หากพูดถึง “วัดพระแก้ว” หลายคนคงนึกถึงวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง แต่ในพื้นที่ “วังหน้า” ก็มีวัดพระแก้วอีกแห่งหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและน่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือ “วัดพระแก้ววังหน้า” วัดสำคัญซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล และโดยปกติไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้อย่างทั่วไป
ครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสพิเศษ เมื่อกรมศิลปากรเปิดพระอุโบสถของวัดบวรสถานสุทธาวาสให้ประชาชนเข้าชม ระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ชมฟรี เปิดทุกวัน โดยบางบริเวณอยู่ระหว่างการบูรณะ ใครที่สนใจประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์จึงไม่ควรพลาด เพราะโอกาสที่จะได้เปิดประตูเข้าไปชมสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีบ่อยครั้งนัก
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใดจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า
“วัดพระแก้ววังหน้า” ก็เพราะวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต พระราชวังบวรสถานมงคล หรือ
“วังหน้า” อันเป็นพระราชวังที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพระราชวังบวรสถานมงคลได้รับการสถาปนาขึ้นพร้อมกับการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ และตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลดำรงสืบต่อมาจนถึงรัชกาลที่ ๕ ก่อนจะสิ้นสุดลงเมื่อมีการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารราชสำนักและการจัดระเบียบพระราชวัง
วัดแห่งนี้มีลักษณะพิเศษเช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กล่าวคือเป็นวัดที่อยู่ภายในเขตพระราชวัง จึงไม่มีพระภิกษุจำพรรษาดังเช่นวัดที่เป็นอารามทั่วไป แต่จะมีการนิมนต์พระสงฆ์เข้ามาประกอบพิธีกรรมในวาระต่าง ๆ
เรื่องราวของวัดแห่งนี้ย้อนกลับไปถึงรัชกาลที่ ๑ เดิมบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของ
“วัดหลวงชี” ซึ่งสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล โปรดให้สร้างขึ้นสำหรับเป็นที่จำศีลภาวนาของหลวงชีนักนางแม้นและชีบริวาร ต่อมาในรัชกาลที่ ๒ เมื่อไม่มีชีที่เหมาะสมแก่การอุปการะ วัดจึงชำรุดทรุดโทรม และมีการรื้อพื้นที่ปรับเป็นสวนเลี้ยงกระต่าย
กระทั่งรัชกาลที่ ๓ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทรงอุทิศสวนกระต่ายเพื่อสร้างวัดขึ้นใหม่ พระราชทานนามว่า
“วัดบวรสถานสุทธาวาส” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยมีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับการเสด็จยกกองทัพไปปราบกบฏเวียงจันทน์ใน พ.ศ. ๒๓๖๘ และการทรงแก้บน
ส่วนพระอุโบสถนั้น เดิมมีพระดำริจะสร้างเป็นยอดปราสาท แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยับยั้งไว้ เนื่องจากไม่เคยมีธรรมเนียมสร้างยอดปราสาทในพระราชวังบวรสถานมงคล จึงเปลี่ยนมาเป็นอาคารหลังคาทรงจตุรมุขแทน
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำเนินการก่อสร้างต่อ และมีการวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์และอดีตพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ รวมถึงภาพเทพเจ้าฮินดูบริเวณหลังบานประตูและหน้าต่าง ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จ
ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืน ปางประทานอภัยสองพระหัตถ์ ส่วนพระพุทธรูปที่เรียกว่า
“พระแก้ววังหน้า” ปัจจุบันได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
ด้วยประวัติที่สืบเนื่องตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ผ่านเรื่องราวของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลหลายพระองค์ และการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับหลายรัชกาล
