ช่วงนี้มีกระแสข่าวว่า อินโดนีเซียกำลังพยายามดึงฐานการผลิตของ Toyota จากไทย โดยเสนอสิทธิประโยชน์เพื่อดึงทั้งการผลิตหลัก รวมถึงซัพพลายเออร์และอุตสาหกรรมสนับสนุนเข้าไปด้วย แต่ต้องบอกก่อนว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่การประกาศย้ายฐานการผลิตจากไทย และ Toyota ยังมองไทยเป็นฐานสำคัญอยู่
สิ่งที่น่าจับตาจริง ๆ คือ การลงทุนโครงการใหม่ในอนาคตจะไปลงที่ประเทศไหนมากกว่า
ทำไมอินโดนีเซียถึงน่าสนใจ?
1. ตลาดใหญ่กว่าไทยมาก
- อินโดนีเซียมีประชากรราว 285.7 ล้านคน
- ไทยมีประมาณ 65.8 ล้านคน
- ตลาดรถยนต์อินโดนีเซียจึงมีศักยภาพเติบโตจากจำนวนประชากรและอัตราการถือครองรถที่ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น
2. ตลาดรถยนต์ใหญ่กว่าไทย
- ปี 2568 อินโดนีเซียขายรถประมาณ 833,692 คัน
- ไทยขายประมาณ 621,166 คัน
- ครึ่งแรกปี 2569 ตลาดอินโดนีเซียยังเติบโตต่อ
3. โตโยต้ามีฐานอยู่แล้ว
- Toyota ทำธุรกิจในอินโดนีเซียมานานกว่า 55 ปี
- มีเครือข่ายซัพพลายเออร์จำนวนมาก
- รถหลายรุ่นใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงกว่า 80%
- ไม่ต้องเริ่มสร้าง Ecosystem ใหม่จากศูนย์
4. มีฐานส่งออกแข็งแรง
- ปี 2568 อินโดนีเซียส่งออกรถสำเร็จรูปกว่า 518,000 คัน
- รถ Toyota คิดเป็นเกือบ 60% ของการส่งออกทั้งหมด
🔋 จุดแข็งใหม่ที่ไทยต้องระวัง = "แบตเตอรี่ + EV"
- อินโดนีเซียไม่ได้แข่งแค่เรื่องค่าแรงหรือขนาดตลาด แต่กำลังพยายามสร้าง ระบบนิเวศ EV แบบครบวงจร
- จุดแข็งสำคัญคือ นิกเกิล ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของแบตเตอรี่บางประเภท
- ที่ผ่านมาอินโดนีเซียมีการลงทุนจากบริษัทใหญ่ เช่น Hyundai + LG Energy Solution CATL BYD
- รวมถึง Toyota เองที่ประกาศความร่วมมือกับ CATL เพื่อพัฒนาการผลิตเซลล์และโมดูลแบตเตอรี่ในประเทศ
นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายให้อินโดนีเซียเป็นฐานส่งออกแบตเตอรี่ในภูมิภาคด้วย
💰 อินโดนีเซียพร้อม "แจกแรงจูงใจ"
รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังใช้มาตรการจูงใจเพื่อดึงการลงทุน เช่น
- ลด/ยกเว้นภาษีบางประเภท
- สนับสนุนรถ EV
- ส่งเสริมการตั้งโรงงาน
- ดึงซัพพลายเออร์เข้าประเทศ
เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้มีโรงงานประกอบรถ แต่ต้องการให้เกิด
Supply Chain อยู่ในประเทศมากขึ้น
🎯
สรุปแบบง่าย ๆ
อินโดนีเซียได้เปรียบ
- ตลาดใหญ่
- ประชากรเยอะ
- มีฐาน Toyota เดิม
- มีนิกเกิลและระบบแบตเตอรี่
- ตลาด EV โต
- รัฐบาลพร้อมให้แรงจูงใจ
ไทยได้เปรียบ
- ซัพพลายเชนรถยนต์แข็งแรง
- มีประสบการณ์ผลิตรถสูง
- เชี่ยวชาญ Pick-up
- มีฐานวิศวกรรม
- Toyota ยังมีแผนลงทุนต่อ
- ดังนั้น
ยังไม่มีหลักฐานว่า Toyota กำลังย้ายฐานทั้งหมดจากไทยไปอินโดนีเซีย
แต่การแข่งขันกำลังเปลี่ยนจาก
"ใครมีโรงงานอยู่แล้ว" เป็น
"ใครจะได้โครงการลงทุนใหม่ในอนาคต"
พราะถ้าไทยยังรักษาได้แค่ฐานการผลิตเดิม แต่การลงทุนใหม่ ๆ อย่างแบตเตอรี่ EV เทคโนโลยี และงานพัฒนาไปอยู่ประเทศอื่นมากขึ้น วันหนึ่งไทยอาจยังผลิตรถได้จำนวนมาก แต่
มูลค่าเพิ่มและบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาจค่อย ๆ ลดลง
ที่มา
amarintv
โตโยต้าอาจย้ายฐานจากไทยไปอินโดนีเซีย? จริงแค่ไหน และอินโดนีเซียมีอะไรที่ไทยต้องระวัง
สิ่งที่น่าจับตาจริง ๆ คือ การลงทุนโครงการใหม่ในอนาคตจะไปลงที่ประเทศไหนมากกว่า
ทำไมอินโดนีเซียถึงน่าสนใจ?
