เด็กไทยธรรมดา สู่ Bush Pilot คนแรกใน Susi Air อินโดนีเซีย... แชร์พิมพ์เขียวเส้นทางเรียนบินอเมริกา

กระทู้นี้ผมตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ เพื่อนๆ หรือใครก็ตามที่กำลังฝันอยากเป็น นักบินพาณิชย์ แต่รู้สึกว่าหนทางในไทยมันดูตันๆ หรือคิดว่าถ้าไม่ได้ทุนสายการบิน (SP) หรือไม่มีเงินระดับร้อยล้าน คงไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้าสู่สมรภูมินี้
ผมอยากเอาเรื่องราวของรุ่นน้องคนไทยคนหนึ่งชื่อ "น้องพล" ที่เพิ่งไปสร้างประวัติศาสตร์บินนอกกรอบในเวทีอินเตอร์มาเล่าให้ฟังครับ เรื่องนี้ไม่ได้มาอวยว่าเส้นทางนี้มันง่ายนะครับ... บอกเลยว่ายากจริง แต่มันพิสูจน์ว่าเด็กไทยถ้าเลือกเดินถูกทาง ก็ไปได้ไกลระดับสากลจริงๆครับ

รู้จักกับ Susi Air น่านฟ้าที่ได้ชื่อว่าดุดันที่สุดในอาเซียน
ถ้าใครชอบดูสารคดีของช่อง Discovery Channel น่าจะคุ้นเคยกับสายการบิน Susi Air ประเทศอินโดนีเซียกันดีครับ สายการบินนี้ทำธุรกิจแนว Bush Flying / Charter Flight ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความดิบ ท้าทาย และเสี่ยงตายสูงมาก
เพราะหน้าที่หลักคือการขับเครื่องบินใบพัดลัดเลาะผ่านเทือกเขาสูงชัน บินข้ามเกาะ และต้องแลนดิงบนรันเวย์ดินร่วนหรือรันเวย์สั้นจู๋บนยอดเขาที่ไม่มีระบบนำทางใดๆ (ใช้สายตามองและประเมินสดๆ หรือ Visual Flight ล้วนๆ) พลาดเซนติเมตรเดียวคือเหวครับ สภาพอากาศก็แปรปรวนแบบนาทีต่อนาที นักบินที่นี่เกือบทั้งหมดเป็นฝรั่งบ้าพลังจากยุโรป อเมริกา และนิวซีแลนด์ ที่ยอมมาบินเพื่อเก็บชั่วโมงบินในสมรภูมิจริง

แต่วันนี้ "น้องพล ฝ่าด่านหินเข้าไปทำงานเป็น First Officer คุมเครื่องบินใบพัด Cessna Grand Caravan ของที่นั่นได้สำเร็จครับ

🇺🇸 กว่าจะไปถึงจุดนั้น... โดนอะไรมาบ้าง? (พิมพ์เขียวการเรียนบินอเมริกา)
เส้นทางของน้องพลไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ใช้วิธีวางแผนระบบการเรียนที่เป็นสากลครับ:
1. คว้าพาสปอร์ตการบินระดับโลก (FAA License)
น้องพลเลือกเส้นทางบินไปเรียนหลักสูตรนักบินพาณิชย์ [FAA CPL] ที่อเมริกา (รัฐฟลอริดา) ความโหดของการเรียนที่นู่นคือ คุณต้องคุยวิทยุการบินภาษาอังกฤษกับหอบังคับการบินฝรั่งท่ามกลางน่านฟ้าที่การจราจรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก วันแรกๆ คือฟังไม่ทัน โดนฝรั่งดุผ่านวิทยุก็มี แต่ข้อดีคือระบบของ FAA มันบังคับให้เราต้องเก่ง ยืดหยุ่น และเอาตัวรอดให้ได้โดยอัตโนมัติ
2. แผนต่อยอดสะสมชั่วโมงบินแบบไม่รอโชคชะตา
พอน้องพลจบหลักสูตรการบินมา แทนที่จะกลับมารอสอบสายการบินในไทยที่มีการแข่งขันสูง น้องพลใช้วิธีสอบใบอนุญาตเป็นครูสอนการบิน (CFI) เพื่อทำงานปั๊มชั่วโมงบินสะสมในต่างแดนควบคู่ไปกับการเรียนปริญญาตรีที่ Embry-Riddle มหาวิทยาลัยการบินระดับโลก
3. โปรไฟล์ข้ามทวีป
เมื่อโปรไฟล์ของน้องพลพ่วงทั้ง "ใบอนุญาต FAA" + "ชั่วโมงบินครูการบินในอเมริกาที่แน่นปึ้ก" + "ดีกรี Embry-Riddle" มันจึงกลายเป็นคุณสมบัติระดับท็อปที่สายการบินสากลต้องการ พอร่อนใบสมัครไปปุ๊บ Susi Air เลยคว้าตัวเข้าทำงานทันทีโดยไม่ต้องจำกัดโอกาสอยู่แค่ในประเทศไทยเลยครับ

จากที่ผมได้ศึกษาเส้นทางของน้องพล สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราไปรอดในต่างแดนมีอยู่ 3 ข้อครับ:
ภาษาอังกฤษและความรู้ต้องแน่นตั้งแต่วันแรก: อย่าคิดไปตายเอาดาบหน้า การไปเรียนที่อเมริกาค่าชั่วโมงบินเป็นเงินดอลลาร์ ถ้าไปเริ่มนับหนึ่งที่นู่นว่างงสัญลักษณ์งงคำศัพท์ คืองบงอกแน่นอน น้องพลเลยเลือกปูพื้นฐาน Ground School และภาษาอังกฤษเทคนิคการบินอย่างเข้มข้นตั้งแต่ตอนอยู่ที่ไทยเพื่อให้พร้อมลุยทันทีเมื่อไปถึง
เรื่องเอกสารคือสิ่งปราบเซียน: ขั้นตอนการทำเรื่องสมัคร การดีลข้ามประเทศกับโรงเรียนการบินที่อเมริกา (เช่น Epic Flight Academy หรือ Phoenix East Aviation) และการทำวีซ่านักบิน (M-1 หรือ F-1) เป็นอะไรที่ยุ่งยากและปวดหัวที่สุด ตอนนั้นน้องพลให้เอเจนซี่เฉพาะทางของไทยอย่าง Thai Flight Aviation (TFA) เป็นคนช่วยประสานงานและเคลียร์เรื่องกฎหมายเอกสารให้ทั้งหมด วีซ่าเลยผ่านม้วนเดียวจบ ได้โฟกัสกับการบินเต็มที่
หวังว่าเรื่องราวของน้องพลจะช่วยจุดประกายให้คนที่มีความฝันนะครับ วงการการบินสากลมันกว้างใหญ่และเปิดกว้างมากๆ ขอแค่เรากล้าที่จะออกนอกกรอบเดิมๆ ครับ
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนไหนที่กำลังวางแผน อยากรู้เรื่อง ขั้นตอนเตรียมตัว ภาษาอังกฤษการบิน หรือวิธีจัดการเรื่องวีซ่านักบิน คอมเมนต์พิมพ์คุยกันทิ้งไว้ได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะคอยเข้ามาแชร์ข้อมูลและช่วยตอบคำถามให้อย่างละเอียดครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่