.
พุทธภูมินี่ตื่นเช้าขึ้นมาก็มองดูว่าจะช่วยใครพ้นทุกข์ได้บ้าง มองหาสิ่งที่จะทำประโยชน์ให้กับคนอื่น พุทธภูมิเกิดมาแต่ละชาติต้องมีหน้าที่ อย่างบารมี ๑๐ ต้องตั้งความปรารถนาว่าชาตินี้เรามาสร้างบารมีอะไร ดูอย่างพระพุทธเจ้าแต่ละชาติมาไม่เหมือนกัน มีอยู่ชาติหนึ่งที่ทำครบหมดเลย เพราะฉะนั้นพุทธภูมินี่เรียกว่า คว่ำแก้วน้ำแล้วไม่เหลือน้ำแม้แต่หยดเดียว คือ ทานก็ทำหมด ไม่ดูว่าคนนี้เป็นคนจนหรือคนรวย ใครมาขออะไร คนนี้ขอก่อนก็ให้เขาไปเลย ชูชกมาขอก็ให้ไปเลย ไม่ดูว่าคุณมีศักดิ์ศรีหรือเปล่า
.
หลวงพ่อฤๅษีท่านบอกว่า พระเวสสันดรบารมีตัวอื่นเต็ม แต่ขาดเนกขัมมะ เทวดาท่านก็ต้องดลใจให้ชาวเมืองเกลียด เพื่อที่จะให้พระเวสสันดรสร้างบารมีได้เต็ม เมื่อพระเวสสันดรถูกขับออกจากเมือง ท่านก็เลยบวชซะเลย พอบวชแล้ว ได้บริจาคลูกเมียเรียบร้อยแล้ว เทวดาก็คลายให้ชาวเมืองคิดถึงพระเวสสันดร แล้วก็อัญเชิญกลับมา เพราะฉะนั้นก็เป็นอำนาจของเทวดาด้วยว่า คอยประคบประหงมให้ท่านสร้างบารมีให้ครบถ้วน จริง ๆ ถ้ามีบารมีมาก
ยิ่งเป็นพุทธภูมิ พรหมเทวดาจะคอยดูแลรักษาเพื่อให้มีกำลังสูงขึ้น
.
คนที่ปรารถนาพุทธภูมิ เวลาทำอะไรก็จะต้องทำด้วยตนเองทุกอย่าง อย่างหลวงพ่อนี่ใครให้อะไรมา ท่านก็ต้องเรียนรู้ด้วยตนเองให้ได้หมดเลย วิสัยของผู้นำ ทำอะไรด้วยตนเองทุกอย่าง ต้องเรียนรู้หมดเลย ของทุกอย่างที่ท่านใช้ ท่านทำเป็นหมด อย่างเรานี่น่าจะทำเป็นแต่กลับทำไม่เป็น กล้อง วีดีโอ สารพัดท่านทำได้หมดเลย แม้กระทั่งพิมพ์ดีด ท่านพิมพ์จดหมายเอง บางทีพิมพ์ออกมาบางคำก็ผิด เนื่องจากเครื่องมันเก่ามาก ท่านก็ไม่ยอมเปลี่ยน
.
พุทธภูมิไม่คิดถึงขันธ์ ๕ ของตนเอง แต่ถ้าใครเป็นห่วงขันธ์ ๕ ของตนเอง แสดงว่าเป็นพุทธภูมิบารมีอ่อน ส่วนท่านที่บารมีเต็มจะเหมือนกับท่านตัดขันธ์ ๕ อยู่ตลอดเวลา ไม่อาลัยอาวรณ์ในร่างกาย ตนเองจะเป็นอย่างไรก็ช่าง คิดแต่จะช่วยเขา พอท่านทำหน้าที่เสร็จแต่ละชาติแล้วก็ไป ไม่ต้องถือว่าตนเองต้องมีอายุยืนเท่านั้นเท่านี้ ทำหน้าที่จบก็ไป ส่วนมากก็มากู้ชาติอะไรแบบนี้ ต้องเป็นทั้งหมดตั้งแต่สัตว์เดรัจฉานขึ้นมาทุกอย่าง อย่างสมถะก็ต้องเรียนให้หมด ๔๐ กอง ต้องรู้อารมณ์ต่าง ๆ ในแต่ละกองว่าเป็นอย่างไร
.