1. ตลาดใหญ่กว่าไทยมาก
- อินโดนีเซียมีประชากรราว 285.7 ล้านคน
- ไทยมีประมาณ 65.8 ล้านคน
- ตลาดรถยนต์อินโดนีเซียจึงมีศักยภาพเติบโตจากจำนวนประชากรและอัตราการถือครองรถที่ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น
2. ตลาดรถยนต์ใหญ่กว่าไทย
- ปี 2568 อินโดนีเซียขายรถประมาณ 833,692 คัน
- ไทยขายประมาณ 621,166 คัน
- ครึ่งแรกปี 2569 ตลาดอินโดนีเซียยังเติบโตต่อ
3. โตโยต้ามีฐานอยู่แล้ว
- Toyota ทำธุรกิจในอินโดนีเซียมานานกว่า 55 ปี
- มีเครือข่ายซัพพลายเออร์จำนวนมาก
- รถหลายรุ่นใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงกว่า 80%
- ไม่ต้องเริ่มสร้าง Ecosystem ใหม่จากศูนย์
4. มีฐานส่งออกแข็งแรง
- ปี 2568 อินโดนีเซียส่งออกรถสำเร็จรูปกว่า 518,000 คัน
- รถ Toyota คิดเป็นเกือบ 60% ของการส่งออกทั้งหมด
🔋 จุดแข็งใหม่ที่ไทยต้องระวัง = "แบตเตอรี่ + EV"
- อินโดนีเซียไม่ได้แข่งแค่เรื่องค่าแรงหรือขนาดตลาด แต่กำลังพยายามสร้าง ระบบนิเวศ EV แบบครบวงจร
- จุดแข็งสำคัญคือ นิกเกิล ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของแบตเตอรี่บางประเภท
- ที่ผ่านมาอินโดนีเซียมีการลงทุนจากบริษัทใหญ่ เช่น Hyundai + LG Energy Solution CATL BYD
- รวมถึง Toyota เองที่ประกาศความร่วมมือกับ CATL เพื่อพัฒนาการผลิตเซลล์และโมดูลแบตเตอรี่ในประเทศ
นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายให้อินโดนีเซียเป็นฐานส่งออกแบตเตอรี่ในภูมิภาคด้วย
💰 อินโดนีเซียพร้อม "แจกแรงจูงใจ"
รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังใช้มาตรการจูงใจเพื่อดึงการลงทุน เช่น
- ลด/ยกเว้นภาษีบางประเภท
- สนับสนุนรถ EV
- ส่งเสริมการตั้งโรงงาน
- ดึงซัพพลายเออร์เข้าประเทศ
เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้มีโรงงานประกอบรถ แต่ต้องการให้เกิด Supply Chain อยู่ในประเทศมากขึ้น
🎯 สรุปแบบง่าย ๆ
อินโดนีเซียได้เปรียบ
- ตลาดใหญ่
- ประชากรเยอะ
- มีฐาน Toyota เดิม
- มีนิกเกิลและระบบแบตเตอรี่
- ตลาด EV โต
- รัฐบาลพร้อมให้แรงจูงใจ
ไทยได้เปรียบ
- ซัพพลายเชนรถยนต์แข็งแรง
- มีประสบการณ์ผลิตรถสูง
- เชี่ยวชาญ Pick-up
- มีฐานวิศวกรรม
- Toyota ยังมีแผนลงทุนต่อ
- ดังนั้น ยังไม่มีหลักฐานว่า Toyota กำลังย้ายฐานทั้งหมดจากไทยไปอินโดนีเซีย
แต่การแข่งขันกำลังเปลี่ยนจาก "ใครมีโรงงานอยู่แล้ว" เป็น "ใครจะได้โครงการลงทุนใหม่ในอนาคต"
พราะถ้าไทยยังรักษาได้แค่ฐานการผลิตเดิม แต่การลงทุนใหม่ ๆ อย่างแบตเตอรี่ EV เทคโนโลยี และงานพัฒนาไปอยู่ประเทศอื่นมากขึ้น วันหนึ่งไทยอาจยังผลิตรถได้จำนวนมาก แต่ มูลค่าเพิ่มและบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาจค่อย ๆ ลดลง
ที่มา amarintv