รีวิวหนัง "Vantage Point เสี้ยววินาทีสังหาร"

จากหนังค่ายนาวิก(Boots)มาสู่หนังคุ้มกันอารักขาเพื่อความปลอดภัยของประธานาธิบดีกันบ้าง โดยตัวเนื้อเรื่องใช้เวลาแค่ชั่วโมงครึ่งกว่าๆซึ่งถือไม่นานมากนัก แต่ตอนต้นอาจจะวนซ้ำไปมาสักเล็กน้อยเนื่องจากตัวหนังจะเล่าเรื่องของแต่ละคนที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์แต่ตอนสุดท้ายสามารถเชื่อมโยงได้เป็นอย่างดี




เรื่องราวของเจ้าหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญอย่าง “โทมัส บาร์นส์” ที่เคยมีโอกาสเอาตัวรับกระสุนแทนประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในครั้งก่อน
ทำให้ในตอนนี้เขาได้รับโอกาสอีกครั้ง ณ ประเทศสเปน ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างผู้นำประเทศต่างๆในเรื่องการหยุดยั้งการก่อการร้าย

แต่ด้วยจากเหตุการณ์ครั้งก่อน ทำให้เขามีอาการบางอย่างติดตามมาด้วย แต่ตัวของบาร์นส์เองก็ยังบังคับร่างกายให้ทำงานตามหน้าที่ได้อย่างปกติแม้มีบางครั้งที่โรคนี้กำเริบและระแวงระวังไปจนเกินเหตุ

ระหว่างที่ประธานาธิบดีสหรัฐกำลังกล่าวปราศรัยอยู่หน้าโพเดียม เสียงกระสุนปืนได้ดังขึ้นและผู้นำสหรัฐก็ล้มลง
เหตุการณ์ต่างเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและวุ่นวาย

เจ้าหน้าที่บาร์นส์ได้ตรวจสอบพื้นที่และพบชายคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้าหาประธานาธิบดีของตนจึงได้เข้าห้ามไว้และหาต้นตอที่แท้จริงว่าใครคือผู้ก่อการร้าย

ระหว่างที่เขากำลังตามล่าหาความจริงอยู่นั้น
บาร์นส์พบว่าใต้ฐานโพเดียมยังมีระเบิดอยู่ใต้นั้นเพียงแค่ชั่วอึดใจเสียงระเบิดได้ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
นี่ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับมือปืนแต่มันคือการก่อการร้ายต่างหาก

ห้าตัวละครที่หนังพยายามแสดงให้เห็นถึงมุมมองและการเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร

นักท่องเที่ยวชาย - ถ่ายวิดีโอตลอดและทำให้บาร์นส์พบอะไรบางสิ่ง
ประธานาธิบดี - เพื่อความปลอดภัยจึงได้ทำอะไรบางสิ่งก่อนไปที่เกิดเหตุ
บาร์นส์ - อาการติดตัวที่เกิดขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่องาน
ชายหนุ่มคนหนึ่ง - อ้างตัวเป็นตำรวจแต่มาส่งมอบอะไรบางสิ่งให้กับใครสักคน
ผู้ก่อเหตุ - ประสานงานทุกฝ่ายเพื่อก่อการร้ายอย่างเป็นขั้นตอน

ทุกอย่างจะเชื่อมโยงกันอย่างไร ตัวหนังจะพาทุกคนไปไขเรื่องนี้จากมุมมองตัวละครต่างกันแต่อยู่ในเรื่องเดียวกัน 

ปล.หนังจะพาคุณผู้ชมย้อนไปมา สำหรับผมแล้วเฉยๆแต่ใครที่ดูแล้วบางทีอาจจะไม่ชอบหนังสไตล์นี้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่