สตาร์บัคส์เข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1998 โดยสาขาแรกอยู่ที่ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม

จากวันนั้นถึงวันนี้ สตาร์บัคส์หยั่งรากลึกลงในประเทศไทยมาแล้วนับรวมได้ 28 ปี มีสาขารวม 574 สาขา แม้จะไม่ใช่เชนร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุด แต่ตัวเลขนี้ถือเป็น Benchmark สำคัญของสตาร์บัคส์ ประเทศไทย ในการพิสูจน์ความเชื่อที่ว่า ร้านกาแฟสามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เรียกว่า Third Place ได้
ขยายความเพิ่มเติม คำว่า Third Place ของสตาร์บัคส์นั้นหมายถึง การออกแบบร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน มีบรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะกับการแวะพักหลังเลิกงานหรือเลิกเรียน รวมถึงยังเป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์สำหรับแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ กับเพื่อน ๆ หรือแม้กระทั่งพาร์ตเนอร์ (บาริสต้า)
เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า โดยเฉลี่ยแล้วลูกค้าของสตาร์บัคส์ใช้เวลาในร้านประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไปต่อครั้ง
ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ในปี 2027 สตาร์บัคส์ ประเทศไทย จะมีสาขาครบ 600 สาขา
ที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ ประเทศไทย มีการพัฒนารูปแบบสาขาพิเศษนอกเหนือจากการเปิดสาขาทั่วไปมาโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแบบ Fragmentation เช่น
- Starbucks Reserve: สาขาที่เสิร์ฟและจำหน่ายเมล็ดกาแฟพรีเมียม กาแฟพิเศษที่หายาก และมีจำนวนจำกัด กาแฟบางชนิดในกลุ่มนี้อาจมีวางจำหน่ายเพียงครั้งเดียวและไม่มีจำหน่ายอีกเลย ปัจจุบันมีอยู่ 20 สาขา
- ร้านกาแฟเพื่อชุมชน (Community Store): สาขาพิเศษที่นำรายได้จากการขายเครื่องดื่มมาช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนาสังคมในภาคเหนือ โดยมีทั้งหมด 3 สาขาหลัก ได้แก่ สาขาหลังสวน กรุงเทพฯ, สาขาไอคอนสยาม กรุงเทพฯ และสาขาเดอะกาดฝรั่ง แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
- สตาร์บัคส์ ไดรฟ์ทรู: สาขาสแตนอโลนที่เพิ่มบริการ Grab & Go สั่งเครื่องดื่มและขนมโดยไม่ต้องลงจากรถ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา ซึ่งปัจจุบันมี 93 สาขาทั่วประเทศ
- สาขาที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง: เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนที่ทำงานกลางคืน หรือคนนอนดึก เช่น สาขาเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9, เดอะสตรีท รัชดา หรือสาขาเมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน
- สาขา Pet Friendly: ที่อนุญาตให้ลูกค้าสามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในบริเวณโซนกลางแจ้งของร้านได้ โดยเริ่มที่สาขาธนบุรี มาร์เก็ต เพลส เป็นแห่งแรก
- สาขาที่มี Mixologist Bar (ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์): เพิ่มความหลากหลายในยามค่ำคืน เช่น สาขา Starbucks Reserve Chao Phraya Riverfront Icon Siam, Starbucks Reserve The Emsphere, Starbucks Reserve นิมมานเหมินทร์ ซอย 3 และ Starbucks Reserve One Bangkok
- Greener Store: สาขาที่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดในด้านการอนุรักษ์น้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะ และการใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ เช่น Starbucks Reserve One Bangkok
.
ที่มา : BrandAge Online
Starbuck ในประเทศไทย จาร้านแรกสู่ 574 สาขา
จากวันนั้นถึงวันนี้ สตาร์บัคส์หยั่งรากลึกลงในประเทศไทยมาแล้วนับรวมได้ 28 ปี มีสาขารวม 574 สาขา แม้จะไม่ใช่เชนร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุด แต่ตัวเลขนี้ถือเป็น Benchmark สำคัญของสตาร์บัคส์ ประเทศไทย ในการพิสูจน์ความเชื่อที่ว่า ร้านกาแฟสามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เรียกว่า Third Place ได้
ขยายความเพิ่มเติม คำว่า Third Place ของสตาร์บัคส์นั้นหมายถึง การออกแบบร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน มีบรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะกับการแวะพักหลังเลิกงานหรือเลิกเรียน รวมถึงยังเป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์สำหรับแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ กับเพื่อน ๆ หรือแม้กระทั่งพาร์ตเนอร์ (บาริสต้า)
เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า โดยเฉลี่ยแล้วลูกค้าของสตาร์บัคส์ใช้เวลาในร้านประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไปต่อครั้ง
ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ในปี 2027 สตาร์บัคส์ ประเทศไทย จะมีสาขาครบ 600 สาขา
ที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ ประเทศไทย มีการพัฒนารูปแบบสาขาพิเศษนอกเหนือจากการเปิดสาขาทั่วไปมาโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแบบ Fragmentation เช่น
- Starbucks Reserve: สาขาที่เสิร์ฟและจำหน่ายเมล็ดกาแฟพรีเมียม กาแฟพิเศษที่หายาก และมีจำนวนจำกัด กาแฟบางชนิดในกลุ่มนี้อาจมีวางจำหน่ายเพียงครั้งเดียวและไม่มีจำหน่ายอีกเลย ปัจจุบันมีอยู่ 20 สาขา
- ร้านกาแฟเพื่อชุมชน (Community Store): สาขาพิเศษที่นำรายได้จากการขายเครื่องดื่มมาช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนาสังคมในภาคเหนือ โดยมีทั้งหมด 3 สาขาหลัก ได้แก่ สาขาหลังสวน กรุงเทพฯ, สาขาไอคอนสยาม กรุงเทพฯ และสาขาเดอะกาดฝรั่ง แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
- สตาร์บัคส์ ไดรฟ์ทรู: สาขาสแตนอโลนที่เพิ่มบริการ Grab & Go สั่งเครื่องดื่มและขนมโดยไม่ต้องลงจากรถ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา ซึ่งปัจจุบันมี 93 สาขาทั่วประเทศ
- สาขาที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง: เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนที่ทำงานกลางคืน หรือคนนอนดึก เช่น สาขาเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9, เดอะสตรีท รัชดา หรือสาขาเมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน
- สาขา Pet Friendly: ที่อนุญาตให้ลูกค้าสามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในบริเวณโซนกลางแจ้งของร้านได้ โดยเริ่มที่สาขาธนบุรี มาร์เก็ต เพลส เป็นแห่งแรก
- สาขาที่มี Mixologist Bar (ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์): เพิ่มความหลากหลายในยามค่ำคืน เช่น สาขา Starbucks Reserve Chao Phraya Riverfront Icon Siam, Starbucks Reserve The Emsphere, Starbucks Reserve นิมมานเหมินทร์ ซอย 3 และ Starbucks Reserve One Bangkok
- Greener Store: สาขาที่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดในด้านการอนุรักษ์น้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะ และการใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ เช่น Starbucks Reserve One Bangkok
.
ที่มา : BrandAge Online