เพิ่งรู้ว่า เอ่ยปากเปล่าบริจาคให้วัด ก็ถือว่าโอนกรรมสิทธิ์แล้ว แม้ไม่ได้ไปโอนก็ตาม

อย่างนี้ ถ้าถูกพระสะกดจิต ให้บริจาค แล้วมีพยานฝ่ายพระนั่งอยู่สักสองสามคน  ก็เรียบร้อยเลยล่ะสิ

พ่อแม่ ใครเข้าวัดบ่อยๆ ต้องระวัง  มรดกอาจหาย

ที่จริงน่าแก้กฎหมายนะ  ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ ต้องไปโอนที่กรมที่ดินเท่านั้น มิฉะนั้นถือว่า ยังไม่บริจาค

มิน่ามีบางวัด ตะล่อมคนแก่ ให้บริจาคหลังเสียชีวิต จะจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ แต่ต้องยกทรัพย์สินทั้งหมดให้วัด

จะได้ขึ้นสวรรค์ชั้นโน้น ชั้นนี้  ฝากไว้เอาไปใช้ชาติหน้าได้  ถ้าเป็นมรดกก็หมดในชาตินี้ เผลอๆลูกหลานผลาญหมด

มีคนเชื่อเยอะด้วย

คนแก่รวยๆ มีมากนะ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 15
สื่อหลายสื่อก็รายงานผิดโดยเฉพาะพวกสื่อเถื่อนในโลกโซเชียล
มันไม่ใช่เอ่ยปากลอยๆยกที่ดินให้สงฆ์แล้วเป็นของวัดเป็นที่ธรณีสงฆ์โดยทันที มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นครัย

มันต้องมีพยานบุคคลในการมอบที่ดินทั้งสองฝ่ายฆราวาสและสงฆ์
ในกรณีตาเฮียง มีกำนันผู้ใหญ่บ้าน-ชาวบ้าน-คณะสงฆ์ มาร่วมเป็นสักขีพยาน
มีภรรยาตาเฮียง ญาติในสมัยนั้น มาร่วมเป็นพยานด้วย
ในการมอบที่ดินนั้นต้องไม่มีผู้คัดค้าน ซึ่งกรณีตาเฮียงนั้นถือว่าครบองค์ประกอบเลยครับ
มีภาพถ่าย มีภาพพิธีมอบ มีพยานบุคคลยืนยัน มีหนังสือมอบโฉนดเป็นหลักฐานสำคัญ
ตรงนี้เมื่อมอบแล้วไม่มีผู้คัดค้านมีการมอบวิสุงคามสีมา ก็ถือว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์โดยปริยาย
ไม่จำเป็นต้องโอนชื่อในโฉนดอีกก็ได้ ใครก็เอาคืนอีกไม่ได้แล้วครับ
จะอ้างภายหลังว่ามีเงื่อนไขในการมอบใดๆก็ไม่ได้แล้ว ถ้าจะค้านต้องค้านตั้งแต่ตอนที่จะมอบโฉนด
ตรงนี้เคสนี้มีคำพิพากษาชัดเจน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่