อย่างสาวกภูมินี่ไม่ต้องอะไรมาก ท่านให้เรารวบรัด เอากองใดกองหนึ่ง แล้วเราก็ทำกองนั้นให้ชำนาญ อย่างเวลาเรานึกถึงความตาย คนที่ป่วยจะทำได้ง่าย แต่ถ้าคนหนุ่ม ๆ บางทีให้นึกถึงความตาย มันก็ยังไม่อยากตาย มันจะเห็นยากหน่อย พอเราเริ่มอายุมากขึ้นมันจึงเริ่มเห็นว่าร่างกายเรามีโทษ มันเริ่มหนีเราทุกวัน
.
ส่วนพุทธภูมินี่ถ้าใครปรารถนาสร้างบารมีจริง ๆ จะเป็นผู้ที่น่าเคารพกราบไหว้มาก เมื่อเรารู้ปฏิปทาของพุทธภูมิแล้ว เพราะพุทธภูมิเกิดมาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นจริง ๆ จึงสมกับเป็นศาสดาเอกของโลก เพราะแต่ละชาติก็ต้องช่วยเขาหมด แม้กระทั่งต้องยอมสละชีวิต เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านสละร่างกายให้เสือกิน
.
อย่างสาวกนี่ เราเอาแค่ตัดตัวเราก่อน เหมือนจะเห็นแก่ตัว แต่ก็ไม่เชิง ในขณะเดียวกันต้องมีเมตตาด้วย ถ้าไม่มีเมตตาจะเป็นพระอริยเจ้าไม่ได้ เพราะคนที่จะเป็นพระอริยเจ้าได้ก็ต้องมีความพิเศษกว่าปุถุชน มีความเมตตาที่เป็นความเย็น ความชุ่มฉ่ำ อย่างเข้าไปหาพระอรหันต์ หลวงปู่หลวงตา แค่เห็นท่านยิ้มนิดหนึ่งหรือพูดอะไรไม่กี่ประโยคเราก็ชื่นใจแล้ว บางองค์ท่านป่วยหนัก แค่ท่านพลิกตัวมาให้เราเห็นหน้าหน่อย เราก็ชื่นใจแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรเลย เพราะฉะนั้นความงามของท่านไม่ได้อยู่ที่สังขารเลย
คัดลอกบางส่วนจากเว็ปไซต์วัดท่าขนุน
สนทนากับหลวงพ่อวิรัช โอภาโส วัดธรรมยาน จังหวัดเพชรบูรณ์
เมื่อวันที่ ๒๙-๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒
(หลวงพ่อวิรัชท่านเป็นหนึ่งในพระลูกศิษย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุง)
พุทธภูมิ
พุทธภูมินี่ตื่นเช้าขึ้นมาก็มองดูว่าจะช่วยใครพ้นทุกข์ได้บ้าง มองหาสิ่งที่จะทำประโยชน์ให้กับคนอื่น พุทธภูมิเกิดมาแต่ละชาติต้องมีหน้าที่ อย่างบารมี ๑๐ ต้องตั้งความปรารถนาว่าชาตินี้เรามาสร้างบารมีอะไร ดูอย่างพระพุทธเจ้าแต่ละชาติมาไม่เหมือนกัน มีอยู่ชาติหนึ่งที่ทำครบหมดเลย เพราะฉะนั้นพุทธภูมินี่เรียกว่า คว่ำแก้วน้ำแล้วไม่เหลือน้ำแม้แต่หยดเดียว คือ ทานก็ทำหมด ไม่ดูว่าคนนี้เป็นคนจนหรือคนรวย ใครมาขออะไร คนนี้ขอก่อนก็ให้เขาไปเลย ชูชกมาขอก็ให้ไปเลย ไม่ดูว่าคุณมีศักดิ์ศรีหรือเปล่า
.
หลวงพ่อฤๅษีท่านบอกว่า พระเวสสันดรบารมีตัวอื่นเต็ม แต่ขาดเนกขัมมะ เทวดาท่านก็ต้องดลใจให้ชาวเมืองเกลียด เพื่อที่จะให้พระเวสสันดรสร้างบารมีได้เต็ม เมื่อพระเวสสันดรถูกขับออกจากเมือง ท่านก็เลยบวชซะเลย พอบวชแล้ว ได้บริจาคลูกเมียเรียบร้อยแล้ว เทวดาก็คลายให้ชาวเมืองคิดถึงพระเวสสันดร แล้วก็อัญเชิญกลับมา เพราะฉะนั้นก็เป็นอำนาจของเทวดาด้วยว่า คอยประคบประหงมให้ท่านสร้างบารมีให้ครบถ้วน จริง ๆ ถ้ามีบารมีมาก ยิ่งเป็นพุทธภูมิ พรหมเทวดาจะคอยดูแลรักษาเพื่อให้มีกำลังสูงขึ้น
.
