เราติดอยู่กับคำพูดของอดีตเพื่อนคนนึงมาตลอด 7 ปี
ที่ว่าติดอยู่ เพราะคำพูดนั้นทำให้เราต้องกลับมามองตัวเองใหม่ และรู้สึกรังเกียจตัวเองมาตลอด
กับคำพูดที่ว่า “ชอบไปเกาะอยู่ตามกลุ่มโน่นที กลุ่มนี้ที แล้วก็ทำให้เขาแตกคอกัน“ ตอนพิมพ์ประโยคนี้ก็ยังรู้สึกแปล็บๆในใจ
เท่าที่นึกได้ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ทุกปัญหาของเพื่อน ไม่ว่าจะนอกกลุ่ม หรือในกลุ่ม จะมีเราอยู่ในเหตุการณ์ และมีเราที่รู้เรื่องราวเสมอ คำพูดที่เราจะเจอบ่อยๆคือ
อ้าวรู้ทำไมไม่บอก
อ้าวทำไมไม่เล่าให้ฟัง
ตอนที่เจอเพื่อนว่าแบบนั้น เรากลับมามองตัวเอง และโทษตัวเองมาตลอดว่า เพราะเราทำให้คนอื่นเขาทะเลาะกัน ทำให้เพื่อนเขาผิดใจกัน รู้สึกเกลียดตัวเองและไม่อยากจะคุยกับใครอีก ไม่อยากเข้ากลุ่มหรือคบค้าสมาคมกับใคร รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวมากๆ ทั้งที่เราไม่ได้มีเจตนาทำให้ใครทะเลาะกัน ไม่เคยเอาคำด่าของอีกคนมาบอกอีกคน และถึงคนอื่นจะเข้าใจเราผิด เราก็ไม่เคยพูดแก้ตัว แก้ต่าง เพราะถ้าพูดไปแล้วมันจะทำให้เพื่อนทะเลาะกันไปอีก
แต่เราเป็นพวกขวานผ่าซาก อะไรไม่ดีก็คุยกันต่อหน้า
ประโยคนั้นของอดีตเพื่อนคนนั้น ทำให้ใจเรามันจมดิ่งลงไปทุกครั้งที่เราคิดจะช่วยคนอื่น มันกลัวที่จะเข้าไปช่วย เพราะกลัวจะกลายเป็นคนที่ไปทำให้คนอื่นๆเขาทะเลาะกัน
ที่ผ่านมาก็ยังมีคนมาปรึกษา ทั้งมาเล่า มาระบาย
มาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้เราฟังอยู่เรื่อยๆ
แต่ด้วยความกลัว ก็ทำให้เรานิ่งกับเรื่องราวคนอื่นมากขึ้น
แล้วก็มาคิดได้เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า เพื่อนคนนั้นที่พูดกับเรา
เขาเคยคิดบ้างไหมว่าสิ่งที่เราทำมันเกิดจากการที่คนอื่นๆดึงเราเข้าไปทั้งนั้น เราไม่เคยโทรหาใครเภื่อจะขอเป็นเพื่อนเจ้าสาว เราไม่เคยโทรหาใครเพื่อจะขอไปเที่ยวด้วย เราไม่เคยโทรหาใครเพื่อจะถามว่าใครด่าใครว่าอย่างไร มีแต่พวกเธอที่โทรมา ทักมา ให้เราช่วยกันทั้งนั้น
เราไม่ได้อยากไปอยู่ในกลุ่มของใคร เราเป็นแค่ คนคนนึง ที่ถูกดึงเข้าไปให้รู้เรื่องราว ถูกดึงเข้าไปใช้ประโยชน์ ถูกดึงเข้าไปใช้งาน ก็เท่านั้นเอง
คนที่รู้จักเราจะรู้ว่า ถ้าต้องการความช่วยเหลือ แค่บอกเราก็พร้อมช่วย พร้อมออกหน้า พร้อมจัดการ
ถึงเธอ อดีตเพื่อน าเธอได้มาเจอ เรามั่นใจว่าเธอจะรู้ว่าคือเราเราอยากบอกเธอว่า ประโยคที่เธอพูดถึงเรา
มันกัดกินใจเรา และเป็นแผลในใจเราตลอดมา
แต่มันก็ดี ดีตรงที่เราได้รู้ว่า เธอคิดกับเรายังไง
ดีใจที่เราเลิกเป็นเพื่อนกัน