“วัดพระแก้ววังหน้า” จึงไม่ใช่เพียงโบราณสถานเก่าแก่แห่งหนึ่ง แต่เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของ
“วังหน้า” และประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ได้อย่างมีชีวิต
การเปิดพระอุโบสถในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” ที่กรมศิลปากรจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙
นอกจากวัดพระแก้ววังหน้าแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งที่เปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชม โดยแต่ละแห่งมีช่วงเวลาแตกต่างกัน ดังนี้
📍 อาคารกรมศิลปากรเดิม สนามหลวง (ตรงข้ามวัดพระแก้ว) ชมนิทรรศการพิเศษเรื่องภาพถ่ายเก่าในรัชกาลที่ ๕ “The Memory of King Chulalongkorn ความทรงจำแห่งพระพุทธเจ้าหลวง” เปิดให้ชมระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ชมฟรี เปิดทุกวัน
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดแสดงผลงานของศิลป์ พีระศรี เปิดให้ชมระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์–อังคาร
📍 หอประติมากรรมต้นแบบ เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ชมฟรี เปิดทุกวัน
📍 อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) พิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการชม นิทรรศการเรื่อง “เครื่องโต๊ะ” ซึ่งเปิดเพียงช่วงสั้น ๆ ระหว่างวันที่ ๑๒–๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ ขณะเดียวกันยังสามารถชมนิทรรศการถาวร “ตู้พระธรรมลายทอง” ได้ตามปกติ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ชมฟรี ปิดวันจันทร์–อังคาร
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชมนิทรรศการพิเศษ “สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ” เปิดให้ชมระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ – ๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. มีค่าเข้าชม และปิดวันจันทร์–อังคาร
📍 โรงละครแห่งชาติ จัดการแสดง “ยลสังคีตศิลป์ถิ่นโรงละครแห่งชาติ” โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เปิดการแสดงในวันที่ ๑๒ และ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. โดยบัตรจำหน่ายหมดแล้ว แต่ผู้สนใจยังสามารถชมอาคารโรงละครแห่งชาติภายนอกได้
📍 วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) เปิดให้เข้าชมพระอุโบสถระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ชมฟรี เปิดทุกวัน โดยบางบริเวณปิดเพื่อการบูรณะ
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทย เปิดให้ชมตามปกติ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. มีค่าเข้าชม และปิดวันจันทร์–อังคาร
ใครที่วางแผนเดินเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ในช่วงนี้ จึงสามารถเลือกเส้นทางให้เหมาะกับวันและเวลาที่ต้องการได้ โดยเฉพาะ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) ที่นิทรรศการ “เครื่องโต๊ะ” เปิดเพียงวันที่ ๑๒–๑๕ สิงหาคม และ โรงละครแห่งชาติ ที่มีการแสดงเพียงวันที่ ๑๒ และ ๒๓ สิงหาคมเท่านั้น ส่วนผู้ที่อยากสัมผัสพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่หาโอกาสเข้าชมได้ยาก ขอแนะนำให้ปักหมุด “วัดพระแก้ววังหน้า” ไว้เป็นพิเศษ เนื่องจากปกติจะไม่ได้เปิดให้เข้าชม
กิจกรรมนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเที่ยวชมสถานที่เก่าแก่ แต่คือการเดินย้อนรอย
“รากนครา” ผ่านพื้นที่จริงของกรุงรัตนโกสินทร์ และได้เห็นว่าท่ามกลางเมืองหลวงที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ยังมีมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอีกมากมายที่รอให้เราเข้าไปทำความรู้จัก
นาน ๆ เปิดที ครั้งนี้เปิดแล้ว…คงต้องหาเวลาไปชม “วัดพระแก้ววังหน้า” ให้ได้แล้วล่ะ!!
