อยากระบายเรื่องลูกชาย อายุ 15 ปี (ยาวหน่อยนะคะ)

ตอนสมัยเราเด็ก ๆ  ประมาณ 10-12 ขวบ ป้าแท้ ๆ กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไร แค่ได้ยินพ่อแม่เล่าว่าป้าเป็นคนขี้ใจน้อย ขี้น้อยใจ  ถูกลูก ๆ เถียง รุมว่า สามีก็ไม่เข้าข้าง คล้อยไปกับลูกด้วย  คือว่าเมียตลอด    ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรค่ะ  ฟังแล้วก็เฉย ๆ นะ  ยังไม่คิดเยอะ

แต่ตอนนี้ มีลูกแล้ว   มีบางช่วงก็แอบคิดถึงป้าเรา  ที่โดดน้ำฆ่าตัวตาย และเริ่มเข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น/เป็นแบบนั้น
เพราะปัจจุบันมีบางช่วงบางเวลาที่เราแอบมีความคิดบางอย่างแบบเขาเหมือนกัน
คือคิดว่า จะเอายังงัยกับชีวิตตัวเองดี ต่อจากนี้ไป  จะจากไปแบบหนีหายไป  !!  แบบ...ตัดใจ ไม่พบเจอ ไม่ติดต่อกันอีก  ถือว่าที่ผ่านมา เราทำหน้าที่แม่เต็มที่และดีที่สุดแล้ว  และทิ้งเงินไว้ให้เค้าเรียนต่อ ป.ตรีซักก้อนนึง   แล้วเดินออกจากชีวิตเขาไป (รวมถึงสามีเราด้วย) ไปใช้ชีวิตของตัวเองเงียบ ๆ คนเดียว ด้วยเงินเก็บที่มีอยู่  โดยไม่ต้องอยู่ด้วยกันให้เจ็บช้ำน้ำใจ หรือว่าเราต้องมานั่งเสียใจ  แอบร้องไห้อะไรอีก  ซึ่งเราก็มีภาวะอาการโรคซึมเศร้า ที่ปัจจุบันรับยาและกินยาอยู่ทุกวัน ถึงจะไม่มาก วันละครั้ง ๆ ละครึ่งเม็ด (เพราะกินมากกว่านี้ไม่ได้ จะทำให้เหมือนป็นคนเฉื่อยชา และง่วงนอนตลอดเวลา หมอปรับยาให้เหลือครึ่งเม็ด จึงใช้ชีวิตปกติได้) แต่บางช่วงบางเวลาหากเราถูกปฎิบัติไม่ดี จากคนรอบข้าง  ความรู้สึกเราจะดิ่งมาก  จะย้ำคิดกับเรื่องนั้น ๆ  เศร้า มีแอบร้องไห้ ท้อแท้ และไม่มีกระจิตกระใจทำอะไร

เรื่องมีอยู่ว่า ลูกเราพูดไม่เพาะกับเราเลยค่ะ  ปกติไม่มีหางเสียง ทั้ง ๆ ที่ตอนเค้าเด็ก ๆ เริ่มพูดได้ความที่เป็นเด็ก ผช. เวลาเราพูดกับเค้าจะลงท้าย คำว่า “ ครับ ” กับเค้าทุกครั้ง ตั้งแต่เค้าอยู่อนุบาล  แต่เค้าไม่เคยพูดคำลงท้ายนี้กับเราเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยกเว้นพูดประชดเรา  น้ำเสียงที่พูดแข็งกระด้างตลอดเวลา  (เราเคยได้ยินเค้าคุยกับคนคุยของเค้า  เวลาพูดน้ำเสียงยังฟังดูดีกว่าการพูดกับเราซึ่งเป็นแม่แท้ ๆ ด้วยซ้ำ ) พูดกับเราหางเสียงไม่มีไม่ว่า ยังมีหางเสียงคำว่า “ วะ ” (ไม่ได้แบบชัดถ้อยชัดคำ แต่ก็คือรู้ว่าเป็นคำนี้) ติดมาด้วยทุกครั้ง   เป็นแบบนี้มานานแล้วค่ะ  และหนักมากเมื่อเริ่มเรียนมัธยม เมื่อเริ่มเป็นวัยรุ่น ( เราได้ยินเค้าคุยกับคนคุยของเค้า น้ำเสียงที่พูดด้วย อ่อนโยน และฟังดูดีกว่าพูดกับแม่เยอะเลย )  นอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นอีกเยอะ เช่น เถียง เสียงดัง ไม่ยอม  ถ้าเราเผลอตีแขนเขาไปเบา ๆ  คือจะสวนกลับโดยทันทีไม่แบบไหนก็แบบหนึ่ง     บอกให้ช่วยทำอะไร ก่อนทำ (หรือบางทีไม่ทำ) ก็ชี้หน้าเราบอกว่า มีลูกมาเพื่อให้มาเป็น คนรับใช้ หรือเป็นทาสใช่มั๊ย?

