JJNY : 6in1 ไอซ์ถามไชยชนก│กมธ.ปภ.เชิญสุชาติ│วีระยุทธชง 2 ยุทธศาสตร์│ชาวนาประสบภัยแล้ง│เกษตรกรปลาดุกโอด│ไทยติดโผช่วยจีน

ไอซ์ ถามไชยชนก จะไม่ให้คิดถึงได้ไง ? เงินตั้ง 1.6 พันล้าน ร่ายยิบกมธ.ก็ไม่มา เอกสารรับปากก็ไม่ส่งให้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5847174
.

.
ไอซ์ ถามไชยชนก จะไม่ให้คิดถึงได้ไง ? เงินตั้ง 1.6 พันล้าน ร่ายยิบกมธ.ก็ไม่มา เอกสารรับปากก็ไม่ส่งให้
.
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
ตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนตั้งแต่เปิดโปงพิรุธในโครงการ TH-AI Passport มีผู้ชาย 2-3คน ที่ดิฉันมักจะคิดถึงอยู่เสมอ และหลอกหลอนดิฉันทั้งยามตื่นยามนอน
.
นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ อดีตประธานคณะร่าง TOR โครงการ TH-Ai Passport ซึ่งปัจจุบันหลังจากที่ดันโครงการนี้ใกล้จะสำเร็จ ก็ได้ดิบได้ดีเลื่อนขั้นเป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวง ในครั้งแรกที่มาชี้แจงในกรรมาธิการติดตามงบประมาณยังไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง ท่านได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการตอบคำถาม ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก แต่พอเลื่อนตำแหน่งแล้ว ลีลาการพูดเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ เริ่มตอบไม่ตรงคำถาม เริ่มแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจคำถาม ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ท่านเปลี่ยนไป
.
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี คนนี้คือขวัญใจอันดับหนึ่งของฉันเลย ปลื้มเป็นส่วนตัว ถ้าคุณจะหาผู้ใต้บังคับบัญชาสักคนที่ทุ่มเททำงานต้องหาให้ได้แบบที่คุณพชร ทำให้คุณไชยชนก ทุกเวทียอมพลีกายถวายหัวปกป้องโครงการให้นายแบบสุดชีวิต พูดอะไรก็ได้ตรรกะป่วยแค่ไหนก็ยอม ท่านนี้อนาคตไกล เพราะยิ่งแสดงออกว่าสามารถถอดตรรกะเหตุผลออก แล้วทำงานตามโปรแกรมคำสั่งได้ดีเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ภายใต้ #ระบอบสีน้ำเงิน ยังเหลืออายุราชการอีกยาว รอย้ายไปอยู่กระทรวงปัง ๆ ผลประโยชน์เยอะ ๆ อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน
.
นายไชยชนก ชิดชอบ จะไม่ให้คิดถึงได้ยังไง เชิญไปทุกครั้ง ไม่เคยปรากฏตัว โครงการที่ตัวเองหมายมั่นปั้นมือว่าอยากทำผลงาน พอถูกจี้ถามบอกว่าในกระบวนการผมไม่เกี่ยว รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะส่งเอกสารให้กรรมาธิการพิจารณา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ส่ง ส่งไม่ครบ ส่งมาก็คาดสีดำ
.
ดิฉันยังนึกสงสัยอยู่ว่า ถ้าจะเชิญท่านมาชี้แจงนอกจากทำหนังสือถึงตัวท่านแล้ว ยังต้องทำหนังสือถึงผู้ปกครองท่านด้วยหรือไม่ เพราะทุกครั้งที่เจอกันในสภาดูเหมือนท่านจะยืนคุยตัวต่อตัวไม่ได้ ต้องมีผู้คุ้มครองมาคอยดูแลอยู่เสมอ จริง ๆ แล้วดิฉันอนุญาตได้นะคะ ในการชี้แจงกับกรรมาธิการหากจะต้องมีคนคอยประคบประหงม คอยบอกให้ก้าวเท้าไหน กระซิบว่าให้พูดอะไร ก็ยินดี หากทำให้ท่านคลายกังวลและยอมมาได้
.
การพิจารณาครั้งล่าสุดใน กรรมาธิการติดตามงบประมาณ หายหน้าไปพร้อมกันทั้ง 3 คน คุณไชยชนกไม่มา มอบให้ปลัดดีอีพชรมาแทน ปลัดดีอีพชรก็ไม่มา มอบให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงธีรวุฒิมาแทน ผู้ตรวจราชการกระทรวงธีรวุฒิก็ยังไม่มาอีก มอบให้คณะกรรมการ TOR มาแทน แล้วก็ไม่มีใครตอบอะไรได้เลย แล้วจะไม่ให้คิดถึงได้อย่างไร เงินตั้ง 1,600ล้าน.
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/1071255495436210?ref=embed_post
.

