เงินเย็นอย่าปล่อยให้เหงา! พักเงินในกองทุน Money Market ให้งอกเงยแบบสบายใจสไตล์พี่ชายคนนี้ครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกคน

วันนี้พี่ชายคนนี้มีเรื่องใกล้ตัว แต่หลายคนอาจจะมองข้าม หรือบางทีก็ปล่อยให้โอกาสมันหลุดลอยไปง่ายๆ มาเล่าให้ฟังครับ เรื่องของเรื่องก็คือ "เงินเย็น" ของเรานี่แหละครับ เจ้าเงินเย็นก้อนนี้เนี่ย ถ้าเราปล่อยให้นอนนิ่งๆ อยู่ในบัญชีออมทรัพย์ที่มีดอกเบี้ยแค่ 0.X% ต่อปีเนี่ย มันเหมือนเรากำลังปล่อยให้เงินทำงานแบบง่วงเหงาหาวนอนอยู่ตลอดเวลาเลยนะครับ

ลองคิดดูสิครับว่าเราทำงานเหนื่อยแทบตายกว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท แต่พอได้มาแล้ว กลับปล่อยให้มันทำงานแบบไม่เต็มประสิทธิภาพ แถมยังโดนเงินเฟ้อกัดกินมูลค่าลงไปเรื่อยๆ อีกต่างหาก โห... ฟังแล้วมันเจ็บปวดหัวใจใช่ไหมล่ะครับ



แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ! วันนี้ผมจะมาแนะนำตัวช่วยดีๆ ที่จะทำให้เงินเย็นของเรากลับมาคึกคัก มีชีวิตชีวา แถมยังงอกเงยได้ดีกว่าบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาเยอะเลยครับ นั่นก็คือ "กองทุนรวมตลาดเงิน" หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "กองทุน Money Market" นั่นเองครับ

แล้วไอ้เจ้ากองทุน Money Market เนี่ยมันคืออะไรกันแน่? มันก็เหมือนกับ "โรงแรมห้าดาวของเงิน" ของเราเลยครับ เป็นที่พักชั่วคราวสำหรับเงินที่เรายังไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรดีในระยะสั้นๆ เช่น เงินก้อนสำหรับเหตุฉุกเฉิน เงินเก็บที่รอจังหวะลงทุน หรือแม้แต่เงินที่จะต้องใช้ในอีก 1-3 เดือนข้างหน้าครับ ซึ่งกองทุนประเภทนี้จะเอาเงินของเราไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากๆ ครับ เช่น เงินฝากระยะสั้น ตั๋วเงินคลัง หรือตราสารหนี้ภาครัฐที่มีอายุสั้นๆ ครับ

คุณสมบัติเด่นๆ ของกองทุน Money Market ที่ทำให้พี่ชายคนนี้หลงรักเลยก็คือ

   สภาพคล่องสูงปรี๊ด อยากใช้เงินเมื่อไหร่ ก็สามารถขายคืนได้แทบจะทันทีเลยครับ บางกองทุนขายวันนี้ ได้เงินวันทำการถัดไปเลยครับ สะดวกมากๆ เหมือนมีตู้ ATM ส่วนตัวเลยครับ
   ความเสี่ยงต่ำมากๆ (จนแทบจะเรียกได้ว่าไร้ความเสี่ยง) อันนี้สำคัญมากสำหรับสายเซฟอย่างเราๆ ครับ เพราะกองทุนประเภทนี้เน้นความปลอดภัยของเงินต้นเป็นหลัก ทำให้โอกาสที่เงินจะหายไปนั้นน้อยมากๆ ครับ
   ผลตอบแทนดีกว่าบัญชีออมทรัพย์ แม้ว่าจะไม่ได้หวือหวาเหมือนหุ้น แต่รับรองว่าดีกว่าดอกเบี้ยออมทรัพย์ที่เราได้อยู่ตอนนี้แน่นอนครับ ถ้าบัญชีออมทรัพย์ได้ 0.25% กองทุน Money Market อาจจะให้ 1% หรือ 1.5% ก็เป็นได้ครับ ลองคิดดูว่าถ้าเงินก้อนใหญ่ขึ้น ผลต่างเล็กน้อยตรงนี้ ก็สร้างความแตกต่างได้มหาศาลเลยนะครับ



ทีนี้คำถามคือ แล้วเราจะเลือกกองทุน Money Market กองไหนดีล่ะครับ?

หลักๆ เลยนะครับ ลองดูจาก
1.  ผลตอบแทนย้อนหลัง อันนี้เป็นตัวชี้วัดง่ายๆ เลยครับว่ากองไหนทำผลงานได้ดีกว่ากัน
2.  ค่าธรรมเนียม กองทุนบางกองอาจมีค่าธรรมเนียมการจัดการ ซึ่งจะหักออกจากผลตอบแทนของเราครับ เลือกกองที่ค่าธรรมเนียมไม่สูงจนเกินไปครับ
3.  นโยบายการลงทุน ถึงแม้จะเป็น Money Market เหมือนกัน แต่รายละเอียดการลงทุนอาจแตกต่างกันบ้าง ลองอ่าน Fund Fact Sheet ดูสักนิดเพื่อความสบายใจครับ

การลงทุนในกองทุน Money Market ก็ง่ายแสนง่ายครับ เดี๋ยวนี้เราสามารถเปิดบัญชีและซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารที่เราใช้บริการอยู่แล้ว หรือผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) โดยตรงได้เลยครับ ใช้เวลาไม่นานครับ พี่ชายคนนี้รับรองเลย



สรุปง่ายๆ เลยนะครับ กองทุน Money Market เนี่ย เป็นเหมือนเพื่อนซี้ของเงินเย็น เป็นที่พักชั้นดีที่ทั้งปลอดภัย มีสภาพคล่องสูง และยังทำให้เงินของเรางอกเงยได้ดีกว่าการปล่อยให้นอนนิ่งๆ ในบัญชีออมทรัพย์แบบเฉาๆ ครับ ใครที่มีเงินเย็นก้อนไหนที่ยังไม่ได้ใช้งานในระยะสั้นๆ อย่าปล่อยให้มันเสียโอกาสนะครับ ลองเปิดใจศึกษาและลงทุนในกองทุน Money Market ดูครับ แล้วจะรู้ว่าการบริหารเงินให้งอกเงยแบบไร้กังวลมันเป็นยังไงครับ

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ถ้ามีคำถามหรืออยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก็คอมเมนต์มาคุยกันได้เลยนะครับ พี่ชายคนนี้ยินดีตอบทุกคำถามเลยครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่