ทุกกิริยาที่เค้าแสดงใส่เรา จะแสดงแบบอ่อนโยน ตอนที่อยากจะได้สิ่งของอะไรซักอย่าง ซึ่งปัจจุบันเราไม่ได้ซื้อให้แล้ว  เพราะถือว่ามีครบทุกอย่างแล้ว   ยกเว้นอย่างเดียวคือ มอเตอร์ไซค์ซึ่งเรายืนยันเด็ดขาดว่าไม่ซื้อให้ และพ่วงด้วยว่า หากเรียน ระดับ ป.ตรี จะมีเงินให้ใช้เรียน ทั้งหมดประมาณ 1.2-1.5 ล. ถ้าจำนวนนี้  ใช้แบบประหยัด บริหารจัดการแบบดี ๆ มีเงินเหลือ  คือยกให้ทั้งหมด  แต่ถ้าไม่พอ ให้ไปหากู้ กยศ.เอา
 
อีกไม่เกิน 3 ปีเราก็จะเกษียณจากการทำงานแล้วค่ะ  เรามีเงินที่แบ่งเป็นส่วน ๆ เอาไว้  ว่าส่วนไหนเพื่ออะไร   และมีส่วนใช้จ่ายบั้นปลายหลังเกษ๊ยณอีกส่วนนึง  และมีเงินที่จะซื้อบ้านมือสองเงินสด  สำหรับบั้นปลายของตัวเอง และได้ให้เค้าอาศัยอยู่ในอนาคตด้วย  (เพราะเราสังหรณ์ว่าเค้าไม่น่าจะมีปัญญาซื้อบ้านเองได้ในอนาคต) ส่วนนี้ไม่ได้กระทบ เงินเก็บเพื่อเกษียณของเรานะคะ  ถ้าเราไม่ได้ใช้ส่วนนี้   ก็จะทำให้เงินเก็บเพื่อเกษียณของเราบวกเพิ่มขึ้นค่ะ 

 
เราเข้ามาตั้งกระทู้ ระบาย และอยากได้ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากแม่ ๆ หรืออาจจะจากคนที่มีประสบการณ์ในเรื่องอย่างนี้  เพราะก่อนหน้าเราถาม AI ก็จะได้คำตอบ คำปลอบใจแบบสวย ๆ  คือความเข้าอกเข้าใจและเห็นใจเรา และขอให้เราอดทน  แต่เราอยากได้แนวทาง / ความเห็นจากคนจริง ๆ บ้าง  เผื่อจะทำให้เราตกผลึกความคิดของตัวเราเองได้ดีกว่านี้  และเตรียมแผน หรือเตรียมตัว แต่เนิ่น ๆ
 
ปล. ลูกจะปฎิบัติกับสามีเรา ดีกว่าเรามากเลยค่ะ  แทบไม่มีคำพูด/กิริยาไม่ดีเลย หรือมีแต่น้อยกว่าเยอะ  และเรากับสามีไม่ค่อยยุ่งกันค่ะ เหมือนต่างคนต่างอยู่กันมากกว่า ต่างคนต่างทำหน้าที่พ่อแม่กันไป ส่วนเรื่องการเงิน 100% เราเป็นคนทำงาน ส่วนสามีอยู่บ้าน ดูแลอาหารการกิน  เสื้อผ้า และรับส่งไป รร. (ตั้งแต่เราลาคลอดครบ 3 เดือน สามีก็ลาออกจากงานมารับช่วงเลี้ยงลูกต่อ จนถึงทุกวันนี้ค่ะ)  ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในบ้านและค่าใช้จ่ายสามีและลูกเรารับผิดชอบ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่