GDP ลวงตา! แฉความจริงเศรษฐกิจสหรัฐฯ: ญี่ปุ่นขยับก้าวเดียว ทำไมคนเมกันหนี้ท่วมหัว?



เรื่องนี้ฟังดูเป็นตัวเลขเศรษฐกิจไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมันคือโดมิโนที่ล้มมาจากญี่ปุ่น ผ่านตลาดน้ำมัน มาจบที่กระเป๋าเงินคนอเมริกันธรรมดา

เริ่มจากญี่ปุ่นก่อน
หลายสิบปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นดอกเบี้ยต่ำมาก นักลงทุนทั่วโลกเลยชอบ "ยืมเงินเยน" ไปลงทุนที่อื่น เพราะต้นทุนถูก เขาเรียกเกมนี้ว่า Yen Carry Trade พูดง่ายๆ คือยืมเงินถูกๆ จากญี่ปุ่น ไปเก็งกำไรทั่วโลก
แต่พอธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1% เกมนี้เริ่มเล่นไม่ได้แล้ว เงินที่เคยไหลออกจากญี่ปุ่นไปทั่วโลก (คาดกันว่า 4-20 ล้านล้านดอลลาร์) ก็เริ่มไหลกลับ นักลงทุนต้องรีบขายสินทรัพย์ทิ้งเพื่อเอาเงินไปคืนหนี้เยนที่แพงขึ้น

ผลคือเงินทุนทั่วโลกแพงขึ้น
เมื่อธนาคารใหญ่ๆ ต้องดึงเงินกลับ การปล่อยกู้ทั่วโลกก็ตึงตัวขึ้น แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม แต่ผลก็เหมือนขึ้นดอกเบี้ยอยู่ดี (เขาเรียกว่า Shadow Rate Hike) นี่คือเหตุผลที่ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคนอเมริกันยังสูงลิ่วไม่ยอมลง

ทำไมตลาดหุ้นยังดูปกติ ทั้งที่เศรษฐกิจจริงกำลังแย่
ราคาน้ำมัน WTI เคยร่วงลงต่ำกว่า 79 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคนใช้น้ำมันน้อยลง เศรษฐกิจจริงกำลังชะลอตัว (เรียกว่า Demand Destruction) แต่ในขณะเดียวกัน หนี้บัตรเครดิตกลับพุ่งขึ้นเรื่อยๆ และคนค้างชำระหนี้สูงถึง 7% แปลว่าเศรษฐกิจอเมริกาไม่ได้แข็งแรงจริง แต่กำลัง "กู้เพื่อประคองตัวเลข GDP" ไว้เท่านั้น

เฟดเองก็ลำบาก
ล่าสุดเฟดต้องอัดฉีดเงินฉุกเฉินกว่า 6,500 ล้านดอลลาร์เข้าตลาด Repo (ตลาดกู้ยืมระยะสั้นของธนาคาร) เพื่อไม่ให้ระบบการเงินสะดุด นี่คือกับดัก: จะขึ้นดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อก็กลัวระบบพัง จะอัดฉีดเงินช่วยก็กลัวเงินเฟ้อไม่ลง

ญี่ปุ่นเองก็เจ็บเหมือนกัน
คนญี่ปุ่นเริ่มแบกดอกเบี้ยบ้านที่แพงขึ้นจากนโยบายนี้เช่นกัน และถ้าเงินเยนหายากขึ้นเรื่อยๆ ธนาคารยุโรปอาจต้องลดวงเงินสินเชื่อการค้า กระทบการนำเข้าวัตถุดิบ ทำให้ของแพงขึ้น แล้ววนกลับมาซ้ำเติมหนี้ผู้บริโภคอีกรอบ เป็นวงจรไม่จบ

สรุป
หนี้บัตรเครดิต 1.26 ล้านล้านดอลลาร์ ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือผลรวมของ 3 แรงกด: เงินเยนที่ไหลกลับญี่ปุ่น, ปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลก และเฟดที่ติดกับดักนโยบายตัวเอง สุดท้ายภาระทั้งหมดตกไปที่คนอเมริกันรุ่นใหม่ที่ต้องใช้บัตรเครดิตประคองชีวิตในยุคที่เงินทุนถูกๆ ไม่มีอีกแล้ว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่