คำถามแบบไม่โลกสวย ถามแบบอิงกันด้วยเหตุผล ทำไมการฆตต.ถึงเป็นบาป ในเมื่อบุตรไม่ได้ขอมาเกิด และ เกิดเรามาแบบถูกทิ้งขว้าง ตอนเราเด็กย่าเราเป็นคนเลี้ยง แม่ก็ชอบเอาเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ส่วนพ่อไม่พอใจอารมณ์ไม่ดีก็ทุบตี มีแต่ย่าที่คอยเป็นที่พึ่ง แต่ปัจจุบันท่านได้เสียไปแล้ว พอเลิกลากันต่างคนต่างมีคนใหม่ ก็ทิ้งลูกให้โดดเดี่ยว พอโตขึ้นเราก็เลี้ยงดูทุกอย่าง ทุกเทศกาลสำคัญ เงินที่มอบให้ทุกเดือนไม่เคยขาด อยากได้บ้านเราซื้อให้ พาไปเที่ยวด้วยกันตลอด เราอยากแชร์ความสุขร่วมกัน พยายามดูแลครอบครัวเท่าที่ทำได้ สร้างความสบายให้ครอบครัวมาตลอด อยากให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบเพราะเรามีปมทางใจเรื่องนี้
แต่พอวันนึงล้ม เรากลับไม่มีใครช่วย ต่างมีเหตุผล
ต่างเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง คนนึงก็รักผัวใหม่มากกว่าลูก
เปย์เขาทุกอย่าง เราไปขอความช่วยเหลือก็ได้คำเจ็บช้ำน้ำใจกลับมาแทน คนนึงก็รับปากแต่ไม่ทำอะไรเลยแคร์หน้าตา สังคม คนอื่นมากกว่าเรา ทั้งสองมีทรัพย์สมบัติที่ดินสามารถขายเพื่อช่วยเราได้ แต่ไม่คิดทำกลับไปเอาเงินคนอื่นมาให้เราแบกเพื่อเป็นหนี้อีก ทั้งที่ธุรกิจเรามีปัญหาอยู่แล้ว สภาวะการเงินติดขัด +กับซึมเศร้า ยิ่งมีหนี้เพิ่มไปอีกเร่ก็ไม่ได้พักเลยทีนี้
คือเราน้อยใจครอบครัวอย่างที่สุดแล้วค่ะ เราเป็นซึมเศร้า เรารักษากินยา แต่เหมือนการกินยามันก็แค่ทำให้เราหยุดร้อง ไม่เครียด เหมือนแก้ที่ปลายเหตุ แต่ปัญหาแท้จริงมันยังอยู่ " นั่นคือภาระหนี้สิน " เราจะพักไม่ได้เลย หนี้สิา รายจ่าย มันวิ่งตามมาทุกวัน กินยาเราก็ทำงานไม่ได้เพราะมันเบลอ มันคิดอะไรไม่ออก เราเครียดมาก แต่จากเครียดตอนนี้เป็นเสียใจที่สุดกับครอบครัวแล้ว เหมือนพ่อแม่แคร์คนอื่นมากกว่าเรา แคร์ตัวเองมากกว่าลูก เสียใจอย่างสุดซึ้งค่ะ มานั่งคิดว่าแท้จริงแล้วเราเกิดมาเพื่ออะไร ผิดมากไหมถ้าไม่อยู่ต่อ เทวดามีจริงไหม ทำไมไม่ช่วย บุญก็ทำมาก ไม่ใช่คนเลวร้าย เป็นคนสุจริต เราเลยตกผลึกว่าแท้จริงแล้ว ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เราต่างมีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง ถ้าเราจะเลือกจบ.มันจะผิดอะไรไหม ( การจบของเรามันปิดหนี้ ไม่มีทิ้งภาระให้ใคร เพราะเราทำประกัน มีมรดก ) เรามานั่งคำนวนแล้วจะไม่มีใครลำบากหรือให้เราต้องมาห่วงอีก
จากใจเลยค่ะ เราสู้จนเหนื่อย หมดแรงใจแล้ว จริงๆมันมีทางไปต่อได้นะคะ แต่เราหมดใจกับความรู้สึกแล้ว เราเหนื่อยและอยากพักจริงๆ
ในวันที่เราล้ม คนที่เราอยากกอดและอยากให้ช่วยมากที่สุดคือคนในครอบครัว พ่อ กับ แม่ ทุกวันนี้เราคิดถึงย่าตลอดเพราะถ้าท่านอยู่ ท่านคงกอดเราและช่วยเหลือแบบไม่มีข้อแม้อะไรเลยค่ะ ไม่รู้จะดึงใจตัวเองยังไงดี
คุณคิดว่านรก สวรรค์ เทวดา มีจริงไหม?
