เรื่องนี้ที่อยากบอกเล่าต่อๆ เพราะเรานึกย้อนไปทีไร มันก็รู้สึก ทั้ง งง ทั้งหวาดเสียว แล้วก็ไม่รู้ทำไปทำไม?
ครั้งแรกตอนช่วงอายุประมาณ 10 ขวบ เราอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆห่างไกลความเจริญ บ้านติดป่าติดเขา
วันนั้นเราทะเลาะกับคนในบ้านช่วงเวลา 23:00 เพราะว่าเราเปิดโทรศัพท์แล้วนอนหลับ ไม่รู้ว่าตอนนั้นเสียใจอะไรหนักหนา เราแอบออกจากบ้าน ไปนั่งในป่าหลังบ้าน คือช่วงนั้นหลังบ้านแต่ละหลังก็จะมีป่าอยู่ด้านหลัง ก็ไปนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ปากก็พึมพำว่า ทำไมเราต้องโดนด่า นั่งนึกน้อยใจสักพักนึ่ง เราก็กะว่านอนในนี้แหละ รอให้ครอบครัวตกใจมาง้อมาตามหาเอาเลย เราก็นั่งพิงต้นไม้อยู่ พอสายตาชิน กับความมืดมันก็เริ่มมองเห็นสิ่งรอบข้าง ความน้อยใจมันก็เริ่มลดลง
แต่สิ่งที่ทำไห้เราได้สติเลยก็คือ จากป่าที่มีแบบเสียงลม เสียงสัตว์ร้อง มันเงียบสนิท อากาศเริ่มเย็นลง ขนแขนขาลุก เราลืมเรื่อง สิ่งลี้ลับไปเลย พอได้สติ เรามีความรู้สึกโดนสายตาจ้องมองจากหลายๆจุด ภาพในหัวสมองมันก็เกิดภาพๆนึ่งว่ามี สายตาจ้องมองเราจากบนต้นไม้ เราสองจิตสองใจที่จะมองไปดู (ขณะพิมพ์อยู่ก็ขนลุกไปนึกถึงช่วงเวลานั้น) เราเลือกที่จะไปมองไปดู แต่เราพูดออกไปว่า เห้อปวดฉี่ ไปฉี่ก่อนค่อนกลับมา จากนั้นเราก็ลุก ละก็เดินออกเหมือนไม่รู้สึกอะไร
แต่ตอนเราใกล้จะเดินออกจากป่าแล้ว เราทนไม่ไหวแล้วทุกคน เราก็เผลอวิ่งแบบสุดชีวิต พอเราวิ่งเท่านั้นแหละ เสียงฝีเท้า วิ่งตามเรา แบบอีกนิดเดียวคงเอื้อมถึงเราแล้ว เราก็ภาวนาในใจ (ปู่ย่าช่วยลูกด้วย) จากนั้นเป็ดไก่ที่เลี้ยงไว้ที่หลังบ้าน มันก็ร้องขึ้น ไก่ก็ตื่นเป็ดก็ร้อง+กระพือปีกพึบๆ จากนั้นหมาเราที่เลี้ยงไว้ 6 ตัวน้องๆก็วิ่งมาหาเรา แต่วิ่งเลยเราไปไปเห่าอยู่ทางเข้าป่า แป๊บเดียวผูกนกในป่า (ไม่รู้ว่านกอะไร) ก็บินแตกกระจายออก เสียงร้องแสบหูมาก เราทั้งกลัวอะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รีบวิ่งเข้าบ้านไปนอน ตอนเราเข้าบ้านเวลาประมาณ ตี 2 ครึ่ง
