เช่น lymphoma หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองครับ
แต่ผมย้ำอีกทีนะครับ
เหงื่อออกกลางคืน ≠ มะเร็ง
สิ่งที่น่าสนใจคือ
เหงื่อออกมากผิดปกติ + เป็นต่อเนื่อง + มีอาการอื่นร่วมด้วย
ตรงนี้ต่างกันมากครับ
2. น้ำหนักลดทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ แล้วกลางคืนยิ่งรู้สึกเพลียผิดปกติ
บางคนดีใจครับ
“ไม่ได้ลดอาหารเลย แต่น้ำหนักลงตั้ง 5 กิโล”
ถ้าตั้งใจลดอยู่ก็เป็นอีกเรื่องครับ
แต่ถ้ากินเท่าเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิม แล้วน้ำหนักค่อย ๆ หายไปเอง
ผมไม่อยากให้ดีใจอย่างเดียว
เพราะน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นหนึ่งในอาการที่ต้องหาต้นเหตุ โดยเฉพาะถ้ามาพร้อม
กินได้น้อยลง
อ่อนเพลีย
ไข้
เหงื่อออกกลางคืน
หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย
มะเร็งบางชนิดสามารถทำให้น้ำหนักลดได้จากหลายเหตุ ทั้งการใช้พลังงานของร่างกายที่เปลี่ยนไป การอักเสบ และความอยากอาหารที่ลดลงครับ
ถ้าจะให้เห็นภาพชัดขึ้น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดใช้เกณฑ์น้ำหนักลด มากกว่า 10% ภายใน 6 เดือนโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นหนึ่งในอาการสำคัญที่เรียกว่า B symptoms ด้วยครับ
แต่ไม่ต้องรอให้ถึง 10% แล้วค่อยตรวจนะครับ
ถ้าน้ำหนักลดต่อเนื่องจนตัวเองเริ่มสงสัย
ผมว่าคำว่า
“ทำไมมันลด?”
สำคัญกว่าคำว่า
“ลดไปกี่กิโลแล้ว?”
3. ไอเรื้อรังหรือไอจนตื่นกลางคืน โดยเฉพาะถ้ามีเลือดปน
อาการไอตอนกลางคืนเจอได้บ่อยมากครับ
กรดไหลย้อนก็ไอได้
ภูมิแพ้ก็ไอได้
หอบหืดก็ไอได้
ติดเชื้อทางเดินหายใจก็ไอได้
ดังนั้นไอตอนกลางคืนไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งปอดครับ
แต่ถ้าไอแบบเดิม ไม่ยอมหายสักที
จากหนึ่งสัปดาห์
เป็นสองสัปดาห์
แล้วลากต่อไปเรื่อย ๆ
หรือเสียงไอเปลี่ยนจากเดิม
หอบง่ายขึ้น
เจ็บหน้าอก
น้ำหนักลด
และโดยเฉพาะถ้า ไอเป็นเลือด
อันนี้ไม่ควรปล่อยครับ
เพราะอาการไอที่ต่อเนื่องหรือเปลี่ยนแปลงจากเดิม เป็นหนึ่งในอาการที่ใช้เป็นสัญญาณให้ตรวจเพิ่มเติม โดยเฉพาะในคนที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่มานาน
กลางคืนบางครั้งช่วยให้เราเห็นอาการชัดครับ
กลางวันยุ่งจนไม่ทันสังเกต
แต่พอนอนเงียบ ๆ
กลับพบว่า
“ทำไมคืนนี้ไอจนตื่นอีกแล้ว?”