คนที่ปรารถนาพุทธภูมิ เวลาทำอะไรก็จะต้องทำด้วยตนเองทุกอย่าง อย่างหลวงพ่อนี่ใครให้อะไรมา ท่านก็ต้องเรียนรู้ด้วยตนเองให้ได้หมดเลย วิสัยของผู้นำ ทำอะไรด้วยตนเองทุกอย่าง ต้องเรียนรู้หมดเลย ของทุกอย่างที่ท่านใช้ ท่านทำเป็นหมด อย่างเรานี่น่าจะทำเป็นแต่กลับทำไม่เป็น กล้อง วีดีโอ สารพัดท่านทำได้หมดเลย แม้กระทั่งพิมพ์ดีด ท่านพิมพ์จดหมายเอง บางทีพิมพ์ออกมาบางคำก็ผิด เนื่องจากเครื่องมันเก่ามาก ท่านก็ไม่ยอมเปลี่ยน
.
พุทธภูมิไม่คิดถึงขันธ์ ๕ ของตนเอง แต่ถ้าใครเป็นห่วงขันธ์ ๕ ของตนเอง แสดงว่าเป็นพุทธภูมิบารมีอ่อน ส่วนท่านที่บารมีเต็มจะเหมือนกับท่านตัดขันธ์ ๕ อยู่ตลอดเวลา ไม่อาลัยอาวรณ์ในร่างกาย ตนเองจะเป็นอย่างไรก็ช่าง คิดแต่จะช่วยเขา พอท่านทำหน้าที่เสร็จแต่ละชาติแล้วก็ไป ไม่ต้องถือว่าตนเองต้องมีอายุยืนเท่านั้นเท่านี้ ทำหน้าที่จบก็ไป ส่วนมากก็มากู้ชาติอะไรแบบนี้ ต้องเป็นทั้งหมดตั้งแต่สัตว์เดรัจฉานขึ้นมาทุกอย่าง อย่างสมถะก็ต้องเรียนให้หมด ๔๐ กอง ต้องรู้อารมณ์ต่าง ๆ ในแต่ละกองว่าเป็นอย่างไร
.
อย่างสาวกภูมินี่ไม่ต้องอะไรมาก ท่านให้เรารวบรัด เอากองใดกองหนึ่ง แล้วเราก็ทำกองนั้นให้ชำนาญ อย่างเวลาเรานึกถึงความตาย คนที่ป่วยจะทำได้ง่าย แต่ถ้าคนหนุ่ม ๆ บางทีให้นึกถึงความตาย มันก็ยังไม่อยากตาย มันจะเห็นยากหน่อย พอเราเริ่มอายุมากขึ้นมันจึงเริ่มเห็นว่าร่างกายเรามีโทษ มันเริ่มหนีเราทุกวัน
.
ส่วนพุทธภูมินี่ถ้าใครปรารถนาสร้างบารมีจริง ๆ จะเป็นผู้ที่น่าเคารพกราบไหว้มาก เมื่อเรารู้ปฏิปทาของพุทธภูมิแล้ว เพราะพุทธภูมิเกิดมาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นจริง ๆ จึงสมกับเป็นศาสดาเอกของโลก เพราะแต่ละชาติก็ต้องช่วยเขาหมด แม้กระทั่งต้องยอมสละชีวิต เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านสละร่างกายให้เสือกิน
.
อย่างสาวกนี่ เราเอาแค่ตัดตัวเราก่อน เหมือนจะเห็นแก่ตัว แต่ก็ไม่เชิง ในขณะเดียวกันต้องมีเมตตาด้วย ถ้าไม่มีเมตตาจะเป็นพระอริยเจ้าไม่ได้ เพราะคนที่จะเป็นพระอริยเจ้าได้ก็ต้องมีความพิเศษกว่าปุถุชน มีความเมตตาที่เป็นความเย็น ความชุ่มฉ่ำ อย่างเข้าไปหาพระอรหันต์ หลวงปู่หลวงตา แค่เห็นท่านยิ้มนิดหนึ่งหรือพูดอะไรไม่กี่ประโยคเราก็ชื่นใจแล้ว บางองค์ท่านป่วยหนัก แค่ท่านพลิกตัวมาให้เราเห็นหน้าหน่อย เราก็ชื่นใจแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรเลย เพราะฉะนั้นความงามของท่านไม่ได้อยู่ที่สังขารเลย