จากหนังที่ประธานาธิบดีถูกลอบยิง(Vantage Point)วันนี้เปลี่ยนมาเป็นความกดดันในหน้าที่ของการเป็นผู้นำประเทศ ถ้าคุณต้องแบกรับหน้าที่ซึ่งนำมาสู่สงคราม คุณจะทำอย่างไร?
จุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ในหลายๆประเทศยินยอมที่จะร่วมมือในการลดระเบิดนิวเคลียร์เพื่อความปลอดภัยของโลก
แต่จะมีผู้นำสักกี่ประเทศที่ยอมทำตาม เมื่อนิวเคลียร์คือเครื่องมือที่ไว้ใช้เพื่อค้านกับประเทศมหาอำนาจในกรณีที่เกิดปัญหาระดับชาติ
ระหว่างในการตรวจเฝ้าระวังประจำฐานทัพแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐ
ได้พบเจอกับขีปนาวุธที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าจอเรดาร์
ทางหน่วยงานทหารได้แจ้งสัญญาเตือนถึงระดับผู้นำของประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยความมั่นคงหรือหน่วยงานอย่างกลาโหมเพื่อตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าขีปนาวุธนี้ไม่ทราบที่มาว่าประเทศใดเป็นคนยิงและมีแนวโน้มที่จะตกในประเทศอเมริกา
โดยมีระยะเวลาเพียง19นาทีให้ตัดสินใจว่าจะแก้ไขอย่างไร
ทางหน่วยงานทหารได้เริ่มต้นอนุมัติยิงจรวดเพื่อขัดขวางนิวเคลียร์ลูกนั้นก่อนที่มันจะตกลงสู่บ้านเกิด
แต่จรวดที่ยิงขึ้นไปสองลูกกับทำงานได้เพียงลูกเดียวและผลลัพธ์ที่คาดหวังกลับล้มเหลว
ขีปนาวุธลูกนั้นยังคงเดินทางต่อเนื่องโดยทางหน่วยงานทหารชี้ชัดได้ว่าจุดกระทบที่จะเกิดคือเมืองชิคาโกพร้อมจะมีคนเสียชีวิต10ล้านคนขั้นต่ำ
การประสานงานกันระหว่างหน่วยงานต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความโกลาหลภายในทำเนียบและหน่วยงานต่างวุ่นวายเพราะคงไม่มีคนไหนที่อยากตายไปพร้อมกับระเบิดลูกนี้ที่กำลังจะเกิด
เหลือเวลาไม่ถึง5นาที
ผู้นำของกองทัพได้ยื่นข้อเสนอให้กับผู้นำประเทศอเมริกาที่มีศัตรูมากมายเพื่อจัดการกับวิกฤตในครั้งนี้โดยเรียกมันว่า “Black Book”
มันคือหนังสือที่รวบรวมคำสั่งทางการทหารเพื่อจัดการลดกำลังทางทหารของประเทศอื่นและเป็นการโต้กลับทางทหาร
ซึ่งตัวหนังสือนี้จะแบ่งระดับการโจมตีเป็นแถบสี
โดยตัวหนังสือมิได้มีหน้าที่เป็นคนตัดสินใจแต่ผู้นำต่างหากที่ต้องเป็นคนเลือก
ผู้นำในหนังเรื่องนี้จะตัดสินใจเลือกอย่างไรในการจัดการกับวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้
ไม่มีใครรู้ว่าขีปนาวุธนี้ยิงจากประเทศไหน?
ถ้าปล่อยให้ถูกโจมตีประเทศอื่นจะขึ้นมามีอำนาจและโจมตีซ้ำหรือไม่?
หรือเราควรจะเริ่มเปิดสงครามก่อนเพื่อลดอำนาจทางทหารของประเทศอื่นและค่อยจัดการเรื่องนี้ที่หลัง?
จุดจบเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรและผมขอบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีการโจมตีหรือแอกชั่นใดๆ มีแต่ความกดดันที่เกิดขึ้น
ถ้าคุณเป็นผู้นำประเทศจะเลือกวิธีไหนดี?
รีวิวหนัง "A House of Dynamite"
จุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ในหลายๆประเทศยินยอมที่จะร่วมมือในการลดระเบิดนิวเคลียร์เพื่อความปลอดภัยของโลก
แต่จะมีผู้นำสักกี่ประเทศที่ยอมทำตาม เมื่อนิวเคลียร์คือเครื่องมือที่ไว้ใช้เพื่อค้านกับประเทศมหาอำนาจในกรณีที่เกิดปัญหาระดับชาติ
ระหว่างในการตรวจเฝ้าระวังประจำฐานทัพแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐ
ได้พบเจอกับขีปนาวุธที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าจอเรดาร์
ทางหน่วยงานทหารได้แจ้งสัญญาเตือนถึงระดับผู้นำของประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยความมั่นคงหรือหน่วยงานอย่างกลาโหมเพื่อตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าขีปนาวุธนี้ไม่ทราบที่มาว่าประเทศใดเป็นคนยิงและมีแนวโน้มที่จะตกในประเทศอเมริกา
โดยมีระยะเวลาเพียง19นาทีให้ตัดสินใจว่าจะแก้ไขอย่างไร
ทางหน่วยงานทหารได้เริ่มต้นอนุมัติยิงจรวดเพื่อขัดขวางนิวเคลียร์ลูกนั้นก่อนที่มันจะตกลงสู่บ้านเกิด
แต่จรวดที่ยิงขึ้นไปสองลูกกับทำงานได้เพียงลูกเดียวและผลลัพธ์ที่คาดหวังกลับล้มเหลว
ขีปนาวุธลูกนั้นยังคงเดินทางต่อเนื่องโดยทางหน่วยงานทหารชี้ชัดได้ว่าจุดกระทบที่จะเกิดคือเมืองชิคาโกพร้อมจะมีคนเสียชีวิต10ล้านคนขั้นต่ำ
การประสานงานกันระหว่างหน่วยงานต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความโกลาหลภายในทำเนียบและหน่วยงานต่างวุ่นวายเพราะคงไม่มีคนไหนที่อยากตายไปพร้อมกับระเบิดลูกนี้ที่กำลังจะเกิด
เหลือเวลาไม่ถึง5นาที
ผู้นำของกองทัพได้ยื่นข้อเสนอให้กับผู้นำประเทศอเมริกาที่มีศัตรูมากมายเพื่อจัดการกับวิกฤตในครั้งนี้โดยเรียกมันว่า “Black Book”
มันคือหนังสือที่รวบรวมคำสั่งทางการทหารเพื่อจัดการลดกำลังทางทหารของประเทศอื่นและเป็นการโต้กลับทางทหาร
ซึ่งตัวหนังสือนี้จะแบ่งระดับการโจมตีเป็นแถบสี
โดยตัวหนังสือมิได้มีหน้าที่เป็นคนตัดสินใจแต่ผู้นำต่างหากที่ต้องเป็นคนเลือก
ผู้นำในหนังเรื่องนี้จะตัดสินใจเลือกอย่างไรในการจัดการกับวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้
ไม่มีใครรู้ว่าขีปนาวุธนี้ยิงจากประเทศไหน?
ถ้าปล่อยให้ถูกโจมตีประเทศอื่นจะขึ้นมามีอำนาจและโจมตีซ้ำหรือไม่?
หรือเราควรจะเริ่มเปิดสงครามก่อนเพื่อลดอำนาจทางทหารของประเทศอื่นและค่อยจัดการเรื่องนี้ที่หลัง?
จุดจบเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรและผมขอบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีการโจมตีหรือแอกชั่นใดๆ มีแต่ความกดดันที่เกิดขึ้น
ถ้าคุณเป็นผู้นำประเทศจะเลือกวิธีไหนดี?