เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) กองทัพบก และบริษัท Equatorial Space (Thailand) จัดทดสอบความเป็นไปได้ทางเทคนิคและกรอบกำกับดูแลท่าอวกาศยานไทย (Thailand Spaceport) ที่จังหวัดลพบุรี นับเป็นครั้งแรกที่ไทยเปิดให้ภาคเอกชนทดสอบปล่อยจรวดจริงภายใต้กลไก Regulatory Sandbox
https://www.facebook.com/share/1C3eJmWHfR/?mibextid=wwXIfr
จรวดที่ใช้ทดสอบเป็นจรวดเชื้อเพลิงผสม (Hybrid Propulsion) ความยาว 3.96 เมตร น้ำหนักไม่รวมเชื้อเพลิง 32.3 กิโลกรัม และตั้งเป้าทดสอบที่ระดับความสูง 4 กิโลเมตร โดยการทดสอบมุ่งประเมินทั้งระบบ ตั้งแต่การเตรียมการ ความปลอดภัย การควบคุมน่านฟ้า การประสานงานระหว่างหน่วยงาน ไปจนถึงกระบวนการอนุญาตและกำกับดูแล
อย่างไรก็ตาม การยิงยังไม่สำเร็จเนื่องจากพบปัญหาทางเทคนิค โดยเฉพาะการควบคุมอุณหภูมิก๊าซไนตรัสออกไซด์ สัญญาณสื่อสารระหว่างจรวดกับระบบควบคุม รวมถึงกำลังมอเตอร์ยกฐานยิงและความแข็งแรงของโครงสร้างฐานยิง ซึ่งทีมงานตัดสินใจยุติการทดสอบเพื่อความปลอดภัย
GISTDA ระบุว่า แม้จรวดยังไม่ขึ้นบิน แต่การทดสอบครั้งนี้ถือเป็น “ห้องเรียนจริง” ที่ช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นปัญหาและนำไปปรับปรุง ทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศของไทย ทั้งด้านการขนส่ง การประกันภัย และอุตสาหกรรมการผลิต
หลังจากนี้ GISTDA และ สทป. จะทบทวนผลการทดสอบและประเมินความพร้อมของภาคเอกชน ก่อนกำหนดการทดสอบครั้งใหม่ โดยมองว่าประสบการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการเดินหน้าสู่การจัดตั้ง “ท่าอวกาศยานไทย” ในอนาคต
ที่มาของข้อมูล GISTDA
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand
ไทยทดสอบยิงจรวด โดยเอกชนครั้งแรก
https://www.facebook.com/share/1C3eJmWHfR/?mibextid=wwXIfr
จรวดที่ใช้ทดสอบเป็นจรวดเชื้อเพลิงผสม (Hybrid Propulsion) ความยาว 3.96 เมตร น้ำหนักไม่รวมเชื้อเพลิง 32.3 กิโลกรัม และตั้งเป้าทดสอบที่ระดับความสูง 4 กิโลเมตร โดยการทดสอบมุ่งประเมินทั้งระบบ ตั้งแต่การเตรียมการ ความปลอดภัย การควบคุมน่านฟ้า การประสานงานระหว่างหน่วยงาน ไปจนถึงกระบวนการอนุญาตและกำกับดูแล
อย่างไรก็ตาม การยิงยังไม่สำเร็จเนื่องจากพบปัญหาทางเทคนิค โดยเฉพาะการควบคุมอุณหภูมิก๊าซไนตรัสออกไซด์ สัญญาณสื่อสารระหว่างจรวดกับระบบควบคุม รวมถึงกำลังมอเตอร์ยกฐานยิงและความแข็งแรงของโครงสร้างฐานยิง ซึ่งทีมงานตัดสินใจยุติการทดสอบเพื่อความปลอดภัย
GISTDA ระบุว่า แม้จรวดยังไม่ขึ้นบิน แต่การทดสอบครั้งนี้ถือเป็น “ห้องเรียนจริง” ที่ช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นปัญหาและนำไปปรับปรุง ทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศของไทย ทั้งด้านการขนส่ง การประกันภัย และอุตสาหกรรมการผลิต
หลังจากนี้ GISTDA และ สทป. จะทบทวนผลการทดสอบและประเมินความพร้อมของภาคเอกชน ก่อนกำหนดการทดสอบครั้งใหม่ โดยมองว่าประสบการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการเดินหน้าสู่การจัดตั้ง “ท่าอวกาศยานไทย” ในอนาคต
ที่มาของข้อมูล GISTDA
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand