บอกก่อน ผมไม่ได้คาดหวังทางออกเท่าไหร่ เพราะคำตอบก็น่าจะประมาณว่า "ลาออก" ไม่ก็ "อดทนต่อไป"
เรื่องคือ บริษัทที่ผมอยู่ มันเป็นบริษัทขนาดกลางๆไม่ใหญ่มาก บางแผนกเลยคนน้อย เช่นแผนกผม คือมีกันอยู่แค่3คน
คนหนึ่งต้องไปทำในส่วนของข้างนอก ก็จะมีผมกับอีกคนหนึ่ง
แล้วอีกคนหนึ่งที่ผมพูดถึงนี่แหละ คือประเด็นเลย คือนางอ่ะท้อง แลกๆก็ทำงานปกติ หลังๆก็เริ่มเดินละ เดินคุย เดินหาที่สุมหัว แต่ยังแวะมาทำงานอยู่บ้าง พอใส่ชุดคลุมท้องปุ๊ป เอากระเป๋ามาวางแล้วหายไปเลย สมัยเรียนผมคิดว่าคนประเภทนี้ไม่น่ามี เพราะบริษัทต้องทำอะไรสักอย่าง แต่พอชีวิตจริงทำงานมาหลายปี อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด
ผมไม่พูดแล้วกันว่าผมทำตำแหน่งหรือแผนกอะไร แต่มันค่อนข้างเฉพาะตัวและงานเยอะ ไม่ใช่ยืมตัวใครมาทำได้เหมือน admin , ธุรการ , call center
คืองานมันไม่ได้เยอะเวอร์ แต่ด้วยความที่ไม่ได้เป็นบริษัทใหญ่ เลยคนน้อยแล้วงานมันพอดีคน
ผมเคยไปคุยกับ HR แล้ว ว่าให้น้องมาช่วยงานบ้าง ช่วยนิดหน่อยก็ยังดี เพราะผมกำลังทำงานของ2คนอยู่ แล้วมันเริ่มไม่เสร็จ
แต่1ในกลุ่มที่นางไปนั่งคุยด้วยก็ HR นี่แหละ เดาสิเขาพูดว่าอะไร "ปล่อยน้องมันเหอะ มันกำลังท้อง หัดมีน้ำใจบ้าง เดี๋ยวมันก็ทำเหมือนเดิม"
ผมก็แบบ งั้นช่างมัน ทำเท่าที่ทำได้ แต่สุดท้ายมันไม่ได้ไง ผมโดนผู้จัดการด่ายับเลย เอาที่สามารถพิมพ์ได้แล้วกัน "เป็นพี่เขาแท้ๆ รับผิดชอบงานก็ไม่ได้ ทำมาตั้งกี่ปีแล้ว เป็นผู้ชายซะเปล่า แต่คุมผู้หญิงคนเดียวยังไม่ได้เลย" (จริงๆมันหนักหน่วงและ hard core กว่านี้เยอะ)
ผมเลยหันไปคุยกับนาง ว่าให้รบกวนช่วยอะไรเล็กๆน้อยๆบ้าง ขอสักวันละ1-2ชั่วโมงให้นั่งช่วยงานในแผนกเนี่ย นางก็เงียบแล้วก็ทำได้ 2-3วัน แต่พอเห็นเป้าหมายที่จะสุมหัว ก็บอกว่าเดี๋ยวจะมาทำต่อนะแปปหนึ่ง แล้วก็ลุกหายไปเลย วันต่อมาผมเลยถามว่าเมื่อวานไม่ได้กลับมาทำต่อหรอ นางก็บอกว่า "โห พี่ แค่นี้พี่ก็ทำได้ ช่วยหน่อยไม่ได้หรอ"
หลังจากนั้นผมเลยปล่อย แล้วอยากไปไหนก็ไป สุดท้ายกลายเป็นผมเอาไปโดนนินทา คือป้าแม่บ้านมาเล่าให้ฟัง ว่านางกับคนอื่นๆพูดกันว่า "ผมไม่มีน้ำใจ ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลย ไม่รู้จักเสียสระ" ผมก็โมโหนะ แต่ทำงานดีกว่า เดี๋ยวไม่เสร็จ ผมกลับบ้านดึกแบบไม่มี OT ทุกวัน
แต่ชีวิตจริงไม่ได้โลกสวยเหมือน quotes ที่เขียนกันในเน็ต ว่าใครจะพูดอะไรก็ปล่อยเขาไป แค่คำพูดมันไม่มีผลกับเรา
