ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปเยอะมากแบบที่บางทีก็เพิ่งมาสังเกตตัวเองเหมือนกันค่ะ
เมื่อก่อนเป็นคนที่คิดเยอะมาก แค่อีกฝ่ายตอบแชตช้าก็เอากลับมานั่งคิดแล้วว่าเราพูดอะไรผิดหรือเปล่า หรือทำไมเขาดูเปลี่ยนไป
แต่พอโตขึ้นเรื่อย ๆ กลับรู้สึกว่าบางเรื่องมันไม่ได้จำเป็นต้องมีคำตอบทุกอย่างแล้ว
เราเริ่มปล่อยผ่านกับเรื่องที่เมื่อก่อนเอามาใส่ใจจนตัวเองเหนื่อย เริ่มเข้าใจว่าคนเรามีวันที่ดีและวันที่แย่เหมือนกัน
บางทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายความรู้สึกเรา เพียงแต่เขาก็มีเรื่องของเขาที่เราไม่รู้เหมือนกัน
ที่แปลกคือพอเราเลิกพยายามรักษาความสัมพันธ์ทุกความสัมพันธ์ด้วยตัวเอง กลับรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะมาก
คนที่อยากอยู่ด้วยเขาก็ยังอยู่โดยที่เราไม่ต้องพยายามมากมาย ส่วนคนที่ค่อย ๆ หายไปจากชีวิตก็กลายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้มากขึ้น
เมื่อก่อนคิดว่าการเสียใครสักคนไปคือความล้มเหลว แต่ตอนนี้กลับมองว่าบางครั้งการเดินออกจากชีวิตกันก็อาจเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย
เราไม่จำเป็นต้องเกลียดกัน ไม่จำเป็นต้องมีใครผิดใครถูก แค่วันหนึ่งความสัมพันธ์นั้นมันเดินมาถึงทางที่ต่างคนต่างต้องไปก็เท่านั้นเอง
ช่วงนี้เลยพยายามกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองมากขึ้น หาเวลาไปกินของอร่อย ดูหนังคนเดียว เดินห้างคนเดียว
หรือบางวันก็แค่อยู่ห้องเปิดเพลงเบา ๆ แล้วไม่ต้องคุยกับใครเลย กลายเป็นว่าความสุขแบบธรรมดา ๆ พวกนี้กลับทำให้รู้สึกดีกว่าการพยายามทำให้ทุกคนพอใจเสียอีก ตอนนี้เลยอยากใช้ชีวิตแบบไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร
และไม่ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองมีค่ากับคนที่ไม่ได้เห็นคุณค่าของเราแล้วค่ะ
ช่วงนี้เพิ่งเข้าใจว่าการปล่อยบางคนออกจากชีวิต ไม่ได้แปลว่าเราใจร้าย
เมื่อก่อนเป็นคนที่คิดเยอะมาก แค่อีกฝ่ายตอบแชตช้าก็เอากลับมานั่งคิดแล้วว่าเราพูดอะไรผิดหรือเปล่า หรือทำไมเขาดูเปลี่ยนไป
แต่พอโตขึ้นเรื่อย ๆ กลับรู้สึกว่าบางเรื่องมันไม่ได้จำเป็นต้องมีคำตอบทุกอย่างแล้ว
เราเริ่มปล่อยผ่านกับเรื่องที่เมื่อก่อนเอามาใส่ใจจนตัวเองเหนื่อย เริ่มเข้าใจว่าคนเรามีวันที่ดีและวันที่แย่เหมือนกัน
บางทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายความรู้สึกเรา เพียงแต่เขาก็มีเรื่องของเขาที่เราไม่รู้เหมือนกัน
ที่แปลกคือพอเราเลิกพยายามรักษาความสัมพันธ์ทุกความสัมพันธ์ด้วยตัวเอง กลับรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะมาก
คนที่อยากอยู่ด้วยเขาก็ยังอยู่โดยที่เราไม่ต้องพยายามมากมาย ส่วนคนที่ค่อย ๆ หายไปจากชีวิตก็กลายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้มากขึ้น
เมื่อก่อนคิดว่าการเสียใครสักคนไปคือความล้มเหลว แต่ตอนนี้กลับมองว่าบางครั้งการเดินออกจากชีวิตกันก็อาจเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย
เราไม่จำเป็นต้องเกลียดกัน ไม่จำเป็นต้องมีใครผิดใครถูก แค่วันหนึ่งความสัมพันธ์นั้นมันเดินมาถึงทางที่ต่างคนต่างต้องไปก็เท่านั้นเอง
ช่วงนี้เลยพยายามกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองมากขึ้น หาเวลาไปกินของอร่อย ดูหนังคนเดียว เดินห้างคนเดียว
หรือบางวันก็แค่อยู่ห้องเปิดเพลงเบา ๆ แล้วไม่ต้องคุยกับใครเลย กลายเป็นว่าความสุขแบบธรรมดา ๆ พวกนี้กลับทำให้รู้สึกดีกว่าการพยายามทำให้ทุกคนพอใจเสียอีก ตอนนี้เลยอยากใช้ชีวิตแบบไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร
และไม่ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองมีค่ากับคนที่ไม่ได้เห็นคุณค่าของเราแล้วค่ะ