เมื่อญี่ปุ่นเริ่มเผชิญความท้าทาย ปัญหาการจัดหาเชื้อเพลิงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอนาคต

เมื่อญี่ปุ่นเริ่มเผชิญความท้าทาย ปัญหาการจัดหาเชื้อเพลิงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอนาคต

ในอดีต ญี่ปุ่นเคยเป็นลูกค้ารายใหญ่และเป็นลูกค้ารายแรก ๆ ที่ซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดโลก ด้วยความที่จ่ายเงินตรงเวลาและทำสัญญาค้าระยะยาว ทำให้ผู้ขายไว้วางใจ  

แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปมาก เมื่อประเทศจีนแห่ซื้อสะสมปริมาณมาก และฝั่งยุโรปเองก็หันมาทุ่มเงินกว้านซื้อพลังงานแข่งกันเพื่อลดการพึ่งพารัสเซีย ส่งผลให้ตลาดโลกมีการแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น

เมื่อบริษัทพลังงานและโรงไฟฟ้าของญี่ปุ่นพยายามต่อรองราคาหรือจ่ายในราคาที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ผู้ขายจึงเริ่มหันไปขายให้จีนหรือยุโรปที่ให้ราคาสูงกว่า ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มประสบปัญหา "สู้ราคาซื้อไม่ไหว" และเสี่ยงที่จะไม่มีใครอยากขายเชื้อเพลิงให้

สถานการณ์ปัจจุบันที่ญี่ปุ่นกำลังเจอ
พลังงานหมุนเวียนของญี่ปุ่นขยายตัวเร็ว โดยเฉพาะโซลาร์ จนตอนนี้ผลิตไฟฟ้าได้ราว 20% ของทั้งระบบ แต่มาพร้อมกับปัญหาความไม่เสถียรของกำลังผลิตและข้อจำกัดของระบบสายส่ง

ค่าใช้จ่ายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนผ่านระบบรับซื้อไฟฟ้าราคาแน่นอน (FIT) พุ่งสูงมาก โดยปี 2024 สูงถึงประมาณ 4.8 ล้านล้านเยน ซึ่งถูกบวกเข้าไปในค่าไฟบ้านทุกเดือน ทำให้ประชาชนจ่ายแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในตลาด LNG โลก ญี่ปุ่นเคยเป็น “ลูกค้ารายใหญ่” ที่ผู้ขายไว้ใจเพราะจ่ายแน่นอนและทำสัญญายาว แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนซื้อปริมาณมหาศาล ส่วนยุโรปหลังปี 2022 ก็แย่งซื้อ LNG อย่างหนักเพื่อลดพึ่งพารัสเซีย ทำให้ราคาพุ่งและญี่ปุ่นเริ่มสู้ราคาไม่ไหวในการเจรจา

ปัจจุบันปัญหาค่าไฟฟ้าแพงขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นภาระหนักของครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมในญี่ปุ่น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่เป็นเพียง "ฉากเรียกน้ำย่อย (ตัวอย่างเตือนภัย)" ของวิกฤตด้านพลังงานที่รุนแรงกว่าซึ่งอาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทำไมเรื่องนี้ถึงน่ากลัวสำหรับคนทั่วไป
หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อ อีก 10 ปีข้างหน้า ญี่ปุ่นอาจกลายเป็นประเทศที่ “หาซื้อพลังงานไม่ได้” หรือถ้ามีก็ราคาสูงจนเศรษฐกิจและครัวเรือนรับไม่ไหว

วิกฤตค่าไฟที่เห็นตอนนี้ อาจเป็นแค่ “ตัวอย่างย่อย” ของวิกฤตใหญ่ที่กำลังจะมา หากญี่ปุ่นยังไม่มีแผนจัดการพลังงานที่ชัดเจน

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด จึงถูกบีบจากปัจจัยภายนอก เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความสัมพันธ์รัสเซีย–ยุโรป ความต้องการ LNG ในเอเชีย และกลยุทธ์สต็อกของจีน โดยที่ญี่ปุ่นควบคุมได้น้อยมาก

ทางออกที่ญี่ปุ่นพอมี (และทำไมยังทำได้จำกัด)
สิ่งที่ญี่ปุ่นทำได้ตอนนี้คือ พยายามกระจายแหล่งซื้อ เพิ่มปริมาณสำรองแห่งชาติเล็กน้อย และให้พนักงานบริษัทค้าพลังงานเจรจาอย่างหนัก แต่ภาพรวมคือ “ชะตากรรมพลังงานของญี่ปุ่นถูกคนอื่นกุมไว้”

บทความตั้งคำถามว่า ทำไมตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นซึ่งมีเทคโนโลยี เงินทุน และบุคลากร ถึงไม่ขยับแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง และชี้ว่าคำตอบอยู่ที่ “โครงสร้างภายในของอุตสาหกรรมไฟฟ้าญี่ปุ่น” เอง (แต่บทความนี้ยังไม่ลงรายละเอียดส่วนนั้น)

สรุป
ญี่ปุ่นพึ่งพาพลังงานนำเข้ามาก แต่ตอนนี้เริ่ม “สู้ราคาไม่ไหว” เพราะจีนและยุโรปแย่งซื้อและยอมจ่ายแพงกว่า
ค่าไฟที่สูงขึ้นทุกเดือน ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนที่แพงมาก
หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ญี่ปุ่นเสี่ยงจะกลายเป็นประเทศที่แม้พัฒนาแล้ว แต่ต้องจ่ายค่าพลังงานแพงจนเศรษฐกิจและประชาชนต้องเหนื่อยหนัก

#อ่านข่าวนี้แล้วจำได้ว่ามีการแย่งก๊าซธรรมชาติกันจริงๆ แหละ ทางยุโรปเองก็ต้องการปริมาณที่เพียงพอเพื่อให้ผ่านหน้าหนาว ทางญี่ปุ่นเองก็ต้องใช้พลังงานซึ่งก็คงต้องหาวิธีต่างๆ ในการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานอ่ะนะ
ที่มา (เอไอสรุป) news.yahoo.co.jp
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่