เรื่อง: กองบรรณาธิการเพจเจริญกรุง
ที่มา: กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
#วัดพระแก้ววังหน้า #วัดบวรสถานสุทธาวาส #วังหน้า #พระราชวังบวรสถานมงคล #รากนครามรรคาแห่งรัตนโกสินทร์ #กรมศิลปากร #กรุงรัตนโกสินทร์ #ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม #เที่ยวกรุงเทพฯ #เจริญกรุง
ที่มา: facebook เพจ เจริญกรุง
”รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์“ เส้นทางท่องเที่ยวทางมรดกวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร
📍 อาคารกรมศิลปากรเดิม สนามหลวง(ตรงข้ามวัดพระแก้ว): นิทรรศการพิเศษเรื่องภาพถ่ายเก่า ร.5 ✨วันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00-16:00 ✨ชมฟรี✨เปิดทุกวัน
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ : จัดแสดงผลงาน ✨วันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00-16:00 ✨ ชมฟรี✨ ปิดจันทร์-อังคาร
📍 อาคารถาวรวัตถุ(ตึกแดง) : นิทรรศการพิเศษเครื่องโต๊ะ ✨วันที่ 12 - 16 สิงหาคม 2569 ✨นิทรรศการถาวรตู้พระธรรมลายทองเปิดให้ชมตามปกติ ✨เวลา 09:00-16:00 ✨ชมฟรี✨ ปิดจันทร์-อังคาร
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร : นิทรรศการพิเศษเรื่องผ้าโบราณ ✨วันที่ 12 สิงหาคม - 4 ตุลาคม 2569 เวลา 09:00-16:00✨ปิดจันทร์-อังคาร
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป์ : จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทย เปิดให้ชมอาคารนิทรรศการ 4 และ 6 ✨ปิดจันทร์-อังคาร
📍 โรงละครแห่งชาติ : การแสดงรายการ “ยลสังคีตศิลป์ถิ่นโรงละครแห่งชาติ” จัดโดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เปิดการแสดงวันที่ 12 และ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ✨จำหน่ายบัตรหมดแล้ว
📍 วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) : เปิดให้เข้าชมพระอุโบสถวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น. ✨บางบริเวณปิดบูรณะ ✨ชมฟรี✨เปิดทุกวัน
🙏✨ โอกาสพิเศษ!!! กรมศิลปากรเปิดพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส “วัดพระแก้ววังหน้า” ชมฟรี เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น.
หากพูดถึง “วัดพระแก้ว” หลายคนคงนึกถึงวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง แต่ในพื้นที่ “วังหน้า” ก็มีวัดพระแก้วอีกแห่งหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและน่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือ “วัดพระแก้ววังหน้า” วัดสำคัญซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล และโดยปกติไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้อย่างทั่วไป
ครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสพิเศษ เมื่อกรมศิลปากรเปิดพระอุโบสถของวัดบวรสถานสุทธาวาสให้ประชาชนเข้าชม ระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ชมฟรี เปิดทุกวัน โดยบางบริเวณอยู่ระหว่างการบูรณะ ใครที่สนใจประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์จึงไม่ควรพลาด เพราะโอกาสที่จะได้เปิดประตูเข้าไปชมสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีบ่อยครั้งนัก
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใดจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “วัดพระแก้ววังหน้า” ก็เพราะวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต พระราชวังบวรสถานมงคล หรือ “วังหน้า” อันเป็นพระราชวังที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพระราชวังบวรสถานมงคลได้รับการสถาปนาขึ้นพร้อมกับการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ และตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลดำรงสืบต่อมาจนถึงรัชกาลที่ ๕ ก่อนจะสิ้นสุดลงเมื่อมีการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารราชสำนักและการจัดระเบียบพระราชวัง
