พลิกเกมเลือกซื้อหนังสือ! แกะกลยุทธ์สแกนสรุปจากแอปฯ ก่อนจ่ายเงินจริง แบบที่หนอนหนังสือตัวจริงต้องรู้ครับ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักอ่าน สายพัฒนาตัวเอง หรือใครก็ตามที่ชอบเดินวนเวียนในร้านหนังสือเหมือนผมนะครับ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหานี้ใช่ไหมครับ? เดินเข้า B2S ออกจาก B2S มือถือหนังสือดีๆ มาเป็นตั้ง ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะได้ความรู้ใหม่ๆ มาเติมสมอง แต่พอถึงบ้าน พลิกๆ อ่านไปไม่กี่หน้า... อ้าว เล่มนี้ไม่ค่อยโดนแฮะ! เนื้อหาไม่ตรงจริตบ้าง สไตล์การเขียนไม่ใช่ทางบ้าง บางทีเสียดายเงินที่จ่ายไปไม่พอ ยังเสียดายพื้นที่บนชั้นวางไปอีกครับ! ผมเองก็เป็นครับ เข้าใจดีเลย



แต่เดี๋ยวก่อนครับเพื่อนๆ! โลกเราพัฒนาไปไกลกว่าที่เราคิดเยอะครับ ตอนนี้เรามีผู้ช่วยชั้นเยี่ยมที่เรียกว่า "แอปฯ สรุปหนังสือ" ครับ! แอปฯ เหล่านี้ไม่ได้มีไว้แค่อ่านสรุปเพื่อประหยัดเวลาอย่างเดียวนะครับ แต่ยังเป็น "อาวุธลับ" ชั้นดีในการ "สกรีน" หนังสือที่เราจะตัดสินใจซื้อเล่มจริงอีกด้วยครับ

มันช่วยอะไรเราได้บ้างเหรอครับ? หลักๆ เลยคือ
1.  ประหยัดเงินในกระเป๋าเราครับ หนังสือดีๆ หลายร้อยบาท แต่ถ้าไม่ถูกจริตก็เสียเปล่าครับ
2.  ประหยัดเวลาอันมีค่าของเรา ไม่ต้องเสียเวลาอ่านเล่มเต็มๆ เพื่อพบว่ามันไม่ใช่ครับ
3.  ช่วยให้เราเจอ "เพชร" ที่ใช่จริงๆ ไม่ใช่แค่ "พลอย" ที่หลงผิดคิดว่าเป็นเพชรครับ (อันนี้ฮาๆ นะครับ!)

เอาล่ะครับ ถึงเวลามาดูกลยุทธ์ลับที่ผมใช้มาตลอดแล้ว ขอตั้งชื่อมันว่า "กลยุทธ์ 3 ส. สแกน สรุป ซื้อ!" ครับ

ขั้นที่ 1 สแกน (Scanning) – ค้นหาสัญญาณเพชรเม็ดงาม
เปิดแอปฯ สรุปหนังสือตัวโปรดขึ้นมาเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าไหนก็ตามที่เพื่อนๆ ใช้กันอยู่ครับ (มีหลายเจ้าให้เลือกใช้เลยนะครับ)

   วิธีการ เข้าไปที่หน้าแรก ดูหมวดหมู่ที่สนใจ (เช่น พัฒนาตัวเอง, ธุรกิจ, จิตวิทยา) หรือดูจากลิสต์หนังสือขายดี หนังสือใหม่ หรือหนังสือที่กำลังเป็นที่พูดถึงครับ
   สิ่งที่มองหา ชื่อหนังสือที่สะดุดตา ปกที่ออกแบบสวย หรือผู้เขียนดังๆ ที่เราชื่นชอบผลงานอยู่แล้วครับ ถ้าเจอเล่มไหนที่รู้สึกว่า "เอ๊ะ... น่าสนใจนะ" ก็จิ้มเข้าไปดูเลยครับ! ไม่ต้องลังเลครับ!

ขั้นที่ 2 สรุป (Summarizing) – เจาะลึกถึงแก่น
ตรงนี้แหละครับหัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้! พอจิ้มเข้ามาแล้ว เราจะเจอสรุปสาระสำคัญของหนังสือเล่มนั้นๆ ครับ อ่านเลยครับ! อ่านแบบตั้งใจ!