ผมโดนเรียกไปคุย ประเด็นหลักๆก็ คุมคนในทีมไม่ได้,ไม่มีน้ำใจ,ทำงานไม่ตรงตามกำหนด พอผมบอกว่างานไม่เสร็จเพราะคนไม่พอ ก็โยงไปเรื่องคุมคนในทีมไม่ได้ พอผมบอกว่าผมบอกนางแล้วว่าให้ช่วยงาน ก็โยงไปเรื่องไม่มีน้ำใจ
ตอนแรกผมไม่เคยคิดเรื่องลาออกเลยนะ เพราะที่นี่มันบ้านนอก ถ้าลาออกไปก็มีแต่ ห้าง กับ ร้านสะดวกซื้อที่รออยู่ ผมก็อยากไปอยู่กรุงเทพนะ แต่ผมมีภาระผ่อนอยู่หมื่นกว่าบาทต่อเดือน กลัวว่าไปแล้วจะอยู่ไม่ไหวนี่แหละ โดยเฉพาะค่าที่พักและค่ากินเมื่อเทียบกับเงินเดือน
แต่ตอนนี้ผมไปทำงานด้วยความแบบ ไล่ผมออกสิ ไล่เลย ไล่เดี๋ยวนี้เลย อยากเห็นเหมือนกันว่าใครจะทำงาน ขนาดผู้จัดการบอกว่าจะหาคนมาเพิ่ม ผ่านไป 2 เดือนยังไม่เห็นเงาเลย
มันไม่ใช่เรื่องของน้ำใจ หรือเรื่องอะไรเลย คืองานมันเกินจำนวนคนทำไง แล้วมันไม่เสร็จ ลองคิดดูว่าบริษัทหนึ่งถ้ามีสักแผนกที่งานไม่เคยเสร็จเลย แล้วงานที่ทำคืองานย้อนหลัง ไม่ต้องอะไรมากหรอก สัก6-7เดือนเนี่ย มันจะเป็นยังไง ส่วนเรื่องเงิน ใช่ผมได้เพิ่มจากการทำงานของ2คน แต่เพิ่มมา 1พัน แค่นั้นเลย แล้วงานมันเสร็จไหม ก็ไม่ไง มันไม่ใช่หยอดเงินแล้วงานเร็วขึ้น อันนี้ต้องแยกกัน
แล้วก็ วันที่ผมตั้งกระทู้นี้คือวันอาทิตย์ เลยมีเวลามานั่งพิมพ์ หรือบ่น หรือระบาย ไม่รู้สิ
ผมควรทำเช่นไรกับคนในแผนกที่ไม่ทำงานดี
เรื่องคือ บริษัทที่ผมอยู่ มันเป็นบริษัทขนาดกลางๆไม่ใหญ่มาก บางแผนกเลยคนน้อย เช่นแผนกผม คือมีกันอยู่แค่3คน
คนหนึ่งต้องไปทำในส่วนของข้างนอก ก็จะมีผมกับอีกคนหนึ่ง
แล้วอีกคนหนึ่งที่ผมพูดถึงนี่แหละ คือประเด็นเลย คือนางอ่ะท้อง แลกๆก็ทำงานปกติ หลังๆก็เริ่มเดินละ เดินคุย เดินหาที่สุมหัว แต่ยังแวะมาทำงานอยู่บ้าง พอใส่ชุดคลุมท้องปุ๊ป เอากระเป๋ามาวางแล้วหายไปเลย สมัยเรียนผมคิดว่าคนประเภทนี้ไม่น่ามี เพราะบริษัทต้องทำอะไรสักอย่าง แต่พอชีวิตจริงทำงานมาหลายปี อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด
ผมไม่พูดแล้วกันว่าผมทำตำแหน่งหรือแผนกอะไร แต่มันค่อนข้างเฉพาะตัวและงานเยอะ ไม่ใช่ยืมตัวใครมาทำได้เหมือน admin , ธุรการ , call center
คืองานมันไม่ได้เยอะเวอร์ แต่ด้วยความที่ไม่ได้เป็นบริษัทใหญ่ เลยคนน้อยแล้วงานมันพอดีคน
ผมเคยไปคุยกับ HR แล้ว ว่าให้น้องมาช่วยงานบ้าง ช่วยนิดหน่อยก็ยังดี เพราะผมกำลังทำงานของ2คนอยู่ แล้วมันเริ่มไม่เสร็จ
แต่1ในกลุ่มที่นางไปนั่งคุยด้วยก็ HR นี่แหละ เดาสิเขาพูดว่าอะไร "ปล่อยน้องมันเหอะ มันกำลังท้อง หัดมีน้ำใจบ้าง เดี๋ยวมันก็ทำเหมือนเดิม"
