สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุน และมือใหม่ที่กำลังมองหาทางเข้าสู่โลกการเงินอันซับซ้อนนี้
วันนี้ผมมีเรื่องเด็ดๆ ที่จะมาเล่าให้ฟังครับ เรื่องที่ว่าด้วยการลงทุนแบบที่ใครๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องใช้เวลาเฝ้าหน้าจอ ไม่ต้องวิเคราะห์กราฟจนตาเป็นหมีแพนด้า และที่สำคัญคือ มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้แบบสบายๆ เลยครับ
ฟังดูเหมือนฝันใช่ไหมครับ? แต่มันคือเรื่องจริง และเป็นสิ่งที่นักลงทุนระดับโลกหลายคนก็เลือกใช้กันอย่างแพร่หลายครับ!
ผมเชื่อว่าหลายคนพอพูดถึงการลงทุน ก็จะรู้สึกปวดหัวทันที
ไหนจะต้องเลือกหุ้นตัวไหนดี? กองทุนไหนน่าสนใจ? ซื้อตอนไหน ขายตอนไหน? โอ๊ยยยย แค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับ ผมเข้าใจเลย
แต่ถ้าผมบอกว่า มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นเยอะ และเป็นวิธีที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยไม่แพ้กูรูบางคนเลยล่ะครับ?
นั่นแหละครับ ผมกำลังพูดถึง “กองทุนรวมดัชนี” หรือที่เรียกกันว่า “Index Fund” ที่เน้น “ค่าธรรมเนียมต่ำ” นั่นเองครับ
แล้วมันคืออะไร? Index Fund ก็คือกองทุนที่ไปลงทุนตามดัชนีตลาดหลักทรัพย์ครับ เช่น ถ้าเป็นดัชนี SET50 ก็จะไปลงทุนในหุ้น 50 ตัวแรกที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในประเทศไทย
ถ้าเป็น S&P 500 ก็จะไปลงทุนในหุ้น 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาครับ
พูดง่ายๆ คือ มันไม่ได้เลือกหุ้นเอง แต่เลียนแบบตลาดทั้งตลาดไปเลยครับ! เราก็เหมือนได้เป็นเจ้าของธุรกิจหลายร้อยบริษัทในทีเดียวครับ นี่คือการกระจายความเสี่ยงขั้นเทพเลยนะครับ
แล้วทำไมต้องเน้น “ค่าธรรมเนียมต่ำ” ด้วยล่ะครับ? นี่แหละคือหัวใจสำคัญที่เรามักจะมองข้ามกันครับ
ลองจินตนาการดูนะครับว่า คุณมีเงินก้อนหนึ่งลงทุนไปเรื่อยๆ ทุกปี แต่ในแต่ละปีมีคนมาหักค่าธรรมเนียมไป 1-2% จากเงินทั้งหมดของคุณ
ดูเหมือนน้อยใช่ไหมครับ? แต่ในระยะเวลา 10-20 ปี ค่าธรรมเนียมที่ดูเหมือนน้อยนิดนี้แหละครับ จะกัดกินผลตอบแทนของคุณไปอย่างมหาศาลเลยนะครับ
สมมติว่าคุณลงทุน 100,000 บาท ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี กองทุนแรกมีค่าธรรมเนียม 0.2% กองทุนที่สองมีค่าธรรมเนียม 1.5%
รู้ไหมครับว่าผ่านไป 30 ปี เงินในกองทุนแรกจะมากกว่ากองทุนที่สองเป็นหลักแสน หรืออาจจะหลักล้านเลยนะครับ! นี่คือพลังของดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) ที่ถูกขัดขวางด้วยค่าธรรมเนียมสูงๆ นั่นเองครับ
กองทุน Index Fund ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้บริหารจัดการง่ายกว่า เพราะไม่ต้องมีผู้จัดการกองทุนมานั่งเลือกหุ้น ปรับพอร์ตบ่อยๆ
ดังนั้น ค่าธรรมเนียมจึงต่ำกว่ากองทุนที่บริหารเชิงรุก (Active Fund) เยอะเลยครับ
ประโยชน์ของการลงทุนแบบนี้คืออะไร?