.
กมธ.ปภ. ออกหนังสือเชิญ สุชาติ ถกแก้น้ำพิษข้ามแดน ยินดีปรับเวลารอรมต.มาฟังปัญหาปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5847019
.
กมธ.ปภ. ออกหนังสือเชิญ ‘สุชาติ’ ร่วมถกแก้ปัญหาน้ำพิษข้ามแดน 19 ส.ค. ลั่น มีข้อมูลพร้อมทุกอย่างอยู่ที่รมต.จะมารับข้อมูลหรือไม่ บอกยินดีปรับเวลาประชุมรอรัฐมนตรี มารับฟังปัญหาปชช.
.
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือเชิญนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามแดนด้วยตัวเอง ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า โดยการประชุมดังกล่าวมีวาระสำคัญในการหารือประเด็นข้อกำหนดการทำงาน (TOR) ระหว่างไทย-เมียนมา รวมถึงแนวทางการจัดการปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ซึ่งปัจจุบันกำลังสร้างผลกระทบอย่างหนักและเรื้อรังต่อพี่น้องประชาชน ทั้งในมิติของทรัพยากรน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ และเศรษฐกิจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับจากรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ในหนังสือเชิญระบุทางเลือกไว้ชัดเจนว่า หากรัฐมนตรีติดภารกิจไม่สะดวกในวันดังกล่าว ขอให้แจ้งวันและเวลาที่สะดวกกลับมาได้ทันที ทางคณะอนุกมธ.ฯ ยินดีปรับเวลาการประชุมให้สอดคล้องกับตารางงานของนายสุชาติ
.
การทำงานในวันนี้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ข้อมูลทุกอย่างทางอนุกรรมาธิการฯ เตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว อยู่ที่ท่านรัฐมนตรีจะมารับข้อมูลเพื่อนำไปดำเนินการต่อหรือไม่เท่านั้น” นายภัทรพงษ์ กล่าว
.

.
วีระยุทธ ชง 2 ยุทธศาสตร์ ฟื้นศก. เตือน นักลงทุนเสี่ยงย้ายฐาน หากไม่เร่งอุดช่องว่างไฟฟ้าสะอาด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5846607
.
‘กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ’ จัด Growth Forum ‘วีระยุทธ’ ชง 2 ยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจ เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด-ปั้นอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ เตือนไทยเสี่ยงเสียทุน หากไม่เร่งอุดช่องว่างไฟฟ้าสะอาด ชี้ยุค No Green No Growth
.
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร จัดเสวนา Growth Forum ในหัวข้อ Renew-able Thailand: ฟื้นเศรษฐกิจไทย เปลี่ยนผ่านพลังงานใหม่ สร้างอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์
.
โดยนายวีระยุทธ กล่าวว่า ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและเวลา ประเทศไทยไม่ควรตื่นตระหนกจนดำเนินนโยบายลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) ทุกรูปแบบอย่างไร้ทิศทาง แต่ควรใช้วิธีจัดลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยเสนอ 2 จุดยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการสร้างห่วงโซ่อุปทานเครื่องมือแพทย์ ชี้ต้องไปให้ไกลกว่า Wellness Center ที่เป็นเพียงบริการปลายน้ำ สู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ลดภาระนำเข้าในยุคสังคมสูงวัย
.
นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า เมื่อโลกก้าวสู่ยุค No Green No Growth สำหรับประเด็นด้านพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญจากรายงานการศึกษาในความร่วมมือระหว่างทางวิชาการระหว่าง กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจฯ และโครงการพลังงานสะอาดเข้าถึงได้และมั่นคงสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันกติกาการค้าโลกได้เปลี่ยนไป มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมีความเข้มงวดขึ้นจนเข้าสู่ยุค No Green No Growth หากไม่มีพลังงานสะอาด เศรษฐกิจก็ไม่สามารถเติบโตได้
.
นายวีระยุทธ กล่าวด้วยว่า จากการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจกว่า 215 บริษัท รายงานพบว่าข้อจำกัดสำคัญคือช่องว่างไฟฟ้าสะอาด ที่ไทยยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนักลงทุนได้ ปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสะอาดประมาณ 30 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี แต่ในอีก 4 ปีข้างหน้า ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมจะพุ่งสูงถึง 90 หน่วย และจะเพิ่มเป็นเกือบสองเท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า
.
หากรัฐบาลไม่เร่งอุดช่องว่างนี้ ไทยอาจสูญเสียโอกาสครั้งใหญ่ นักลงทุนเดิมที่มีศักยภาพอาจตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นที่พร้อมกว่า ขณะเดียวกัน ทุนใหม่ที่มีคุณภาพก็จะไม่เข้ามาลงทุน ส่งผลให้เหลือเพียงกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานฟอสซิลและไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเข้ามาแย่งพื้นที่ลงทุนแทน” นายวีระยุทธ กล่าว
.
นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า นโยบายต้องคราฟต์ตามความต้องการที่แตกต่างกัน อีกประเด็นที่เราให้ความสำคัญคือ การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จเดียวกับทุกอุตสาหกรรมได้ นโยบายของรัฐจำเป็นต้องมีการคราฟต์ โดยออกแบบให้สอดรับกับความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ที่เป็นกลุ่ม SME อาจต้องการช่องทางการเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดที่หลากหลาย ในขณะที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่งใช้พลังงานสูง ต้องการไฟฟ้าสะอาดในปริมาณมากและมีความเสถียรเพื่อรองรับกระบวนการผลิต
.
นายวีระยุทธ กล่าวด้วยว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานระดับโครงสร้าง ต้องมองข้ามไปไกลกว่าเพียงการสนับสนุนสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปหรือการส่งเสริมรถยนต์ EV แต่ต้องมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาด ในระบบอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนฟอสซิล ควบคู่ไปกับการออกแบบกลไกและกฎระเบียบที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการดึงขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศกลับคืนมา
.