ผมก็แบบ งั้นช่างมัน ทำเท่าที่ทำได้ แต่สุดท้ายมันไม่ได้ไง ผมโดนผู้จัดการด่ายับเลย เอาที่สามารถพิมพ์ได้แล้วกัน "เป็นพี่เขาแท้ๆ รับผิดชอบงานก็ไม่ได้ ทำมาตั้งกี่ปีแล้ว เป็นผู้ชายซะเปล่า แต่คุมผู้หญิงคนเดียวยังไม่ได้เลย" (จริงๆมันหนักหน่วงและ hard core กว่านี้เยอะ)
ผมเลยหันไปคุยกับนาง ว่าให้รบกวนช่วยอะไรเล็กๆน้อยๆบ้าง ขอสักวันละ1-2ชั่วโมงให้นั่งช่วยงานในแผนกเนี่ย นางก็เงียบแล้วก็ทำได้ 2-3วัน แต่พอเห็นเป้าหมายที่จะสุมหัว ก็บอกว่าเดี๋ยวจะมาทำต่อนะแปปหนึ่ง แล้วก็ลุกหายไปเลย วันต่อมาผมเลยถามว่าเมื่อวานไม่ได้กลับมาทำต่อหรอ นางก็บอกว่า "โห พี่ แค่นี้พี่ก็ทำได้ ช่วยหน่อยไม่ได้หรอ"
หลังจากนั้นผมเลยปล่อย แล้วอยากไปไหนก็ไป สุดท้ายกลายเป็นผมเอาไปโดนนินทา คือป้าแม่บ้านมาเล่าให้ฟัง ว่านางกับคนอื่นๆพูดกันว่า "ผมไม่มีน้ำใจ ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลย ไม่รู้จักเสียสระ" ผมก็โมโหนะ แต่ทำงานดีกว่า เดี๋ยวไม่เสร็จ ผมกลับบ้านดึกแบบไม่มี OT ทุกวัน
แต่ชีวิตจริงไม่ได้โลกสวยเหมือน quotes ที่เขียนกันในเน็ต ว่าใครจะพูดอะไรก็ปล่อยเขาไป แค่คำพูดมันไม่มีผลกับเรา
ผมโดนเรียกไปคุย ประเด็นหลักๆก็ คุมคนในทีมไม่ได้,ไม่มีน้ำใจ,ทำงานไม่ตรงตามกำหนด พอผมบอกว่างานไม่เสร็จเพราะคนไม่พอ ก็โยงไปเรื่องคุมคนในทีมไม่ได้ พอผมบอกว่าผมบอกนางแล้วว่าให้ช่วยงาน ก็โยงไปเรื่องไม่มีน้ำใจ
ตอนแรกผมไม่เคยคิดเรื่องลาออกเลยนะ เพราะที่นี่มันบ้านนอก ถ้าลาออกไปก็มีแต่ ห้าง กับ ร้านสะดวกซื้อที่รออยู่ ผมก็อยากไปอยู่กรุงเทพนะ แต่ผมมีภาระผ่อนอยู่หมื่นกว่าบาทต่อเดือน กลัวว่าไปแล้วจะอยู่ไม่ไหวนี่แหละ โดยเฉพาะค่าที่พักและค่ากินเมื่อเทียบกับเงินเดือน
แต่ตอนนี้ผมไปทำงานด้วยความแบบ ไล่ผมออกสิ ไล่เลย ไล่เดี๋ยวนี้เลย อยากเห็นเหมือนกันว่าใครจะทำงาน ขนาดผู้จัดการบอกว่าจะหาคนมาเพิ่ม ผ่านไป 2 เดือนยังไม่เห็นเงาเลย
มันไม่ใช่เรื่องของน้ำใจ หรือเรื่องอะไรเลย คืองานมันเกินจำนวนคนทำไง แล้วมันไม่เสร็จ ลองคิดดูว่าบริษัทหนึ่งถ้ามีสักแผนกที่งานไม่เคยเสร็จเลย แล้วงานที่ทำคืองานย้อนหลัง ไม่ต้องอะไรมากหรอก สัก6-7เดือนเนี่ย มันจะเป็นยังไง ส่วนเรื่องเงิน ใช่ผมได้เพิ่มจากการทำงานของ2คน แต่เพิ่มมา 1พัน แค่นั้นเลย แล้วงานมันเสร็จไหม ก็ไม่ไง มันไม่ใช่หยอดเงินแล้วงานเร็วขึ้น อันนี้ต้องแยกกัน
แล้วก็ วันที่ผมตั้งกระทู้นี้คือวันอาทิตย์ เลยมีเวลามานั่งพิมพ์ หรือบ่น หรือระบาย ไม่รู้สิ