
ภาพ : มติชน
รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล และกฎหมายของ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเผยว่า “ขณะนี้มหาวิทยาลัยไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่เทคโนโลยี และตลาดแรงงานเปลี่ยนเร็ว ทำให้สถาบันอุดมศึกษาต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด”
เดิมทีมหาวิทยาลัยมีรายได้หลักจากค่าเล่าเรียนของนักศึกษาภาคปกติ แต่ปัจจุบันหลายสาขามีที่นั่งเหลือจำนวนมาก ขณะที่งบประมาณจากภาครัฐก็ลดลง ทำให้มหาวิทยาลัยต้องหารายได้จากช่องทางอื่นเพิ่มขึ้น
🧿
ประเด็นที่น่ากังวล : สาขาที่ประเทศต้องการ คนกลับเรียนน้อย
• ข้อมูลที่มหาวิทยาลัยสะท้อนคือ สายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ (STEM) มีผู้สมัครลดลง ขณะที่รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การกีฬากลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
• อีกสาขาที่ถูกพูดถึงมากคือ ครุศาสตร์ แม้จะมีการพูดกันมานานว่า “
ครูเกินความต้องการ” แต่ผู้สมัครเรียนยังมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
• ผู้บริหารมองว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับค่านิยมเรื่องความมั่นคงของอาชีพราชการ ซึ่งฝังรากมาตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้หลายครอบครัวยังมองว่าอาชีพครูมีสวัสดิการ และความมั่นคงมากกว่าเอกชน แม้โอกาสสอบบรรจุจะลดลงจากการยุบหรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
🧿
การเริ่มปรับตัวของมหาวิทยาลัย :
• ทางมหาวิทยาลัยระบุว่า มีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เช่น
✅ บูรณาการหลายหลักสูตรเข้าด้วยกัน
✅ ตั้งสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Office NRRU)
✅ เปิดหลักสูตรระยะสั้น และรายวิชาที่นำไปใช้ทำงานได้ทันที
✅ ใช้ระบบ Credit Bank ให้สะสมหน่วยกิตไว้ต่อยอดเป็นปริญญาในอนาคต
• นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กมัธยมส่วนใหญ่ยังอยากเรียน On-site แต่กลุ่มวัยทำงาน และศิษย์เก่าต้องการเรียนแบบ Online หรือ Hybrid มากกว่า
🧿
ต้นตอวิกฤตอาจารย์เกินอัตรา :
• ช่วงประมาณปี 2550 หลายมหาวิทยาลัยรับอาจารย์เพิ่มจำนวนมาก เพราะมีนักศึกษาเยอะ แต่เมื่อจำนวนนักศึกษาลดลง อาจารย์ที่มีอยู่ก็ไม่สามารถย้ายข้ามสาขาหรือเลิกจ้างได้ง่าย
• แนวทางที่ใช้ตอนนี้คือ ชะลอการรับอาจารย์ทดแทนผู้เกษียณ สาขาที่มีผู้เรียนน้อยจะไม่เปิดอัตราเพิ่ม บางหลักสูตรใช้อาจารย์ชั่วคราวหรืออาจารย์พิเศษรายชั่วโมงแทน
🧿
ดึงภาคเอกชนมาช่วยสอน :
• อีกแนวทางที่น่าสนใจคือ การใช้เกณฑ์ใหม่ของกระทรวง อว. ปี 2565 ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรได้
• ตัวอย่างที่ยกมาคือ ความร่วมมือกับอู่เชิดชัยในหลักสูตรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยให้นักศึกษาไปเรียน และฝึกงานในสถานที่จริง พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนร่วมสอนด้วย
☑️ สรุปแล้ว สิ่งที่มหาวิทยาลัยสะท้อนมีอยู่ 3 เรื่องใหญ่
⚠️ เด็กเกิดน้อย ส่งผลให้นักศึกษาลดลง
⚠️ สาย STEM ขาดคนเรียน สวนทางกับความต้องการประเทศ
⚠️ อาจารย์บางสาขาเริ่มเกินอัตรา ทำให้ต้องชะลอการบรรจุใหม่
หลายมหาวิทยาลัยจึงกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “
ที่เรียนปริญญา 4 ปี” ไปสู่ “
ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต” และพยายามทำงานร่วมกับภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อให้หลักสูตรตอบโจทย์ตลาดแรงงานอย่างแท้จริง
ที่มา : มติชนออนไลน์
