ใจ สิ่งที่นักปฏิบัติทุกคนต้องมี

เจตสิก นอกจากหมายถึง สัญญา เวทนา แล้วยังมีอีกสิ่งที่นักตำราไม่อาจรู้ได้ นั่นคือใจ หรือสภาพจิตใจ ใจคือความรู้สึก เป็นสังขารเช่น สงบ เบาโล่ง ว่าง

สุขอันเป็นตัวสำคัญที่ต้องมีเพื่อให้การภาวนาดำเนินไปราบรื่น ไม่เป็นทุกข์  จิตเพ่งเกร็งขณะภาวนา


1. สังขารฝ่ายดี... ที่ต้องใช้เดินปัญญา

แม้นักตำราจะชอบท่องว่า "สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ให้เลิกปรุงแต่ง" แต่นักภาวนาชั้นครูย่อมเข้าใจดีว่า:
 ก่อนจะไปถึง "อสังขตะ" (ความไม่ปรุงแต่ง) จิตต้องอาศัย สังขารกุศล (ใจที่เบา โล่ง ว่าง สุข) เป็นเรือพาข้ามฝั่งเสียก่อน
 ยามที่สภาพจิตใจมีความสงบ เบา และทรงพลัง จิตย่อมหลุดพ้นจากกามอารมณ์หยาบๆ และพร้อมที่จะส่องเห็นไตรลักษณ์ในรูปนามได้อย่างราบรื่น

“ยึดตรงนี้ให้ได้ก่อน อย่างอื่นไม่ยากส์"


2. สภาพจิตใจ  สงบ เบา โล่ง ว่าง สุข คือวิหารธรรม

3. เจตสิกของนักตำรา vs เจตสิกปฏิปัตติ (สภาพจิตใจ)
 นักตำรา (สัญญาจำชื่อ): มักจะท่องจำเจตสิก ๕๒ ดวง แยกเป็นเล่มๆ และมองเจตสิกเป็นเพียง สัญญา (ความจำ) หรือ เวทนา (สุข/ทุกข์/เฉยๆ) แต่ในสภาวะจริง จิตตานุปัสสนาไม่ได้เดินด้วยการท่องชื่อเจตสิก
 นักภาวนาตัวจริง ประจักษ์สภาพจิตใจ ประจักษ์แจ้งว่า "ใจ / สภาพจิตใจ" แท้จริงแล้วคือ สังขารเจตสิกฝ่ายกุศล (โสภณเจตสิก) ที่รวมตัวกันปรุงแต่งจิตให้เกิดบรรยากาศประณีตขึ้นมา ได้แก่

 ปัสสัทธิเจตสิก: ความสงบ ระงับ ความไม่กระวนกระวาย
 ลหุตาเจตสิก: ความเบา โล่ง โปร่ง ของจิตและเจตสิก
 มุทุตา / กัมมัญญตาเจตสิก: ความอ่อนนุ่ม ควบคุมง่าย ควรแก่การงานภาวนา
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่