วัดแห่งนี้มีลักษณะพิเศษเช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กล่าวคือเป็นวัดที่อยู่ภายในเขตพระราชวัง จึงไม่มีพระภิกษุจำพรรษาดังเช่นวัดที่เป็นอารามทั่วไป แต่จะมีการนิมนต์พระสงฆ์เข้ามาประกอบพิธีกรรมในวาระต่าง ๆ
เรื่องราวของวัดแห่งนี้ย้อนกลับไปถึงรัชกาลที่ ๑ เดิมบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของ “วัดหลวงชี” ซึ่งสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล โปรดให้สร้างขึ้นสำหรับเป็นที่จำศีลภาวนาของหลวงชีนักนางแม้นและชีบริวาร ต่อมาในรัชกาลที่ ๒ เมื่อไม่มีชีที่เหมาะสมแก่การอุปการะ วัดจึงชำรุดทรุดโทรม และมีการรื้อพื้นที่ปรับเป็นสวนเลี้ยงกระต่าย
กระทั่งรัชกาลที่ ๓ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทรงอุทิศสวนกระต่ายเพื่อสร้างวัดขึ้นใหม่ พระราชทานนามว่า “วัดบวรสถานสุทธาวาส” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยมีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับการเสด็จยกกองทัพไปปราบกบฏเวียงจันทน์ใน พ.ศ. ๒๓๖๘ และการทรงแก้บน
ส่วนพระอุโบสถนั้น เดิมมีพระดำริจะสร้างเป็นยอดปราสาท แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยับยั้งไว้ เนื่องจากไม่เคยมีธรรมเนียมสร้างยอดปราสาทในพระราชวังบวรสถานมงคล จึงเปลี่ยนมาเป็นอาคารหลังคาทรงจตุรมุขแทน
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำเนินการก่อสร้างต่อ และมีการวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์และอดีตพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ รวมถึงภาพเทพเจ้าฮินดูบริเวณหลังบานประตูและหน้าต่าง ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จ
ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืน ปางประทานอภัยสองพระหัตถ์ ส่วนพระพุทธรูปที่เรียกว่า “พระแก้ววังหน้า” ปัจจุบันได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
ด้วยประวัติที่สืบเนื่องตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ผ่านเรื่องราวของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลหลายพระองค์ และการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับหลายรัชกาล “วัดพระแก้ววังหน้า” จึงไม่ใช่เพียงโบราณสถานเก่าแก่แห่งหนึ่ง แต่เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของ “วังหน้า” และประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ได้อย่างมีชีวิต
การเปิดพระอุโบสถในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” ที่กรมศิลปากรจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙
นอกจากวัดพระแก้ววังหน้าแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งที่เปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชม โดยแต่ละแห่งมีช่วงเวลาแตกต่างกัน ดังนี้
📍 อาคารกรมศิลปากรเดิม สนามหลวง (ตรงข้ามวัดพระแก้ว) ชมนิทรรศการพิเศษเรื่องภาพถ่ายเก่าในรัชกาลที่ ๕ “The Memory of King Chulalongkorn ความทรงจำแห่งพระพุทธเจ้าหลวง” เปิดให้ชมระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ชมฟรี เปิดทุกวัน
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดแสดงผลงานของศิลป์ พีระศรี เปิดให้ชมระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์–อังคาร
📍 หอประติมากรรมต้นแบบ เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ชมฟรี เปิดทุกวัน
📍 อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) พิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการชม นิทรรศการเรื่อง “เครื่องโต๊ะ” ซึ่งเปิดเพียงช่วงสั้น ๆ ระหว่างวันที่ ๑๒–๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ ขณะเดียวกันยังสามารถชมนิทรรศการถาวร “ตู้พระธรรมลายทอง” ได้ตามปกติ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ชมฟรี ปิดวันจันทร์–อังคาร
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชมนิทรรศการพิเศษ “สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ” เปิดให้ชมระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ – ๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. มีค่าเข้าชม และปิดวันจันทร์–อังคาร
