จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? ถ้า “นอนกลางวันหลังรับประทานอาหารเป็นประจำ” ติดต่อกันนาน 3 เดือน?

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ช่วงเวลาประมาณ 12.00-14.00 น. เป็นช่วงที่นาฬิกาชีวภาพของร่างกายเข้าสู่ “จุดพลังานต่ำ” ทำให้เกิดอาการง่วงนอนตามธรรมชาติ ประกอบกับหลังรับประทานอาหาร ร่างกายจะส่งเลือดไปยังกระเพาะอาหารมากขึ้นเพื่อช่วยย่อยอาหาร จึงอาจทำให้รู้สึกง่วงในช่วงเวลาดังกล่าว


หากนอนกลางวันอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน ร่างกายอาจได้รับประโยชน์หลายด้าน โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ 4 ประการ ดังนี้

1. สมองได้พักผ่อน ลดความเหนื่อยล้า
การทำงานอย่างหนักและมีความเครียดเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทำให้ระบบประสาทต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง จนอาจเกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และขาดสมาธิในช่วงบ่าย

การงีบหลับช่วงสั้น ๆ ช่วยให้ร่างกายและสมองมีเวลาฟื้นตัว จึงอาจช่วยลดอาการง่วงนอน เพิ่มสมาธิ และช่วยให้ตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้นเมื่อกลับไปทำงาน



2. ช่วยสนับสนุนระบบเผาผลาญ
มื้อกลางวันให้พลังงานในปริมาณมากแก่ร่างกาย แต่หากรับประทานอาหารเสร็จแล้วนั่งทำงานต่อเป็นเวลานาน ร่างกายอาจรู้สึกหนัก อืดอัด และเฉื่อยชา

การพักผ่อนช่วงกลางวันที่เหมาะสมช่วยให้อวัยวะต่าง ๆ ได้ผ่อนคลายหลังจากกระบวนการย่อยอาหาร และอาจช่วยให้ร่างกายควบคุมกระบวนการเผาผลาญและระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

ผลที่ตามมาคือ อาการอ่อนเพลียและเฉื่อยชาหลังรับประทานอาหารอาจลดลง ทำให้รู้สึกสดชื่นและตื่นตัวมากขึ้นเมื่อเริ่มต้นช่วงบ่าย

3. ช่วยรักษาจังหวะการนอนให้สม่ำเสมอ และอาจช่วยให้นอนหลับตอนกลางคืนได้ดีขึ้น
ผู้ที่มักนอนดึกหรือนอนหลับไม่เพียงพอในเวลากลางคืน อาจรู้สึกง่วงและไม่มีพลังงานในช่วงบ่ายของวันถัดมา

ในกรณีดังกล่าว การงีบหลับช่วงสั้น ๆ ในตอนกลางวันอาจช่วยฟื้นฟูพลังงานบางส่วน ลดความเหนื่อยล้า และช่วยให้ร่างกายยังคงตื่นตัวในช่วงเวลาที่เหลือของวัน



4. ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงและความดันโลหิตมีเสถียรภาพ
แรงกดดันจากการทำงานและความเครียดเป็นเวลานาน อาจทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานภายใต้ภาวะกดดัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความดันโลหิต

ช่วงพักกลางวันจึงเปรียบเสมือน “ช่วงเวลาหยุดพัก” ที่ช่วยให้ร่างกายหลุดออกจากภาวะตึงเครียดชั่วคราว ทำให้ระบบประสาทและหลอดเลือดได้ผ่อนคลาย และช่วยลดภาระการทำงานของหัวใจ

หากพักกลางวันอย่างเหมาะสมเป็นเวลานาน อาจช่วยลดความผันผวนของความดันโลหิตในแต่ละวัน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น



อย่างไรก็ตาม แม้การนอนกลางวันจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกสดชื่นหลังตื่นนอน หากตื่นแล้วกลับยังรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย อาจเป็นเพราะกำลังทำพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เหมาะสม เช่น

นอนทันทีหลังรับประทานอาหาร: กระเพาะอาหารกำลังบีบตัวอย่างหนักเพื่อย่อยอาหาร การนอนหงายทันทีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการกรดไหลย้อน ท้องอืด และอาหารไม่ย่อย ทั้งยังอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง จึงแนะนำให้เดินเบา ๆ ประมาณ 10-15 นาทีหลังรับประทานอาหาร
นอนนานเกิน 60 นาที: ร่างกายอาจเข้าสู่ช่วงหลับลึก ทำให้เมื่อตื่นขึ้นมาเกิดอาการมึนงงคล้าย “หลุดจากเวลา” รวมถึงอาจมีอาการปวดศีรษะ เหนื่อยล้า และเฉื่อยชาตลอดช่วงบ่าย
ฟุบหลับบนโต๊ะ: ท่านอนลักษณะนี้อาจกดทับบริเวณทรวงอก ปอด และหลอดเลือดบริเวณลำคอ รวมถึงขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ควรเลือกนอนราบบนเตียง หรือเอนหลังให้ลึกกับเก้าอี้ที่มีพนักพิงและส่วนรองศีรษะที่สบายแทน
🌺ที่มา kenh14.vn🌺🌺🌺🌺🌺🌺

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่