ถ้าเกิดซ้ำ นั่นคือข้อมูลครับ ไม่ควรโยนทิ้ง
4. ปวดตอนกลางคืนบ่อยขึ้น จนตื่นจากการนอน
อันนี้ต้องแยกดี ๆ ครับ
ปวดหลังหลังยกของ
ปวดข้อจากใช้งาน
ปวดกล้ามหลังออกกำลังกาย
พวกนี้เจอได้ทั่วไป
แต่ถ้าเป็นอาการปวดที่
ไม่เคยเป็นมาก่อน
หนักขึ้นเรื่อย ๆ
พักแล้วก็ยังไม่ดี
หรือปวดจนปลุกเราตื่นกลางคืนซ้ำ ๆ
ผมจะอยากหาสาเหตุครับ
ไม่ได้หมายความว่า
“ปวดกลางคืน = มะเร็งกระดูก”
แบบนั้นแรงเกินจริง
แต่ความปวดที่ผิดไปจากรูปแบบเดิมของเรา โดยเฉพาะถ้ามาพร้อมน้ำหนักลด ก้อนผิดปกติ อ่อนแรง หรือมีประวัติมะเร็งเดิม เป็นอาการที่ไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะมะเร็งสามารถทำให้เกิดความปวดได้หลายตำแหน่ง ขึ้นกับอวัยวะที่เกี่ยวข้องครับ
ผมชอบถามง่าย ๆ ว่า
“ปวดแบบเดิมที่เราเคยเป็น หรือปวดแบบใหม่ที่ร่างกายไม่เคยส่งมาก่อน?”
คำตอบตรงนี้มีประโยชน์มากครับ
5. ตื่นกลางคืนเพราะต้องเข้าห้องน้ำบ่อยผิดจากเดิม
การลุกมาปัสสาวะกลางคืนเกิดจากหลายเรื่องครับ
ดื่มน้ำก่อนนอนเยอะ
กินยาขับปัสสาวะ
เบาหวาน
ต่อมลูกหมากโต
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ดังนั้นไม่ได้หมายถึงมะเร็งครับ
แต่ถ้าพฤติกรรมปัสสาวะเปลี่ยนชัดเจน เช่น
ต้องลุกบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
ปัสสาวะลำบาก
มีเลือดในปัสสาวะ
ปวดเวลาปัสสาวะ
หรือรู้สึกปวดอยากปัสสาวะผิดปกติ
แบบนี้ต้องหาสาเหตุครับ เพราะความผิดปกติของการปัสสาวะและเลือดในปัสสาวะเป็นหนึ่งในอาการที่ต้องตรวจต่อ ไม่ว่าจะมาจากการติดเชื้อ นิ่ว ต่อมลูกหมาก หรือโรคอื่นรวมถึงมะเร็งบางชนิดก็ตาม
โดยเฉพาะคำว่า
“เลือด”
ผมไม่อยากให้รอดูเองครับ
6. มีเลือดออกผิดปกติที่เห็นชัดตอนเข้าห้องน้ำกลางคืน
บางคนไม่ได้เห็นอาการจนกระทั่งตอนกลางคืนครับ
เข้าห้องน้ำแล้วเห็น
ถ่ายเป็นเลือด
ถ่ายดำ
ปัสสาวะมีเลือด
ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนแล้วกลับมีเลือดออกอีก
ตรงนี้ไม่ควรสรุปเองว่า
ริดสีดวง
กระเพาะ
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
หรือฮอร์โมน
เพราะเลือดออกผิดปกติมีสาเหตุได้หลายอย่าง และบางสาเหตุต้องตรวจเร็วครับ อาการเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดออกทางทวารหนัก เลือดในปัสสาวะ หรืออาเจียนเป็นเลือด ถูกจัดเป็นหนึ่งในสัญญาณทั่วไปที่ควรได้รับการประเมิน
โดยเฉพาะถ้าเกิดซ้ำ
ปริมาณเพิ่ม
มีซีด
อ่อนเพลีย
น้ำหนักลด
หรือมีประวัติครอบครัวมะเร็ง
แบบนี้อย่ารอให้เลือดเยอะก่อนครับ
จุดสำคัญคือ อย่าเอา “เวลาเกิดอาการ” ไปวินิจฉัยมะเร็ง
ผมอยากขีดเส้นตรงนี้ไว้เลยครับ
มะเร็งไม่ได้มีนาฬิกาว่า
“กลางวันไม่เตือน กลางคืนค่อยออกอาการ”
ไม่ใช่แบบนั้นครับ
เหตุผลที่อาการบางอย่างชัดตอนกลางคืน อาจเป็นเพราะตอนกลางคืนเรานิ่งขึ้น ไม่มีงานมาดึงความสนใจ หรือท่านอนเองทำให้อาการบางชนิดชัดขึ้น
สิ่งที่ผมสนใจจริง ๆ คือ
เป็นอาการใหม่ไหม?