📍 โรงละครแห่งชาติ จัดการแสดง “ยลสังคีตศิลป์ถิ่นโรงละครแห่งชาติ” โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เปิดการแสดงในวันที่ ๑๒ และ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. โดยบัตรจำหน่ายหมดแล้ว แต่ผู้สนใจยังสามารถชมอาคารโรงละครแห่งชาติภายนอกได้
📍 วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) เปิดให้เข้าชมพระอุโบสถระหว่างวันที่ ๑๒ สิงหาคม – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. ชมฟรี เปิดทุกวัน โดยบางบริเวณปิดเพื่อการบูรณะ
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทย เปิดให้ชมตามปกติ เวลา ๐๙.๐๐–๑๖.๐๐ น. มีค่าเข้าชม และปิดวันจันทร์–อังคาร
ใครที่วางแผนเดินเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ในช่วงนี้ จึงสามารถเลือกเส้นทางให้เหมาะกับวันและเวลาที่ต้องการได้ โดยเฉพาะ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) ที่นิทรรศการ “เครื่องโต๊ะ” เปิดเพียงวันที่ ๑๒–๑๕ สิงหาคม และ โรงละครแห่งชาติ ที่มีการแสดงเพียงวันที่ ๑๒ และ ๒๓ สิงหาคมเท่านั้น ส่วนผู้ที่อยากสัมผัสพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่หาโอกาสเข้าชมได้ยาก ขอแนะนำให้ปักหมุด “วัดพระแก้ววังหน้า” ไว้เป็นพิเศษ เนื่องจากปกติจะไม่ได้เปิดให้เข้าชม
กิจกรรมนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเที่ยวชมสถานที่เก่าแก่ แต่คือการเดินย้อนรอย “รากนครา” ผ่านพื้นที่จริงของกรุงรัตนโกสินทร์ และได้เห็นว่าท่ามกลางเมืองหลวงที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ยังมีมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอีกมากมายที่รอให้เราเข้าไปทำความรู้จัก
นาน ๆ เปิดที ครั้งนี้เปิดแล้ว…คงต้องหาเวลาไปชม “วัดพระแก้ววังหน้า” ให้ได้แล้วล่ะ!!
เรื่อง: กองบรรณาธิการเพจเจริญกรุง
ที่มา: กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
#วัดพระแก้ววังหน้า #วัดบวรสถานสุทธาวาส #วังหน้า #พระราชวังบวรสถานมงคล #รากนครามรรคาแห่งรัตนโกสินทร์ #กรมศิลปากร #กรุงรัตนโกสินทร์ #ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม #เที่ยวกรุงเทพฯ #เจริญกรุง
ที่มา: facebook เพจ เจริญกรุง
”รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์“ เส้นทางท่องเที่ยวทางมรดกวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร
📍 อาคารกรมศิลปากรเดิม สนามหลวง(ตรงข้ามวัดพระแก้ว): นิทรรศการพิเศษเรื่องภาพถ่ายเก่า ร.5 ✨วันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00-16:00 ✨ชมฟรี✨เปิดทุกวัน
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ : จัดแสดงผลงาน ✨วันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00-16:00 ✨ ชมฟรี✨ ปิดจันทร์-อังคาร
📍 อาคารถาวรวัตถุ(ตึกแดง) : นิทรรศการพิเศษเครื่องโต๊ะ ✨วันที่ 12 - 16 สิงหาคม 2569 ✨นิทรรศการถาวรตู้พระธรรมลายทองเปิดให้ชมตามปกติ ✨เวลา 09:00-16:00 ✨ชมฟรี✨ ปิดจันทร์-อังคาร
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร : นิทรรศการพิเศษเรื่องผ้าโบราณ ✨วันที่ 12 สิงหาคม - 4 ตุลาคม 2569 เวลา 09:00-16:00✨ปิดจันทร์-อังคาร
📍 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป์ : จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทย เปิดให้ชมอาคารนิทรรศการ 4 และ 6 ✨ปิดจันทร์-อังคาร
📍 โรงละครแห่งชาติ : การแสดงรายการ “ยลสังคีตศิลป์ถิ่นโรงละครแห่งชาติ” จัดโดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เปิดการแสดงวันที่ 12 และ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ✨จำหน่ายบัตรหมดแล้ว
📍 วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) : เปิดให้เข้าชมพระอุโบสถวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น. ✨บางบริเวณปิดบูรณะ ✨ชมฟรี✨เปิดทุกวัน