แค่ระบาย ติดอยู่กับคำพูดของอดีตเพื่อนมา 7 ปี
ที่ว่าติดอยู่ เพราะคำพูดนั้นทำให้เราต้องกลับมามองตัวเองใหม่ และรู้สึกรังเกียจตัวเองมาตลอด
กับคำพูดที่ว่า “ชอบไปเกาะอยู่ตามกลุ่มโน่นที กลุ่มนี้ที แล้วก็ทำให้เขาแตกคอกัน“ ตอนพิมพ์ประโยคนี้ก็ยังรู้สึกแปล็บๆในใจ
เท่าที่นึกได้ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ทุกปัญหาของเพื่อน ไม่ว่าจะนอกกลุ่ม หรือในกลุ่ม จะมีเราอยู่ในเหตุการณ์ และมีเราที่รู้เรื่องราวเสมอ คำพูดที่เราจะเจอบ่อยๆคือ
อ้าวรู้ทำไมไม่บอก
อ้าวทำไมไม่เล่าให้ฟัง
ตอนที่เจอเพื่อนว่าแบบนั้น เรากลับมามองตัวเอง และโทษตัวเองมาตลอดว่า เพราะเราทำให้คนอื่นเขาทะเลาะกัน ทำให้เพื่อนเขาผิดใจกัน รู้สึกเกลียดตัวเองและไม่อยากจะคุยกับใครอีก ไม่อยากเข้ากลุ่มหรือคบค้าสมาคมกับใคร รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวมากๆ ทั้งที่เราไม่ได้มีเจตนาทำให้ใครทะเลาะกัน ไม่เคยเอาคำด่าของอีกคนมาบอกอีกคน และถึงคนอื่นจะเข้าใจเราผิด เราก็ไม่เคยพูดแก้ตัว แก้ต่าง เพราะถ้าพูดไปแล้วมันจะทำให้เพื่อนทะเลาะกันไปอีก
แต่เราเป็นพวกขวานผ่าซาก อะไรไม่ดีก็คุยกันต่อหน้า
ประโยคนั้นของอดีตเพื่อนคนนั้น ทำให้ใจเรามันจมดิ่งลงไปทุกครั้งที่เราคิดจะช่วยคนอื่น มันกลัวที่จะเข้าไปช่วย เพราะกลัวจะกลายเป็นคนที่ไปทำให้คนอื่นๆเขาทะเลาะกัน
ที่ผ่านมาก็ยังมีคนมาปรึกษา ทั้งมาเล่า มาระบาย
มาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้เราฟังอยู่เรื่อยๆ
แต่ด้วยความกลัว ก็ทำให้เรานิ่งกับเรื่องราวคนอื่นมากขึ้น
แล้วก็มาคิดได้เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า เพื่อนคนนั้นที่พูดกับเรา
เขาเคยคิดบ้างไหมว่าสิ่งที่เราทำมันเกิดจากการที่คนอื่นๆดึงเราเข้าไปทั้งนั้น เราไม่เคยโทรหาใครเภื่อจะขอเป็นเพื่อนเจ้าสาว เราไม่เคยโทรหาใครเพื่อจะขอไปเที่ยวด้วย เราไม่เคยโทรหาใครเพื่อจะถามว่าใครด่าใครว่าอย่างไร มีแต่พวกเธอที่โทรมา ทักมา ให้เราช่วยกันทั้งนั้น
เราไม่ได้อยากไปอยู่ในกลุ่มของใคร เราเป็นแค่ คนคนนึง ที่ถูกดึงเข้าไปให้รู้เรื่องราว ถูกดึงเข้าไปใช้ประโยชน์ ถูกดึงเข้าไปใช้งาน ก็เท่านั้นเอง
คนที่รู้จักเราจะรู้ว่า ถ้าต้องการความช่วยเหลือ แค่บอกเราก็พร้อมช่วย พร้อมออกหน้า พร้อมจัดการ
ถึงเธอ อดีตเพื่อน าเธอได้มาเจอ เรามั่นใจว่าเธอจะรู้ว่าคือเราเราอยากบอกเธอว่า ประโยคที่เธอพูดถึงเรา
มันกัดกินใจเรา และเป็นแผลในใจเราตลอดมา
แต่มันก็ดี ดีตรงที่เราได้รู้ว่า เธอคิดกับเรายังไง
ดีใจที่เราเลิกเป็นเพื่อนกัน