.
เกษตรกรปลาดุกโอดราคาดิ่งเหลือ 18 บาท ไร้พ่อค้ารับซื้อ วอนเร่งหาทางช่วย
.
เกษตรกรปลาดุกโอดราคาดิ่ง เหลือ 18 บาท ไร้พ่อค้ารับซื้อ วอนเร่งหาทางช่วยเหลือก่อนขาดทุนหนัก
.
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในพื้นที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เดือดร้อนหนัก หลังราคาปลาดุกตกต่ำต่อเนื่อง จากเดิมเคยขายได้กว่า 40 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเพียง 18 บาท ขณะที่พ่อค้าคนกลางไม่เข้ารับซื้อ ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าอาหารปลาและต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น บางรายถึงขั้นไม่มีเงินซื้ออาหารปลา วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาตลาดและช่วยพยุงราคา โดยนางสาวรุ่งตะวัน สนสุทธิ อายุ 52 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในพื้นที่โพธาราม พร้อมด้วยเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก เข้าร้องเรียนต่อนายจรูญ ผลขำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลชำแระ อำเภอโพธาราม เพื่อขอให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน 
.
นางสาวรุ่งตะวัน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ราคาปลาดุกอยู่ในระดับที่สามารถเลี้ยงต่อได้ แต่ปัจจุบันราคาปรับลดจากประมาณ 40 บาท เหลือ 35 บาท และลดลงเหลือเพียง 18 บาทต่อกิโลกรัม ที่หนักกว่านั้นคือแม้จะยอมขายในราคาต่ำ แต่กลับไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ บางครั้งพ่อค้านัดให้ลากปลาเตรียมไว้ แต่กลับไม่มาตามนัด ทำให้เกษตรกรต้องเสียค่าแรงและปลาเสียหาย ต้องปล่อยกลับลงบ่อนอกจากนี้ ค่าอาหารปลายังเป็นต้นทุนสำคัญ เฉลี่ยประมาณ 5,000 บาทต่อบ่อ ขณะที่ปลายังต้องกินอาหารทุกวัน หากลดอาหารปลาจะผอมและขายไม่ได้ ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต่อเนื่อง บางรายถึงขั้นต้องนำทรัพย์สินไปค้ำประกันเพื่อหาเงินมาซื้ออาหารปลา
.
ด้านนายจรูญ ผลขำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลชำแระ กล่าวว่า ปัญหาขณะนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องราคาปลาตกต่ำ แต่คือ “ไม่มีคนจับและไม่มีคนรับซื้อ” แม้จะมีผู้บริโภคอยู่ก็ตาม เมื่อพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อ บางครั้งกลับให้เกษตรกรลากปลาเตรียมไว้ แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายกลับไม่มารับ ส่งผลให้ปลาเกิดความเสียหายและเกษตรกรขาดทุนเพิ่มขึ้น นายจรูญ กล่าวว่า ได้แจ้งปัญหาให้ประมงอำเภอและประมงจังหวัดรับทราบแล้ว แต่ต้องการให้มีการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการหาแหล่งรับซื้อและเชื่อมโยงตลาดให้กับเกษตรกร เพราะปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตำบลชำแระหรืออำเภอโพธาราม แต่ยังพบในพื้นที่อื่น รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งมีเกษตรกรเลี้ยงปลาดุกจำนวนมาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่