Q:ทำไมการรู้ลมหายใจ จึงทำให้ จิต สว่าง ว่าง โล่ง เบา
A:จิต สว่าง ว่าง โล่ง เบา เป็น สภาพจิต จิตในจิต เมื่อแยกรูปนาม ได้ เกิดการรู้ระหว่างตัวรู้และตัวถูกรู้ ด้วยอืนทรีย์ที่มีกำลัง รูปบัญญัติที่เป็นก้อนแท่ง จะ
สลายหายไปก่อน ขณะนั้นจะเกิดความว่าง เบา โล่ง ในจิตระดับหนึ่งแล้ว เมื่อมีวิริยะดูเข้าไปอีก ลมหายใจที่เกิดดับอยู่ จะปรากฏขึ้นมา เป็นลักษณะเป็นเส้น
ขาดช่วงบ้าง เป็นแผ่นๆบ้าง หรือกายปรากฏเป็นกลุ่มพลังงานเคลื่อนขึ้นลงตามการเกิดดับของลมหายใจบ้าง แต่จิตก็ยังตามรู้การเกิดดับของลมหายใจนั้น
เป็นมีปัญญาเห็นไตรลักษณ์ที่กาย เมื่อมีวิริยะอย่างนี้ ที่จิตหรือตัวรู้จึงมีสติ สมาธิ หนักแน่นขึ้นไปด้วย เห็นการเกิดดับของลมหายใจและจิตทำหน้าที่รู้ที่ดับไป
ด้วยกัน เป็นขณะๆ เป็นการลลัดคืน จิตและรูป
“เมื่ออินทรีย์แกร่ง ตั้งมั่นการสลัดคืน จิตและรูป จิตใหม่จึง สว่าง ว่าง โล่ง เบาได้ อันเกิดได้ในชั่วสองขณะจิต”
ดูลมหายใจ แล้ว สลัดคืนจิตและรูปในชั่วขณะจิตเดียว
A:จิต สว่าง ว่าง โล่ง เบา เป็น สภาพจิต จิตในจิต เมื่อแยกรูปนาม ได้ เกิดการรู้ระหว่างตัวรู้และตัวถูกรู้ ด้วยอืนทรีย์ที่มีกำลัง รูปบัญญัติที่เป็นก้อนแท่ง จะ
สลายหายไปก่อน ขณะนั้นจะเกิดความว่าง เบา โล่ง ในจิตระดับหนึ่งแล้ว เมื่อมีวิริยะดูเข้าไปอีก ลมหายใจที่เกิดดับอยู่ จะปรากฏขึ้นมา เป็นลักษณะเป็นเส้น
ขาดช่วงบ้าง เป็นแผ่นๆบ้าง หรือกายปรากฏเป็นกลุ่มพลังงานเคลื่อนขึ้นลงตามการเกิดดับของลมหายใจบ้าง แต่จิตก็ยังตามรู้การเกิดดับของลมหายใจนั้น
เป็นมีปัญญาเห็นไตรลักษณ์ที่กาย เมื่อมีวิริยะอย่างนี้ ที่จิตหรือตัวรู้จึงมีสติ สมาธิ หนักแน่นขึ้นไปด้วย เห็นการเกิดดับของลมหายใจและจิตทำหน้าที่รู้ที่ดับไป
ด้วยกัน เป็นขณะๆ เป็นการลลัดคืน จิตและรูป
“เมื่ออินทรีย์แกร่ง ตั้งมั่นการสลัดคืน จิตและรูป จิตใหม่จึง สว่าง ว่าง โล่ง เบาได้ อันเกิดได้ในชั่วสองขณะจิต”