เรามาถึงห้อง แล้วนึกถึงช่วงเวลาเราอยู่ในป่าทำไมถึงกล้าเข้าไปนะ นึกไปนึกมา เราก็ง่วงแล้วทั้งเพลียจากการร้องไห้ ก็เผลอหลับไป แล้วเราก็ฝันว่า เราย้อนกลับไปในป่า ตอนที่รู้สึกตัวว่า ในป่าผิดปกติ เราก็วิ่งตั้งแต่จุดแรกเลย เราก็โดนวิ่งไล่ เหมือนจะโดนคว้าดึงกลับเข้าไปในป่า แต่ก็มีคนเรียกชื่อเรา เราก็สะดุ้งตื่นมา เราดูเวลา มันผ่านไปแค่ 15 นาทีเองทุกคนที่เราหลับไป เราเลยเอาน้องหมาเข้ามานอนด้วยตัว 1 ปกติน้องก็นอนกับเรานะ น้องมาเข้ามา มันก็พอเราทำท่าหางจุตูด ปากก็ทำเหมือนจะสวบจะกัดเรา เราก็เอามือไปลูบหัวน้อง แต่สิ่งที่มันจะกัดไม่ใช่ เราน้องก็โดดไปสวบอากาศ
ตอนนั้นเรากลัวมาก เราเลยเปิดประตูห้องแล้วก็พูดว่า ในห้องนี้มีแค่ เรา(บอกชื่อ) กับหมาที่ชื่อโทนี่ นอกนั้นที่ไม่เอ่ยชื่อไม่อนุญาตให้เข้ามาในบริเวณบ้านหรือในห้อง พอเราพูดจบ น้องหมาเราวิ่งสวบอากาศ ทั้งจะหอนทั้งจะสวบจนถึงประตูหลังบ้านทางไปป่า เป็ดไก่ก็ร้องอีก ย่าเราก็ตื่น เรียกเรา พูดเป็นภาษาอีสาน ฮ่วยบ่แม่นหมามากัดไก่เฮาบ้อ ย่าก็มาเรียกเราไปดูด้วย
โอ้ยทุกคน ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเราไปเจออะไรมา เราก็ปฏิเสธไม่ได้ ต้องตามย่าไป ย่าก็ไปเช็กดูเล้าไก่ว่ามีหมาจากบ้านอื่นมาหรือว่า มีรอยกัดผ้าที่กั้นทำเล้าไก่มั้ย เราเป็นคนถือไฟฉายไห้ย่า แต่ตาแต่แอบมองที่ป่าหลังบ้านที่อยู่ไม่ไกล เรากลัวมากอยากจะกลับเข้าไปในบ้านเร็วๆ เราก็บอกย่าว่า ปะกลับย่าไม่มีแล้ว กลับเถอะ ย่าก็ออกมา พอย่ากำลังปิดประตูเล้าไก่
ก็มองไปเห็นในป่า เป็นจุด แสงสองจุด 🔘🔘 ประมาณนี้อยู่ในป่า เราเลยบอกไห้ย่าดู พอย่าเห็นย่าก็บอกว่า อย่าแล่นเด้อ ค่อยๆย่างเข้าบ้านเฮา ทำโตปกติ แล้วก็เดินเข้าบ้าน พอเข้าบ้านย่าก็พาจุดธูปเทียนบอกเจ้าที่ ก็มานอนด้วยกันทั้งคนทั้งหมา ย่าเราก็นอนไม่หลับ ย่าเลยโทรไปถามเพื่อน พูดเรื่องราวที่ย่าเจอให้เขาฟัง
ตอนนั้นเราโล่งใจละ สบายใจขึ้นเราก็หลับไป
การเผลอเข้าไปในที่ที่ไม่ควรจะไปคนเดียว เราเป็นบ่อยมาก พอรู้สึกตัวอีกที ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด สถานที่ต่อไป มันสถานที่ที่ ไม่ควรเข้าไปเลยจริงๆ แต่ก็ใช่ เราเข้าไปดูคนเดียว ตอนได้สติว่าไม่ควรเข้าไป เกือบเหลือแต่ชื่อจริงๆ ติดตาม EP.2 นะคะ ตอนนี้นอนก่อนเด้อ ราตรีสวัสดิ์
