JJNY : ไอติมข้องใจไล่ออกจนท. แต่ยกคำร้อง│เท้งยันการเมืองแค่คนดีไม่พอ│หวั่นกติกา“เหล็กเตา IF”│'ทรัมป์'ขออเมริกันรับน้ำมัน

ไอติม ฮึ่มกกต. จ่อใช้กมธ.เรียกสำนวน ข้องใจไล่ออกจนท.รับเงิน แต่ยกคำร้อง ไม่สอบมือโอน-สุขสมรวย ทั้งที่โยงถึง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5847601
.
.
‘พริษฐ์’ จี้ กกต.แจงปม ‘สุรชัย’ รับโอนเงิน 8.6 แสนบาท เหตุใดไม่สอบ ‘ญานี-สุขสมรวย’ เรียกร้องตั้งโต๊ะแถลง-เปิดเอกสารต่อสาธารณะ ลั่น หากไม่เปิด จะเสนอกมธ.องค์กรอิสระฯ เรียกเอกสารพ่วงรายละเอียดการทำงานอนุฯ ชุด 36 หลังขอไป 2 เดือนแต่ยังไม่ได้
.
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เราจะยอมรับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบบนี้กันจริงๆ” โดยมีเนื้อหาว่า
.
ตนอยากให้ลองตั้งสมมุติฐานกันก่อนว่าเราเชื่อทุกสิ่งที่ กกต. พูด (ซึ่งลึกๆ แล้ว จะเชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่อง) เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ปรากฏต่อสาธารณะและที่ได้รับการยืนยันหรือชี้แจงจาก กกต. เกี่ยวกับเส้นเงิน 860,000 บาท สามารถสรุป ได้ดังต่อไปนี้ 1.มีการโอนเงิน 860,000 บาทจริง จากน.ส.ญาณี ปัจจุบันเป็น ส.อบจ.อำนาจเจริญ ไปที่นายสุรชัย อดีตพนักงานสืบสวนของกกต. ในช่วงเมษายน-กรกฎาคม 2567
.
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า 2.ในช่วงโอนเงินน.ส.ญานี ผู้โอนเงิน มีการทำงานและร่วมกิจกรรมกับนางสุขสมรวย วันทนียกุล ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวได้เริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นเป็นหลายปีแล้ว 3.ในช่วงโอนเงิน หรือก่อนโอนเงินเล็กน้อยนายสุรชัย ผู้รับโอนเงิน ทำหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนของ กกต.ที่รับผิดชอบสำนวนคำร้องเรื่องการทุจริตเลือกตั้งส.ส. ของนางสุขสมรวย ในอำนาจเจริญ เขต 1
.
นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า 4.ในช่วงโอนเงิน กกต.มีมติยกคำร้องเรื่องการทุจริตเลือกตั้งส.ส. ของนางสุขสมรวย ในอำนาจเจริญ เขต 1 อ้างอิงคำวินิจฉัย กกต.ที่ 78/2567 วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 และ 5.กกต.เพิ่งมาค้นพบหรือได้ข้อสรุปในปี 2568 ว่านายสุรชัย มีพฤติกรรมในการเรียกรับเงินจริง โดย กกต. มีการพูดถึง 2 กรณี คือกรณีเลือกตั้งท้องถิ่น จ.ตาก ทาง กกต. ได้มีมติไปแล้ว ให้ไล่นายสุรชัยออก และกรณีเลือกตั้ง ส.ส.อำนาจเจริญ ซึ่งเชื่อมโยงกับเส้นเงิน 860,000 บาท ทางคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย มีความเห็นเบื้องต้นว่าควรไล่สุรชัยออกเช่นกัน
.