1. กระจายความเสี่ยงแบบอัจฉริยะ คุณได้เป็นเจ้าของหุ้นหลายร้อยตัว ไม่ต้องกลัวว่าหุ้นตัวใดตัวหนึ่งจะเจ๊งแล้วพอร์ตพังครับ
2. ประหยัดเวลาและพลังงาน ไม่ต้องศึกษาหุ้นรายตัว ไม่ต้องเฝ้าตลาด ไปใช้ชีวิตให้เต็มที่ได้เลยครับ
3. ค่าธรรมเนียมต่ำ อย่างที่เล่าไปครับ เงินของคุณมีโอกาสงอกเงยเต็มที่ ไม่โดนค่าบริหารจัดการกัดกินมากนักครับ
4. ผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะยาว ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า ในระยะยาว กองทุนดัชนีมักจะทำผลงานได้ไม่แพ้ หรือดีกว่ากองทุนที่บริหารเชิงรุกส่วนใหญ่ด้วยซ้ำครับ
5. ความโปร่งใส คุณรู้ว่ามันลงทุนอะไรบ้าง เพราะมันเลียนแบบดัชนีครับ
แล้วจะเริ่มยังไงดี?
ง่ายๆ เลยครับ ลองมองหาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่มี Index Fund ที่เน้นค่าธรรมเนียมต่ำครับ
เช่น กองทุนที่อ้างอิง SET50, SET100 ของไทย หรือถ้าอยากไปลงทุนต่างประเทศ ก็มองหากองทุนที่อ้างอิงดัชนี S&P 500, MSCI World หรือ NASDAQ ครับ
สิ่งที่ต้องดูหลักๆ เลยคือ "Expense Ratio" หรือ "ค่าธรรมเนียมรวม" ของกองทุนนั้นๆ ครับ พยายามเลือกที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะหาได้ครับ ยิ่งต่ำยิ่งดี! (โดยทั่วไป ควรจะต่ำกว่า 0.5% ต่อปีได้ยิ่งดีครับ)
สรุปง่ายๆ ครับ ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลาศึกษาการลงทุน หรืออยากลงทุนแบบสบายใจ ไม่ต้องปวดหัวมาก
กองทุนรวมดัชนีแบบค่าธรรมเนียมต่ำนี่แหละครับ คือ "ฮีโร่" ที่คุณตามหามาตลอด
ไม่ต้องเป็นเซียน ไม่ต้องอ่านข่าวเศรษฐกิจทุกวัน ก็รวยได้แบบชิลๆ ครับ
ลองเอาแนวคิดนี้ไปพิจารณากันดูนะครับ ผมรับรองว่ามันจะเปลี่ยนมุมมองการลงทุนของคุณไปตลอดกาลเลยล่ะครับ! แล้วถ้ามีคำถามอะไรก็มาพูดคุยกันได้นะครับ ยินดีเสมอครับ
ปลดล็อกความรวยแบบชิลๆ: ทำไม Index Fund ค่าธรรมเนียมต่ำ คือคำตอบที่คนส่วนใหญ่มองข้ามครับ?
วันนี้ผมมีเรื่องเด็ดๆ ที่จะมาเล่าให้ฟังครับ เรื่องที่ว่าด้วยการลงทุนแบบที่ใครๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องใช้เวลาเฝ้าหน้าจอ ไม่ต้องวิเคราะห์กราฟจนตาเป็นหมีแพนด้า และที่สำคัญคือ มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้แบบสบายๆ เลยครับ
ฟังดูเหมือนฝันใช่ไหมครับ? แต่มันคือเรื่องจริง และเป็นสิ่งที่นักลงทุนระดับโลกหลายคนก็เลือกใช้กันอย่างแพร่หลายครับ!
ผมเชื่อว่าหลายคนพอพูดถึงการลงทุน ก็จะรู้สึกปวดหัวทันที
ไหนจะต้องเลือกหุ้นตัวไหนดี? กองทุนไหนน่าสนใจ? ซื้อตอนไหน ขายตอนไหน? โอ๊ยยยย แค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับ ผมเข้าใจเลย
แต่ถ้าผมบอกว่า มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นเยอะ และเป็นวิธีที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยไม่แพ้กูรูบางคนเลยล่ะครับ?