บอกเล่าประสบการณ์ ทำอะไรแบบเบลอๆไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีเกือบเอาชีวิตไม่รอด EP.1
ครั้งแรกตอนช่วงอายุประมาณ 10 ขวบ เราอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆห่างไกลความเจริญ บ้านติดป่าติดเขา
วันนั้นเราทะเลาะกับคนในบ้านช่วงเวลา 23:00 เพราะว่าเราเปิดโทรศัพท์แล้วนอนหลับ ไม่รู้ว่าตอนนั้นเสียใจอะไรหนักหนา เราแอบออกจากบ้าน ไปนั่งในป่าหลังบ้าน คือช่วงนั้นหลังบ้านแต่ละหลังก็จะมีป่าอยู่ด้านหลัง ก็ไปนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ปากก็พึมพำว่า ทำไมเราต้องโดนด่า นั่งนึกน้อยใจสักพักนึ่ง เราก็กะว่านอนในนี้แหละ รอให้ครอบครัวตกใจมาง้อมาตามหาเอาเลย เราก็นั่งพิงต้นไม้อยู่ พอสายตาชิน กับความมืดมันก็เริ่มมองเห็นสิ่งรอบข้าง ความน้อยใจมันก็เริ่มลดลง
แต่สิ่งที่ทำไห้เราได้สติเลยก็คือ จากป่าที่มีแบบเสียงลม เสียงสัตว์ร้อง มันเงียบสนิท อากาศเริ่มเย็นลง ขนแขนขาลุก เราลืมเรื่อง สิ่งลี้ลับไปเลย พอได้สติ เรามีความรู้สึกโดนสายตาจ้องมองจากหลายๆจุด ภาพในหัวสมองมันก็เกิดภาพๆนึ่งว่ามี สายตาจ้องมองเราจากบนต้นไม้ เราสองจิตสองใจที่จะมองไปดู (ขณะพิมพ์อยู่ก็ขนลุกไปนึกถึงช่วงเวลานั้น) เราเลือกที่จะไปมองไปดู แต่เราพูดออกไปว่า เห้อปวดฉี่ ไปฉี่ก่อนค่อนกลับมา จากนั้นเราก็ลุก ละก็เดินออกเหมือนไม่รู้สึกอะไร
แต่ตอนเราใกล้จะเดินออกจากป่าแล้ว เราทนไม่ไหวแล้วทุกคน เราก็เผลอวิ่งแบบสุดชีวิต พอเราวิ่งเท่านั้นแหละ เสียงฝีเท้า วิ่งตามเรา แบบอีกนิดเดียวคงเอื้อมถึงเราแล้ว เราก็ภาวนาในใจ (ปู่ย่าช่วยลูกด้วย) จากนั้นเป็ดไก่ที่เลี้ยงไว้ที่หลังบ้าน มันก็ร้องขึ้น ไก่ก็ตื่นเป็ดก็ร้อง+กระพือปีกพึบๆ จากนั้นหมาเราที่เลี้ยงไว้ 6 ตัวน้องๆก็วิ่งมาหาเรา แต่วิ่งเลยเราไปไปเห่าอยู่ทางเข้าป่า แป๊บเดียวผูกนกในป่า (ไม่รู้ว่านกอะไร) ก็บินแตกกระจายออก เสียงร้องแสบหูมาก เราทั้งกลัวอะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รีบวิ่งเข้าบ้านไปนอน ตอนเราเข้าบ้านเวลาประมาณ ตี 2 ครึ่ง