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า คำถามง่ายๆ คือในเมื่อ กกต. มีความเห็นเบื้องต้นว่านายสุรชัย กระทำความผิดจริง ในการเรียกรับเงิน 860,000 บาท จากน.ส.ญาณี ซึ่งเป็นเครือข่ายนักการเมืองในอำนาจเจริญ ทำไม กกต.จึงไม่สอบสวนน.ส.ญาณี ถ้าผู้รับโอนถูกตัดสินว่าผิด แล้วเหตุใดผู้โอนถึงไม่ถูกสอบสวนหรือตัดสินว่าผิดเช่นกัน และทำไม กกต. ถึงไม่สอบสวนนางสุขสมรวย ยิ่งในเมื่อผู้โอนมีความใกล้ชิดกับนางสุขสมรวย และในเมื่อคำร้องที่นายสุรชัยรับผิดชอบ และที่ กกต. มีมติยกเป็นสำนวนที่เป็นข้อกล่าวหาต่อนางสุขสมรวย
.
ขนาดเราลองทำใจเชื่อ กกต. ทุกคำพูดแล้ว ผมเห็นว่าเรายังทำความเข้าใจได้ยาก ว่าทำไม กกต. ถึงตัดสินใจแบบที่ผ่านมาว่าจะดำเนินการหรือไม่ดำเนินการสอบสวนเรื่องอะไร และไม่แน่ใจว่า กกต. มีข้อเท็จจริงสำคัญอะไรเพิ่มเติมที่ยังไม่ได้ชี้แจงหรือไม่ แต่ผมเห็นว่า กกต. ควรตั้งโต๊ะแถลงเรื่องนี้ และเปิดเผยเอกสารการสอบสวนในทุกระดับสำหรับทุกกรณีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบและสิ้นข้อสงสัย” นายพริษฐ์ ระบุ
.
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า หาก กกต.ไม่เลือกเปิดเอง ในการประชุมสัปดาห์หน้า ตนจะเสนอคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิวาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ให้มีมติเรียกเอกสารดังกล่าวจาก กกต. ตามกลไกทางกฎหมาย และจะขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการทวงถามเอกสารเรื่องการเลือก สว. ที่ กมธ.ขอ กกต. ไปตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้วและยังไม่ได้รับ เช่น รายละเอียดการทำงานของอนุฯ ชุดที่ 36 ในคดีโกง สว. และคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา
.

.
เท้ง เปิดเวทีฝ่ายค้าน ยันการเมืองแค่คนดีไม่พอ ต้องมีกลไกถ่วงดุล ปิดช่องพวกต่อเติมกำแพง ใช้อำนาจมิชอบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5847707
.
เท้ง เปิดเวทีผู้นำฝ่ายค้านฯ พบประชาชน อัดระบบการเมืองไทยไม่เห็นหัวประชาชน ซัด กลไกตรวจสอบถ่วงดุลไร้ประสิทธิภาพ ไม่เชื่อสร้างประเทศที่ดีได้ด้วยคนดี บอกต้องแก้การเมืองให้ตรวจสอบได้ ชี้ องค์กรอิสระไม่อิสระจริง ยังมีที่มาจาก ส.ว.ที่ไม่ยึดโยงประชาชน
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรม “เวทีผู้นำฝ่ายค้าน: แนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดงาน และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร่วมวงเสวนา เรื่องปัญหาของสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และคดีโกง ส.ว.
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นเรื่องดีที่เราจะมาพูดเรื่องใหญ่และปัญหาของประเทศไทยว่าจริงๆ แก่นและรากของปัญหายึดโยงกับประเทศไทย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากภายในและภายนอก หากเรามีความเข้มแข็งจากภายในเราพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ แต่กติกาสูงสุดนั่นคือรัฐธรรมนูญยังไม่ได้เปิดช่องให้เราเข้าไปทำในส่วนนี้ได้ ทุกวันนี้อำนาจรัฐไม่เคยเห็นหัวประชาชน ไม่เคยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตนมีคำถามว่าปัญหาทั้งหมดในประเทศไทย เป็นเพราะประเทศไทยขาดกฎหมาย หรือขาดกระบวนการในการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพกันแน่ และตราบใดที่เรายังมีนักการเมืองมองเห็นปัญหาตรงกัน รู้ว่าประเทศไทยมีกำแพงใหญ่ๆ อะไรบ้าง
.