นั่นแหละครับ ผมกำลังพูดถึง “กองทุนรวมดัชนี” หรือที่เรียกกันว่า “Index Fund” ที่เน้น “ค่าธรรมเนียมต่ำ” นั่นเองครับ
แล้วมันคืออะไร? Index Fund ก็คือกองทุนที่ไปลงทุนตามดัชนีตลาดหลักทรัพย์ครับ เช่น ถ้าเป็นดัชนี SET50 ก็จะไปลงทุนในหุ้น 50 ตัวแรกที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในประเทศไทย
ถ้าเป็น S&P 500 ก็จะไปลงทุนในหุ้น 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาครับ
พูดง่ายๆ คือ มันไม่ได้เลือกหุ้นเอง แต่เลียนแบบตลาดทั้งตลาดไปเลยครับ! เราก็เหมือนได้เป็นเจ้าของธุรกิจหลายร้อยบริษัทในทีเดียวครับ นี่คือการกระจายความเสี่ยงขั้นเทพเลยนะครับ
แล้วทำไมต้องเน้น “ค่าธรรมเนียมต่ำ” ด้วยล่ะครับ? นี่แหละคือหัวใจสำคัญที่เรามักจะมองข้ามกันครับ
ลองจินตนาการดูนะครับว่า คุณมีเงินก้อนหนึ่งลงทุนไปเรื่อยๆ ทุกปี แต่ในแต่ละปีมีคนมาหักค่าธรรมเนียมไป 1-2% จากเงินทั้งหมดของคุณ
ดูเหมือนน้อยใช่ไหมครับ? แต่ในระยะเวลา 10-20 ปี ค่าธรรมเนียมที่ดูเหมือนน้อยนิดนี้แหละครับ จะกัดกินผลตอบแทนของคุณไปอย่างมหาศาลเลยนะครับ
สมมติว่าคุณลงทุน 100,000 บาท ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี กองทุนแรกมีค่าธรรมเนียม 0.2% กองทุนที่สองมีค่าธรรมเนียม 1.5%
รู้ไหมครับว่าผ่านไป 30 ปี เงินในกองทุนแรกจะมากกว่ากองทุนที่สองเป็นหลักแสน หรืออาจจะหลักล้านเลยนะครับ! นี่คือพลังของดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) ที่ถูกขัดขวางด้วยค่าธรรมเนียมสูงๆ นั่นเองครับ
กองทุน Index Fund ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้บริหารจัดการง่ายกว่า เพราะไม่ต้องมีผู้จัดการกองทุนมานั่งเลือกหุ้น ปรับพอร์ตบ่อยๆ
ดังนั้น ค่าธรรมเนียมจึงต่ำกว่ากองทุนที่บริหารเชิงรุก (Active Fund) เยอะเลยครับ
ประโยชน์ของการลงทุนแบบนี้คืออะไร?
1. กระจายความเสี่ยงแบบอัจฉริยะ คุณได้เป็นเจ้าของหุ้นหลายร้อยตัว ไม่ต้องกลัวว่าหุ้นตัวใดตัวหนึ่งจะเจ๊งแล้วพอร์ตพังครับ
2. ประหยัดเวลาและพลังงาน ไม่ต้องศึกษาหุ้นรายตัว ไม่ต้องเฝ้าตลาด ไปใช้ชีวิตให้เต็มที่ได้เลยครับ
3. ค่าธรรมเนียมต่ำ อย่างที่เล่าไปครับ เงินของคุณมีโอกาสงอกเงยเต็มที่ ไม่โดนค่าบริหารจัดการกัดกินมากนักครับ
4. ผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะยาว ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า ในระยะยาว กองทุนดัชนีมักจะทำผลงานได้ไม่แพ้ หรือดีกว่ากองทุนที่บริหารเชิงรุกส่วนใหญ่ด้วยซ้ำครับ
5. ความโปร่งใส คุณรู้ว่ามันลงทุนอะไรบ้าง เพราะมันเลียนแบบดัชนีครับ
แล้วจะเริ่มยังไงดี?
ง่ายๆ เลยครับ ลองมองหาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่มี Index Fund ที่เน้นค่าธรรมเนียมต่ำครับ
เช่น กองทุนที่อ้างอิง SET50, SET100 ของไทย หรือถ้าอยากไปลงทุนต่างประเทศ ก็มองหากองทุนที่อ้างอิงดัชนี S&P 500, MSCI World หรือ NASDAQ ครับ
สิ่งที่ต้องดูหลักๆ เลยคือ "Expense Ratio" หรือ "ค่าธรรมเนียมรวม" ของกองทุนนั้นๆ ครับ พยายามเลือกที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะหาได้ครับ ยิ่งต่ำยิ่งดี! (โดยทั่วไป ควรจะต่ำกว่า 0.5% ต่อปีได้ยิ่งดีครับ)
สรุปง่ายๆ ครับ ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลาศึกษาการลงทุน หรืออยากลงทุนแบบสบายใจ ไม่ต้องปวดหัวมาก
กองทุนรวมดัชนีแบบค่าธรรมเนียมต่ำนี่แหละครับ คือ "ฮีโร่" ที่คุณตามหามาตลอด
ไม่ต้องเป็นเซียน ไม่ต้องอ่านข่าวเศรษฐกิจทุกวัน ก็รวยได้แบบชิลๆ ครับ
ลองเอาแนวคิดนี้ไปพิจารณากันดูนะครับ ผมรับรองว่ามันจะเปลี่ยนมุมมองการลงทุนของคุณไปตลอดกาลเลยล่ะครับ! แล้วถ้ามีคำถามอะไรก็มาพูดคุยกันได้นะครับ ยินดีเสมอครับ