เรามาถึงห้อง แล้วนึกถึงช่วงเวลาเราอยู่ในป่าทำไมถึงกล้าเข้าไปนะ นึกไปนึกมา เราก็ง่วงแล้วทั้งเพลียจากการร้องไห้ ก็เผลอหลับไป แล้วเราก็ฝันว่า เราย้อนกลับไปในป่า ตอนที่รู้สึกตัวว่า ในป่าผิดปกติ เราก็วิ่งตั้งแต่จุดแรกเลย เราก็โดนวิ่งไล่ เหมือนจะโดนคว้าดึงกลับเข้าไปในป่า แต่ก็มีคนเรียกชื่อเรา เราก็สะดุ้งตื่นมา เราดูเวลา มันผ่านไปแค่ 15 นาทีเองทุกคนที่เราหลับไป เราเลยเอาน้องหมาเข้ามานอนด้วยตัว 1 ปกติน้องก็นอนกับเรานะ น้องมาเข้ามา มันก็พอเราทำท่าหางจุตูด ปากก็ทำเหมือนจะสวบจะกัดเรา เราก็เอามือไปลูบหัวน้อง แต่สิ่งที่มันจะกัดไม่ใช่ เราน้องก็โดดไปสวบอากาศ
ตอนนั้นเรากลัวมาก เราเลยเปิดประตูห้องแล้วก็พูดว่า ในห้องนี้มีแค่ เรา(บอกชื่อ) กับหมาที่ชื่อโทนี่ นอกนั้นที่ไม่เอ่ยชื่อไม่อนุญาตให้เข้ามาในบริเวณบ้านหรือในห้อง พอเราพูดจบ น้องหมาเราวิ่งสวบอากาศ ทั้งจะหอนทั้งจะสวบจนถึงประตูหลังบ้านทางไปป่า เป็ดไก่ก็ร้องอีก ย่าเราก็ตื่น เรียกเรา พูดเป็นภาษาอีสาน ฮ่วยบ่แม่นหมามากัดไก่เฮาบ้อ ย่าก็มาเรียกเราไปดูด้วย
โอ้ยทุกคน ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเราไปเจออะไรมา เราก็ปฏิเสธไม่ได้ ต้องตามย่าไป ย่าก็ไปเช็กดูเล้าไก่ว่ามีหมาจากบ้านอื่นมาหรือว่า มีรอยกัดผ้าที่กั้นทำเล้าไก่มั้ย เราเป็นคนถือไฟฉายไห้ย่า แต่ตาแต่แอบมองที่ป่าหลังบ้านที่อยู่ไม่ไกล เรากลัวมากอยากจะกลับเข้าไปในบ้านเร็วๆ เราก็บอกย่าว่า ปะกลับย่าไม่มีแล้ว กลับเถอะ ย่าก็ออกมา พอย่ากำลังปิดประตูเล้าไก่
ก็มองไปเห็นในป่า เป็นจุด แสงสองจุด 🔘🔘 ประมาณนี้อยู่ในป่า เราเลยบอกไห้ย่าดู พอย่าเห็นย่าก็บอกว่า อย่าแล่นเด้อ ค่อยๆย่างเข้าบ้านเฮา ทำโตปกติ แล้วก็เดินเข้าบ้าน พอเข้าบ้านย่าก็พาจุดธูปเทียนบอกเจ้าที่ ก็มานอนด้วยกันทั้งคนทั้งหมา ย่าเราก็นอนไม่หลับ ย่าเลยโทรไปถามเพื่อน พูดเรื่องราวที่ย่าเจอให้เขาฟัง
ตอนนั้นเราโล่งใจละ สบายใจขึ้นเราก็หลับไป
การเผลอเข้าไปในที่ที่ไม่ควรจะไปคนเดียว เราเป็นบ่อยมาก พอรู้สึกตัวอีกที ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด สถานที่ต่อไป มันสถานที่ที่ ไม่ควรเข้าไปเลยจริงๆ แต่ก็ใช่ เราเข้าไปดูคนเดียว ตอนได้สติว่าไม่ควรเข้าไป เกือบเหลือแต่ชื่อจริงๆ ติดตาม EP.2 นะคะ ตอนนี้นอนก่อนเด้อ ราตรีสวัสดิ์