แต่สุดท้ายที่มาของการเข้าสู่อำนาจสังคมยังคงตั้งคำถามว่า เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่อยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหารพร้อมจะใช้อำนาจของตัวเองทุกอย่างเข้าไปแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่หากเข้าสู่อำนาจแบบไม่ถูกต้อง ก็จะพยายามใช้อำนาจทุกอย่างเข้าไปต่อเติมกำแพงให้หนาขึ้นเพื่อคงสถานะให้อยู่ในตำแหน่งหรือไม่
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีปัญหาภายนอกอื่นๆ เช่น เรื่องทุนเทายึดกุมประเทศไทย สแกมเมอร์ การสวมสิทธิพ่อทิพย์แม่ทิพย์ แต่หากมองย้อนกลับมาแล้วนั้น เป็นเพราะไทยอ่อนแอจากภายในใช่หรือไม่ ทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากประชาชนไม่สามารถไว้วางใจคนที่อยู่ในอำนาจฝ่ายบริหารได้ เราจะสามารถหวังพึ่งใครให้เขามาตรวจสอบถ่วงดุลได้ คำตอบคงหนีไม่พ้นองค์กรอิสระ แต่คำถามตามมาคือเราสามารถเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบขององค์กรอิสระได้หรือไม่ เช่น กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยกคำร้องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ฝ่ายค้านได้ยื่นคำร้องถึงประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ประธานรัฐสภาก็เป็นกลุ่มเดียวกัน
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า กรณีที่วันที่ 26 สิงหาคมนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะเรียกพยานให้ความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ประชาชนสามารถเชื่อมั่นกระบวนการได้อย่างไร เพราะตุลาการฯ ที่มาจากการเลือก สว.ก็ยังคงมีประเด็นการฮั้ว ส.ว. ซึ่งทำให้สังคมตั้งคำถามการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระว่า ที่มาขององค์กรอิสระนั้นทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเป็นอิสระจริงหรือไม่ ซึ่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้มาจาก สว.แต่ปัจจุบัน ส.ว.ก็ยังมีที่มาที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน
.
ผมไม่เชื่อว่าจะสามารถสร้างประเทศที่ดีได้ด้วยคนดีเพียงอย่างเดียว แต่ตราบใดที่กติการัฐธรรมนูญยังเปิดช่องให้คนโกงเข้ามาได้ โดยไม่มีกลไกถ่วงดุลตรวจสอบ ไม่ว่าจะมีคนดีกี่คน ในอนาคตปัญหาต่างๆ ก็ยังคงอยู่ มีเพียงการเปลี่ยนคน เปลี่ยนพรรค เปลี่ยนหน้า หรือเปลี่ยนสี ดังนั้น สุดท้ายจะต้องกลับมาแก้ไขระบบการเมืองให้มีกลไกการถ่วงดุลตรวจสอบได้” นายณัฐพงษ์กล่าว
.

.
หวั่นกติกา “เหล็กเตา IF” แฝงอุ้มทุนใหญ่ ทำประชาชนแบกราคาเหล็ก
https://www.dailynews.co.th/news/6109528/
.
หวั่นกติกา "เหล็กเตา IF" แฝงอุ้มทุนใหญ่ ทำประชาชนแบกราคาเหล็กพุ่งกิโลละ 3 บาท
.
จากกระแสข่าวโจมตี “เหล็กเตา IF” อย่างหนักในช่วงนี้ “อมร อึงสมบูรณ์” อุปนายกสมาคมผู้การค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) เล่าถึงข้อเท็จจริงอีกมุมหนึ่งว่า เรื่องนี้มีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า เทคโนโลยีที่ทำถูกต้องตามกฎหมายและผ่านมาตรฐาน มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตแบบ 100% ทำไมถึงถูกเตะตัดขาหนักขนาดนี้ หรือเบื้องหลังคือความต้องการใช้กติกาเพื่อกำจัดคู่แข่ง เปิดทางให้กลุ่มทุนบางกลุ่มผูกขาดตลาดกันแน่?
.
ทีนี้เราลองมาดูข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมแบบเจาะลึก ที่คุณอมร จะเล่าให้ฟังกันแบบตรงไปตรงมา
.
1. โยนความผิดเรื่องตึก สตง. ถล่ม
.