👨🏻🏫มหาลัยชี้วิกฤตอาจารย์ล้นตลาด ราชภัฏชะลอบรรจุแทนเกษียณฯ เด็กเมินสายวิทย์ หันเรียนสายสังคมมากขึ้น
ภาพ : มติชน
รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล และกฎหมายของ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเผยว่า “ขณะนี้มหาวิทยาลัยไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่เทคโนโลยี และตลาดแรงงานเปลี่ยนเร็ว ทำให้สถาบันอุดมศึกษาต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด”
เดิมทีมหาวิทยาลัยมีรายได้หลักจากค่าเล่าเรียนของนักศึกษาภาคปกติ แต่ปัจจุบันหลายสาขามีที่นั่งเหลือจำนวนมาก ขณะที่งบประมาณจากภาครัฐก็ลดลง ทำให้มหาวิทยาลัยต้องหารายได้จากช่องทางอื่นเพิ่มขึ้น
🧿 ประเด็นที่น่ากังวล : สาขาที่ประเทศต้องการ คนกลับเรียนน้อย
• ข้อมูลที่มหาวิทยาลัยสะท้อนคือ สายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ (STEM) มีผู้สมัครลดลง ขณะที่รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การกีฬากลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
• อีกสาขาที่ถูกพูดถึงมากคือ ครุศาสตร์ แม้จะมีการพูดกันมานานว่า “ครูเกินความต้องการ” แต่ผู้สมัครเรียนยังมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
• ผู้บริหารมองว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับค่านิยมเรื่องความมั่นคงของอาชีพราชการ ซึ่งฝังรากมาตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้หลายครอบครัวยังมองว่าอาชีพครูมีสวัสดิการ และความมั่นคงมากกว่าเอกชน แม้โอกาสสอบบรรจุจะลดลงจากการยุบหรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
🧿 การเริ่มปรับตัวของมหาวิทยาลัย :
• ทางมหาวิทยาลัยระบุว่า มีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เช่น
✅ บูรณาการหลายหลักสูตรเข้าด้วยกัน
✅ ตั้งสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Office NRRU)
✅ เปิดหลักสูตรระยะสั้น และรายวิชาที่นำไปใช้ทำงานได้ทันที
✅ ใช้ระบบ Credit Bank ให้สะสมหน่วยกิตไว้ต่อยอดเป็นปริญญาในอนาคต
• นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กมัธยมส่วนใหญ่ยังอยากเรียน On-site แต่กลุ่มวัยทำงาน และศิษย์เก่าต้องการเรียนแบบ Online หรือ Hybrid มากกว่า
🧿 ต้นตอวิกฤตอาจารย์เกินอัตรา :
• ช่วงประมาณปี 2550 หลายมหาวิทยาลัยรับอาจารย์เพิ่มจำนวนมาก เพราะมีนักศึกษาเยอะ แต่เมื่อจำนวนนักศึกษาลดลง อาจารย์ที่มีอยู่ก็ไม่สามารถย้ายข้ามสาขาหรือเลิกจ้างได้ง่าย
• แนวทางที่ใช้ตอนนี้คือ ชะลอการรับอาจารย์ทดแทนผู้เกษียณ สาขาที่มีผู้เรียนน้อยจะไม่เปิดอัตราเพิ่ม บางหลักสูตรใช้อาจารย์ชั่วคราวหรืออาจารย์พิเศษรายชั่วโมงแทน
🧿 ดึงภาคเอกชนมาช่วยสอน :
• อีกแนวทางที่น่าสนใจคือ การใช้เกณฑ์ใหม่ของกระทรวง อว. ปี 2565 ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรได้
• ตัวอย่างที่ยกมาคือ ความร่วมมือกับอู่เชิดชัยในหลักสูตรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยให้นักศึกษาไปเรียน และฝึกงานในสถานที่จริง พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนร่วมสอนด้วย
☑️ สรุปแล้ว สิ่งที่มหาวิทยาลัยสะท้อนมีอยู่ 3 เรื่องใหญ่
⚠️ เด็กเกิดน้อย ส่งผลให้นักศึกษาลดลง
⚠️ สาย STEM ขาดคนเรียน สวนทางกับความต้องการประเทศ
⚠️ อาจารย์บางสาขาเริ่มเกินอัตรา ทำให้ต้องชะลอการบรรจุใหม่
หลายมหาวิทยาลัยจึงกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ที่เรียนปริญญา 4 ปี” ไปสู่ “ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต” และพยายามทำงานร่วมกับภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อให้หลักสูตรตอบโจทย์ตลาดแรงงานอย่างแท้จริง
ที่มา : มติชนออนไลน์