เงินฝาก ของประเทศ กับ นโยบาย ลดเงินนำส่ง FIDF จาก 0.46 % เหลือ 0.32% ดีไหม ฝากนัก.. ช่วยกันดูด้วย

ถามจาก Gemini AI   ว่า เงินฝาก 22  16.9 ลลบ. เป็นของคนกี่คน คน 1แสน บช. แลกที่มีเงินฝากสูงสุด รวมกันเป็นเงินกี่บาท
คำตอบ.  
โครงสร้างเม็ดเงินฝากในประเทศไทยมีความกระจุกตัวสูงมาก โดยคำตอบจากสถิติที่เป็นทางการของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) มีดังนี้ครับ
✅ 1. เงินฝาก 22  16.9 ล้านล้านบาท เป็นของคนกี่คน?   ####  ประมาณ 16.9 ลลบ  ธ.รัฐ 5.5  ธ เอกชนรวมรัฐ  16.9   (น่าจะถูกต้องกว่า ที่ว่า22)##
จำนวนบัญชีทั้งหมด: มีประมาณ 132 - 147 ล้านบัญชี [1, 2]
จำนวนคนที่เป็นเจ้าของ: มีอยู่ประมาณ 38 - 45 ล้านคน (คิดเป็น "รายผู้ฝากแยกตามสถาบัน" อยู่ที่ประมาณ 99 ล้านราย เนื่องจาก 1 คนมักเปิดบัญชีทิ้งไว้หลายธนาคาร) [1, 2, 3]
ความจริงฐานราก: ประชาชนกลุ่มใหญ่ที่สุดถึง 88-92% มีเงินติดบัญชีไม่ถึง 50,000 บาท โดยค่าเฉลี่ยของคนส่วนใหญ่มีเงินฝากจริงเพียงประมาณ 3,000 - 4,000 บาทต่อบัญชีเท่านั้น [1, 2, 3]

📊 2. กลุ่ม 1 แสนบัญชีแรกที่มีเงินฝากสูงสุด รวมกันเป็นเงินกี่บาท? ##### น่าตกใจมากๆ #
หากนับเฉพาะระบบธนาคารพาณิชย์ กลุ่มบัญชีที่มียอดเงินฝากสูงสุด 1 แสนบัญชีแรก (คือกลุ่มที่มีเงินฝากตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีอยู่จริงราว 105,991 บัญชี) ## มีมูลค่าเงินฝากรวมกันสูงถึงประมาณ 8.22 ล้านล้านบาท## [1]
หากเจาะลึกลงไปในกลุ่มยอดพีระมิดนี้ จะพบเม็ดเงินกระจุกตัวอยู่ดังนี้ครับ:
🏆 กลุ่มมหาเศรษฐี (เกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป): มีเพียง 1,593 บัญชี แต่ถือครองเงินรวมกันถึง 2.46 ล้านล้านบาท
🥈 กลุ่มเศรษฐีใหญ่ (100 ล้าน - 500 ล้านบาท): มีประมาณ 10,227 บัญชี ถือครองเงินรวมกัน 1.99 ล้านล้านบาท
🥉 กลุ่มเศรษฐี (10 ล้าน - 100 ล้านบาท): มีประมาณ 153,366 บัญชี ถือครองเงินรวมกัน 3.77 ล้านล้านบาท
📉 สรุปภาพรวม: คนรวยที่สุดเพียงประมาณ 0.1% ของประเทศ เป็นเจ้าของเม็ดเงินฝากเกือบ 40% ของเงินฝากทั้งหมดในประเทศไทย [, 2]

ข้อที่อยากแลกเปลี่ยนกัน
เงินนำส่ง FIDF มันมีวัตถุประสงค์ ใช้จ่ายหนี้ กองทุนฟื้นฟูสถาบันการเงิน !!!   จริงๆ เงินก้อนนี้ ต้องเอาจาก ธนาคารพานิช ทั้งหมดถึงจะถูกต้องนะ การเอาจาก ผู้ฝากเงิน(เจ้าหนี้ของธราคารอีกที ก็ไม่ค่อยถูกซะทีเดียว แต่อย่างว่า ถ้า ธนาคารล้ม ผู้ฝากเงิน(เจ้าหนี้)ก็เดือดร้อน มาเอาจากผู้ฝากเงินก็พอได้ แต่ พอธนาคารแข็งแรงมากกกกก ก็ยังมาเอาจาก ผู้ฝากอีก ก็นะ
ถึงปัจจุบัน แทนที่จะหัก 0.46% จ่าย FIDF ให้จบๆ กลับ หัก 0.46 % แต่ไปจ่าย FIDF 0.32%   แล้ว จะเอา 0.14% มา ช่วยให้SME กู้ กับ แจก..ตาม...
ตามข่าว เขาว่า ช่วย SME 20000 ลบ. ช่วยน้ำท่วม 3000 ลบ.  (เมื่อปี 67 ,   แล้ว 68 69 ละ..  เงิน ก้อนนี้ ปีนึง 20000-30000ลบ. ไปไหน ) ให้กู้SME ก็ต้องมีกำไร ตามหนี้กลับมาได้ เงินที่ตามกลับมาได้จะไปอยู่ที่ไหน   แล้วพวก ตั้งใจจะดึงออกมาทุกปีไปเรื่อยๆ ปีนี้ จะเอาส่วนของ แบงค์รัฐ แทนที่จะนำส่ง FIDF 0.32% จะเหลือ 0.0625 ต่อปี  ด้วยซ้ำ !!!  คือทำให้หนี้ FIDF มันยืดไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆ จะได้หัก0.46% ไปเรื่อย ....จริงๆ  
https://www.posttoday.com/smart-sme/746868

ธปท กับ คลัง เวลาเป็นพวกเดียวกัน นโยบาย แบบนี้ มันก็ง่าย     ที่จริง ถ้าทำเพื่อประเทศชาติ โดยเอา เงิน ของ ปชช รวยๆ 1% ของประเทศ  (แค่ 0.46% ของเงินฝากด้วย )  เรียกว่าไม่กระทบคนรวยเลย  เอามาช่วย คนทั้งประเทศ ผ่านโครงการเงินกู้เพื่อSME เท่านั้น เงินผู้ประสพภัย
+++!! แต่ก็ต้องทำให้โปร่งใสตรวจสอบได้ เงินส่วนนี้ หลังจากนี้ ควรเป็น กองทุนเพื่อความมั่งคั่งของชาติด้วยซ้ำ ถ้าไม่สุจริต มันจะเป้นเงินที่ขาดการตรวจสอบ ใช้จ่ายแบบ ไม่ต้องรับผิดชอบ  ทั้งๆที่ การให้กู้ผ่าน ธนาคาร มันมีกำไรเห็นๆ SME ก็ต้องมีอะไรมาค้ำประกัน นิ  

ปล. 0.46% จาก 16.9  ลลบ = 7-8 หมื่น ล้านบาท ต่อปีเลยนะ  !!!  เงินฝากคนไทยเพิ่มทุกปีด้วยนี่สิ   

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่