อมรเล่าว่า การพยายามโยงว่าตึกถล่มเพราะเหล็ก IF นั้นไม่เป็นธรรมและบั่นทอนคนทำงานมาก เพราะนายกรัฐมนตรีและ 4 สถาบันชั้นนำของประเทศ (กรมโยธาธิการและผังเมือง, AIT, จุฬาฯ, พระจอมเกล้าธนบุรี และ วสท.)
.
สรุปชัดเจนแล้วว่าสาเหตุเกิดจาก “เทคนิคก่อสร้างและการออกแบบที่บกพร่อง” (โดยเฉพาะระยะฝังเหล็กเสริมที่ผนังรับแรงเฉือนสั้นกว่าที่กฎหมายกำหนด) ไม่เกี่ยวกับวัสดุเหล็กเส้นเลย
.
นอกจากนี้ ผู้รับเหมาโครงการ (กิจการร่วมค้า ไอทีดี-อาร์อีซีฯ) ยังออกแถลงการณ์ยืนยันว่าก่อสร้างตามแบบเคร่งครัด และวัสดุผ่านการตรวจสอบอนุมัติหมดแล้ว แถมสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เอาเหล็กจากซาก
.
อาคารไปตรวจ ก็ยืนยันว่าผ่านมาตรฐานสูงถึงร้อยละ 95 ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าระบบ IF ไม่ใช่รากฐานของปัญหาโครงสร้างวิบัติตามที่ถูกกล่าวหา
.
2. ทำตาม มอก. 100% แต่โดนดิสเครดิต
.
ความจริงคือ สมอ. เคยทำรายงานการศึกษาตั้งแต่ปี 2558 ยืนยันว่าเทคโนโลยี IF มีศักยภาพผลิตเหล็กผ่านมาตรฐาน มอก. ได้ และปัจจุบันกฎหมาย มอก. 24-2559 บังคับชัดเจนว่าโรงงานเตา IF ต้องมีระบบคัดแยกเศษเหล็ก, และมีกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ เช่น มีเตาปรุงน้ำเหล็ก (ladle furnace) หรือการลดฟอสฟอรัส และการลดกำมะถัน ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการทำตามกติกา 100% จนกำจัดซัลเฟอร์ได้ต่ำสุดถึงร้อยละ 0.002
.
ในมุมวิศวกรรมโลหการ เตา IF ใช้อุณหภูมิหลอมที่ 1,500-1,700 องศาเซลเซียส ก๊าซไนโตรเจนจึงไม่แตกตัวเหล็กมีความเหนียวและทนทานต่อแผ่นดินไหวสูงกว่า (ต่างจากเตาอาร์คไฟฟ้า หรือ EAF ที่ร้อนกว่า 3,000องศาเซลเซียส จนเสี่ยงปนเปื้อนไนโตรเจน 80-120 ppm ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดเหล็กเปราะร้าวแบบลูกอม หรือ Rock candy fracture)
.
3. บิดเบือนข่าวว่าทางการจีนแบน IF
.
อมรอธิบายว่า มีการบิดเบือนมติคณะมนตรีแห่งรัฐจีน (State Council Document No. 6) ปี 2016 ความจริงคือรัฐบาลจีนมีเป้าหมายเพื่อลดกำลังผลิตส่วนเกิน 100-150 ล้านตัน จึงได้สั่งกวาดล้าง “โรงงานเถื่อนทุกประเภท” (Ditiao Gang) ที่หลบเลี่ยงภาษีและไม่ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการลดกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมเหล็กในภาพรวม ซึ่งสำหรับกลุ่ม “โรงงานที่ทำถูกต้องตามมาตรฐาน” แต่ต้องถูกสั่งปิดเพื่อลดกำลังการผลิตส่วนเกินนั้น ทางการจีนก็ได้จ่ายเงินชดเชยให้จากการโดนผลกระทบ เขาไม่ได้สั่งแบนเจาะจงที่ตัวเทคโนโลยี IF ตามที่ถูกนำมากล่าวอ้างเพื่อใช้เป็นข้ออ้างกีดกันทางการค้าเลย ปัจจุบันในระดับสากลและภาคอุตสาหกรรมจีนก็ยังคงใช้เตา IF ขั้นสูงร่วมกับเตาปรุงน้ำเหล็กกันอย่างแพร่หลาย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่