แต่พอวันนึงล้ม เรากลับไม่มีใครช่วย ต่างมีเหตุผล
ต่างเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง คนนึงก็รักผัวใหม่มากกว่าลูก
เปย์เขาทุกอย่าง เราไปขอความช่วยเหลือก็ได้คำเจ็บช้ำน้ำใจกลับมาแทน คนนึงก็รับปากแต่ไม่ทำอะไรเลยแคร์หน้าตา สังคม คนอื่นมากกว่าเรา ทั้งสองมีทรัพย์สมบัติที่ดินสามารถขายเพื่อช่วยเราได้ แต่ไม่คิดทำกลับไปเอาเงินคนอื่นมาให้เราแบกเพื่อเป็นหนี้อีก ทั้งที่ธุรกิจเรามีปัญหาอยู่แล้ว สภาวะการเงินติดขัด +กับซึมเศร้า ยิ่งมีหนี้เพิ่มไปอีกเร่ก็ไม่ได้พักเลยทีนี้
คือเราน้อยใจครอบครัวอย่างที่สุดแล้วค่ะ เราเป็นซึมเศร้า เรารักษากินยา แต่เหมือนการกินยามันก็แค่ทำให้เราหยุดร้อง ไม่เครียด เหมือนแก้ที่ปลายเหตุ แต่ปัญหาแท้จริงมันยังอยู่ " นั่นคือภาระหนี้สิน " เราจะพักไม่ได้เลย หนี้สิา รายจ่าย มันวิ่งตามมาทุกวัน กินยาเราก็ทำงานไม่ได้เพราะมันเบลอ มันคิดอะไรไม่ออก เราเครียดมาก แต่จากเครียดตอนนี้เป็นเสียใจที่สุดกับครอบครัวแล้ว เหมือนพ่อแม่แคร์คนอื่นมากกว่าเรา แคร์ตัวเองมากกว่าลูก เสียใจอย่างสุดซึ้งค่ะ มานั่งคิดว่าแท้จริงแล้วเราเกิดมาเพื่ออะไร ผิดมากไหมถ้าไม่อยู่ต่อ เทวดามีจริงไหม ทำไมไม่ช่วย บุญก็ทำมาก ไม่ใช่คนเลวร้าย เป็นคนสุจริต เราเลยตกผลึกว่าแท้จริงแล้ว ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เราต่างมีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง ถ้าเราจะเลือกจบ.มันจะผิดอะไรไหม ( การจบของเรามันปิดหนี้ ไม่มีทิ้งภาระให้ใคร เพราะเราทำประกัน มีมรดก ) เรามานั่งคำนวนแล้วจะไม่มีใครลำบากหรือให้เราต้องมาห่วงอีก
จากใจเลยค่ะ เราสู้จนเหนื่อย หมดแรงใจแล้ว จริงๆมันมีทางไปต่อได้นะคะ แต่เราหมดใจกับความรู้สึกแล้ว เราเหนื่อยและอยากพักจริงๆ
ในวันที่เราล้ม คนที่เราอยากกอดและอยากให้ช่วยมากที่สุดคือคนในครอบครัว พ่อ กับ แม่ ทุกวันนี้เราคิดถึงย่าตลอดเพราะถ้าท่านอยู่ ท่านคงกอดเราและช่วยเหลือแบบไม่มีข้อแม้อะไรเลยค่ะ ไม่รู้จะดึงใจตัวเองยังไงดี