กรณีศึกษา ตรานกพิราบ ขายผักกาดดอง รายได้พันล้าน ทั้ง ๆ ที่แทบไม่ค่อยโฆษณา

กรณีศึกษา ตรานกพิราบ ขายผักกาดดอง รายได้พันล้าน ทั้ง ๆ ที่แทบไม่ค่อยโฆษณา

- ต้มกระดูกหมูร้อน ๆ ใส่ผักกาดดอง น่าจะเป็นหนึ่งในเมนูที่หลายคนชื่นชอบ
พอพูดถึงผักกาดดองแล้ว หนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี คือ ผักกาดดอง ตรานกพิราบ

ที่น่าสนใจคือ ผักกาดดองกระป๋องเล็ก ๆ นี้ สามารถทำรายได้ระดับพันล้านบาท
ทั้ง ๆ ที่แทบจะไม่ค่อยโฆษณาเท่าไร

โดยผลประกอบการปี 2568 ของ บริษัท สันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด เจ้าของตรานกพิราบ
รายได้ 1,458 ล้านบาท กำไร 79 ล้านบาท
คิดเป็นอัตรากำไร 5.4%

เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ?
BrandCase จะสรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ

จุดเริ่มต้นของผักกาดดอง ตรานกพิราบ ต้องย้อนกลับไปในปี 2493 ไปรู้จักกับ คุณแก้ว รัชตสวรรค์

คุณแก้ว เป็นอดีตพ่อค้าชาวจีนที่สร้างตัวมาจากการเป็นลูกจ้างส่งของร้านของชำ จนสามารถเก็บออมเงินได้จำนวนหนึ่ง แล้วตัดสินใจร่วมหุ้นกับเพื่อน เป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจโรงงานผลิตผักดองเล็ก ๆ แถวเยาวราช

โดยเขาตั้งชื่อโรงงานว่า ฮั่วเพ้ง ซึ่งแปลว่า สันติภาพ เพราะเกิดขึ้นมาจากความร่วมแรงร่วมใจของเพื่อนหลายคน ช่วงแรกเขานำผักดองใส่ไหไปขาย

เวลาต่อมาโรงงานของเขาจึงเริ่มนำผักดองมาใส่กระป๋อง แทนการใส่ไห ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ในสมัยนั้น ที่ผู้คนคุ้นเคยกับการกินผักกาดดองจากไหมากกว่า

ด้วยรสชาติที่ถูกปากผู้บริโภคคนไทย ทำให้ผักกาดดองฮั่วเพ้งได้รับการตอบรับที่ดี

ทำให้ในปี 2501 คุณแก้วและเพื่อน ตัดสินใจขยายโรงงาน รวมทั้งมีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น บริษัท สันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด
โดยมีรูปนกพิราบเป็นตราสัญลักษณ์ เพื่อสื่อถึงความสันติสุขและเสรีภาพ

วันเวลาผ่านไป จากธุรกิจที่มีเพียงแค่ผักดอง แบรนด์นกพิราบ ยังมีสินค้าอื่น ๆ ตามมาอีก ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น

- นกพิราบคู่ ที่มีรูปนก แบรนด์นี้จะผลิตสินค้า 3 กลุ่ม คือ ผักกาดดอง ผัก และผลไม้ดอง

- นกพิราบคู่ ที่มีแต่ตัวอักษร แบรนด์นี้จะผลิตสินค้าประเภทปลากระป๋อง

- พีเจี้ยน (Pigeon) แบรนด์นี้มุ่งเน้นการผลิตผลไม้กระป๋องอย่างเดียว เช่น ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ ส้มโอ มะม่วง ขนุน แห้ว และลูกตาล

- เจ-ฟู้ดส์ (J-Food) เน้นการผลิตสินค้าพร้อมทาน เช่น เห็ดสี่สหายปรุงรส หน่อไม้จีนทรงเครื่อง กะหล่ำปลีผสมเห็ดหอม และแกงจืดมะระใส่ผักกาดดองเจ เป็นต้น

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะแทบไม่ค่อยได้เห็นสินค้าของแบรนด์นกพิราบ ทำการตลาดหรือโฆษณามากเท่าไร แต่ตัวสินค้าก็ยังได้รับการตอบรับที่ดีมาตลอดหลายทศวรรษ

ซึ่งก็ต้องบอกว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้แบรนด์นกพิราบ ประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ เช่น

- ควบคุมคุณภาพการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ

ผักกาดถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการผลิต ดังนั้น บริษัทจึงต้องการควบคุมคุณภาพการผลิต ตั้งแต่เพาะต้นกล้า ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต และส่งผลดีต่อผู้บริโภค

รวมไปถึงการทำ Contract Farming กับเกษตรกร เพื่อรับประกันการซื้อวัตถุดิบกับเกษตรกร ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจว่า บริษัทมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับผลิตสินค้า

- พัฒนาสินค้าใหม่ ๆ อยู่เสมอ

แม้จุดเริ่มต้นจะขายผักดองในไห แต่แบรนด์นกพิราบก็ไม่เคยหยุดนิ่ง มีการพัฒนาปรับปรุงสินค้ามาโดยตลอด

ไม่ว่าจะเป็นการปรับมาใช้กระป๋อง แทนการบรรจุไห รวมไปถึงการออกสินค้าใหม่ ๆ นอกจากผักกาดดอง ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัท ทำให้แบรนด์นกพิราบ สามารถเข้าถึงลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น

- ขยายไปยังตลาดในต่างประเทศ

โดยตลาดหลักมีทั้งในยุโรป อเมริกา จีน เกาหลีใต้ และอาเซียน
และนอกจากจะผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์นกพิราบ บริษัทยังจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ตามที่ลูกค้ากำหนด (OEM)

อ่านมาถึงจุดนี้ คงเห็นแล้วว่า ท่ามกลางโลกธุรกิจยุคใหม่ที่หลายแบรนด์ ทุ่มงบโฆษณา เพื่อหวังที่จะสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภคให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่สินค้าบางอย่าง กลับไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น เพียงแค่คงคุณภาพที่ทำมาอย่างต่อเนื่องเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

เหมือนที่หลายคนบอกว่า ของบางอย่าง เมื่อมันดีจริงแล้ว ก็ไม่ต้องโฆษณา ยังไงก็ขายได้
ซึ่งกรณีของผักกาดดองตรานกพิราบ ก็คือหนึ่งในตัวอย่างนั้น..
.
ที่มา:Brandcase

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่