   มองหาอะไรในสรุป
    1.  "แก่น" ของเรื่อง สาระสำคัญที่แอปฯ สรุปมาให้ มันตรงกับสิ่งที่เราอยากรู้ อยากพัฒนา หรือปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ไหมครับ? ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่า "ใช่เลย! อันนี้แหละที่อยากรู้" แสดงว่ามาถูกทางครับ
    2.  "ภาษา" และ "โทน" การเล่าเรื่อง แม้จะเป็นแค่สรุป แต่เราพอจะสัมผัสได้ว่าหนังสือเล่มนี้มีสไตล์แบบไหนครับ ถ้าเป็นแนววิชาการจ๋า หรือแนวตลกโปกฮา ถ้าอ่านแล้วรู้สึกอิน อยากรู้ต่อ แปลว่าสไตล์มันเข้ากับเราครับ
    3.  "ตัวอย่าง" หรือ "แนวคิด" เด็ดๆ ถ้าในสรุปมีตัวอย่างที่ทำให้เรา "อ๋อ!" ขึ้นมา หรือมีแนวคิดที่ "ว้าว!" จนต้องจด นั่นแหละครับสัญญาณที่ดีมากๆ!
    4.  "คำถามที่ค้างคา" ถ้าอ่านสรุปจบแล้วยังรู้สึกหิวกระหาย อยากเจาะลึก อยากรู้รายละเอียดเบื้องหลัง อยากรู้เคสตัวอย่างอีกเยอะๆ แสดงว่าหนังสือเล่มนี้มัน "ใช่" สำหรับคุณจริงๆ ครับ!



ขั้นที่ 3 ซื้อ (Buying) – ตัดสินใจอย่างชาญฉลาด
มาถึงจุดตัดสินใจแล้วครับ! หลังอ่านสรุปจบแล้ว เราจะเหลือตัวเลือกไม่กี่อย่างครับ

   ถ้า "ใช่เลย!" (รู้สึกว่าแก่นโดน สไตล์ใช่ อยากรู้ต่อขั้นสุด แบบว่าอ่านจบสรุปแล้วค้างคาเหมือนดูหนังตอนจบซีซั่น) -> กดสั่งซื้อเล่มจริงจากร้านค้าออนไลน์ หรือพุ่งตัวไปร้านหนังสือคู่ใจเลยครับ! ไม่ต้องคิดมากครับ เพราะคุณเจอ "เพชร" ของคุณแล้ว!
   ถ้า "ไม่โดนแฮะ..." (อ่านแล้วเฉยๆ หรือรู้สึกว่าสิ่งที่อยากรู้มีแค่ในสรุปนี่แหละ ไม่ต้องอ่านเต็มก็ได้) -> ปล่อยผ่านไปอย่างไม่เสียดายครับ! ถือว่าประหยัดไปได้หลายร้อยบาท! ยิ้มกว้างๆ ได้เลยครับ!
   ถ้า "กึ่งๆ..." (พอได้นะ แต่ยังไม่มั่นใจ 100% ยังมีข้อสงสัยนิดหน่อย) -> เก็บไว้ในลิสต์ที่อยากอ่านก่อนครับ หรือลองไปอ่านรีวิวเพิ่มเติมใน Pantip (ฮ่าๆ!) หรือ Goodreads ดูก่อนครับ เพื่อประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมครับ



โบนัสทิปสำหรับนักอ่านตัวจริงครับ!
ทีเด็ดอีกอย่างที่ผมมักใช้คือ พอเจอสรุปที่ "โดน" แล้ว แทนที่จะซื้อเลย ผมจะลองหา "บทสัมภาษณ์" ของผู้เขียน หรือ "รีวิว" แบบเต็มๆ ใน YouTube ดูก่อนครับ บางทีได้เห็นผู้เขียนเล่าเรื่องด้วยตัวเอง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อได้อีกเป็นกองเลยครับ!

กลยุทธ์ "3 ส." นี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยครับเพื่อนๆ แต่รับรองว่าช่วยให้เรา "กรอง" หนังสือที่ไม่ใช่ และ "เจอ" หนังสือที่ใช่ได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ ประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลา แถมยังได้หนังสือดีๆ ที่ตรงกับความต้องการของเราจริงๆ ขึ้นชั้นวางอีกด้วยครับ

ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าการอ่านหนังสือไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้ แต่เป็นเรื่องของ "กลยุทธ์" ด้วยเหมือนกันครับ!

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ แล้วเจอกันใหม่ในกระทู้หน้าครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่