เกิดซ้ำไหม?
นานขึ้นไหม?
แรงขึ้นไหม?
มีอาการอื่นพ่วงมาด้วยไหม?
เพราะอาการของมะเร็งจำนวนมากไม่จำเพาะ และมักมีสาเหตุอื่นที่พบได้บ่อยกว่ามะเร็งครับ แต่ถ้าอาการไม่หายหรือกำลังแย่ลง ก็ควรตรวจแทนการเดาเอง
ถ้ากลางคืนเจออาการเหล่านี้บ่อย ผมอยากให้ทำแบบนี้ครับ
• จดว่าเริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะคำว่า “เป็นมานานแล้ว” เวลาไปตรวจบางทีเรานึกไม่ออกว่าหนึ่งเดือนหรือหกเดือน
• ถ้ามีเหงื่อออกกลางคืน ให้สังเกตว่าแค่ร้อน หรือถึงขั้น เสื้อและที่นอนเปียก
• ชั่งน้ำหนักเป็นระยะ ถ้าน้ำหนักลดทั้งที่ไม่ได้พยายาม อย่าปล่อยผ่าน
• ถ้ามีก้อนบริเวณคอ รักแร้ เต้านม ขาหนีบ หรือที่อื่นแล้ว ไม่ยุบหรือโตขึ้น ควรตรวจ
• ไอเรื้อรัง เสียงเปลี่ยน หอบ หรือไอเป็นเลือด ควรหาสาเหตุ
• เลือดในอุจจาระ ปัสสาวะ หรือเลือดออกหลังหมดประจำเดือน ไม่ควรรอดูเอง
• ถ้าปวดตำแหน่งเดิมทุกคืนและหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก็ควรประเมินครับ
และสิ่งหนึ่งที่ผมอยากเตือนมากคือ
อย่ารอให้มีหลายอาการพร้อมกันก่อน
มะเร็งบางคนมีอาการเดียว
บางคนแทบไม่มีอาการเลย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการคัดกรองตามอายุและความเสี่ยงยังสำคัญครับ
อย่ารอให้ร่างกายต้องตะโกน
ถ้ามีโอกาสตรวจตั้งแต่ตอนที่มันยังพูดเบา ๆ
กลางคืนไม่ได้เป็นช่วงเวลาพิเศษที่มะเร็งจะออกมาแสดงตัวครับ
แต่เป็นเวลาที่เรามักสังเกตร่างกายตัวเองได้ชัดขึ้น
เหงื่อออกจนเปียกทั้งที่ไม่ได้ร้อน
น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
ไอเรื้อรังจนตื่น
ปวดผิดปกติจนรบกวนการนอน
การขับถ่ายหรือปัสสาวะเปลี่ยนไป
หรือมีเลือดออกผิดปกติ
อาการเดียวไม่ได้ฟันธงว่าเป็นมะเร็งครับ และหลายครั้งก็เกิดจากโรคอื่นที่รักษาได้ง่ายกว่ามาก
แต่สิ่งที่ผมไม่อยากให้ทำคือ
เห็นอาการใหม่ทุกคืน แล้วปลอบตัวเองว่า “เดี๋ยวก็หาย” ไปเรื่อย ๆ
ถ้ามันเกิดซ้ำ
ไม่ดีขึ้น
รุนแรงขึ้น
หรือมีน้ำหนักลด ไข้ ก้อนผิดปกติ เลือดออก หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย
ไปหาสาเหตุครับ
เพราะในเรื่องมะเร็ง การรู้เร็วไม่ได้มีไว้ทำให้เรากลัวเร็วขึ้น
แต่มันมีไว้ให้เรา มีทางเลือกในการดูแลมากขึ้นครับ
Cr. FBหมอเจด
กลางคืนร่างกายเตือนมะเร็งยังไง? เช็กอาการก่อนพลาดสัญญาณสำคัญ!
Cr. FBหมอเจด